แผนจัดหาวัคซีน น120 ล้านโดสปีหน้า
เปิดแผนจัดหาวัคซีน จำนวน 4 ชนิด รวม 120 ล้านโดส ในปี 2565
วันที่ 13 ธันวาคม 2564 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 (ศบค.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศบค.ครั้งที่ 20/2564 ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล
หนึ่งในระเบียบวาระการประชุมที่สำคัญ ได้แก่ การพิจารณาความก้าวหน้าแผนการจัดหาวัคซีนโควิด-19 สำหรับปี 2565
โดยแผนการจัดหาวัคซีนจำนวน 120 ล้านโดส ได้ผ่านมติที่ประชุม ศบค. ครั้งที่ 15/2564 วันที่ 27 กันยายน 2564 และผ่านที่ประชุม ครม. วันที่ 28 กันยายน 2564 ดังนี้
1.แอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) จำนวน 60 ล้านโดส
- จัดทำสัญญาซื้อวัคซีนแล้ว
- กำหนดส่งมอบไตรมาส 1,2,3 ปี 2565 จำนวน 15 ล้านโดส, 30 ล้านโดส และ 15 ล้านโดส ตามลำดับ
2.ไฟเซอร์ (Pfizer) จำนวน 30 ล้านโดส
- จัดทำสัญญาซื้อวัคซีนแล้ว
- กำหนดส่งมอบไตรมาส 1,2,3, ปี 2565 จำนวน 10 ล้านโดส, 10 ล้านโดส, 10 ล้านโดสตามลำดับ
- เป็น Pediatric vaccine 10 ล้านโดส
3.โปรตีน ซับยูนิต (Protein Subunit) จำนวน 30 ล้านโดส
- อยู่ระหว่างการเจรจาจัดหาวัคซีน โนวาแวกซ์ (Novavax) / โควาแวกซ์ (Covavax)

- ศบค. เคาะจัดงานปีใหม่ กินเหล้าได้ถึงตีหนึ่ง 77 จังหวัด
- ศบค. ยกเลิกจังหวัดควบคุมโควิดสูงสุดทั่วราชอาณาจักร มีผล 16 ธ.ค.
แผนจัดบริการวัคซีนโควิดของไทยในปี 2565
- เพื่อให้ประชากรทุกคนในแผ่นดินไทย ได้รับวัคซีนด้วยความสมัครใจและครอบคลุม
- เพื่อเตรียมการรองรับการระบาดรวมถึงเชื้อกลายพันธุ์
- เพื่อลดความรุนแรงและการเสียชีวิตในประชากรทุกกลุ่มอายุ
- เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ภาคธุรกิจ ภาคการศึกาา การท่องเที่ยว และการเปิดประเทศ ตามแผนที่กำหนด
เป้าหมายของการให้บริการวัคซีนของไทย ปี 2565
- ประชากรทุกคนในแผ่นดินไทย ได้รับวัคซีนอย่างเพียงพอและครอบคลุม อย่างน้อยร้อยละ 80
- ผู้ที่ยังไม่เคยได้รับการฉีดวัคซีน สามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนแบบ walk-in ได้ ตามสถานพยาบาลที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด/กรุงเทพมหานคร กำหนดไว้
- กลุ่มเป้าหมายอายุต่ำกว่า 12 ปี ได้รับการฉีดวัคซีนตามความสมัครใจของเด็กและผู้ปกครอง