“ออปโป้” กางยุทธศาสตร์รุกตลาดปี 2565 ทั่วเอเชีย เร่งพัฒนานวัตกรรม พร้อมขยับเปิดตัวชิปเซต MariSilicon X-Imaging NPU ชูจุดเด่นเรื่องการ “ถ่ายภาพ-Air Glass-สมาร์ทโฟนจอพับ” พร้อมเปิดสมาร์ทโฟนตัวท็อปอัพมาร์เก็ตแชร์สมาร์ทโฟนไฮเอนด์
นายแอนดี้ ชี ประธาน ออปโป้ เอเชีย-แปซิฟิก กล่าวว่า ตลาดสมาร์ทโฟนเอเชีย-แปซิฟิกมีโอกาสขยายตัวอีกมาก โดยช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (ปี2562-2564) ได้ลงทุนวิจัย พัฒนานวัตกรรมใหม่เป็นเงิน7,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อผลักดันให้ออปโป้ขึ้นเป็นผู้นำผลิตภัณฑ์ด้านนวัตกรรม ดังนั้นทิศทางธุรกิจจากนี้ไปจึงไม่ได้โฟกัสแค่การเป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนอีกต่อไป แต่จะก้าวสู่การเป็นบริษัทเทคโนโลยีที่ลงทุนสร้างสรรค์อนาคตของ internet of experience (IOE) ในการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้ผู้บริโภค
ขณะเดียวกันยังมุ่งไปยังการต่อยอดกลยุทธ์การพัฒนาเทคโนโลยีภายใต้กลยุทธ์ 3+N+X โดย 3 ย่อมาจาก underlying technology ส่วน N คือ essential capabilitiesและสุดท้าย X คือ การสร้างความแตกต่างด้านเทคโนโลยี (differentiated technologies)เพื่อสร้างรากฐานความแข็งแกร่งด้านความสามารถทางเทคโนโลยีที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ของผู้ใช้ โดยการบูรณาการโลกเสมือนจริงกับโลกจริงผ่านการเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน
และปีนี้ ได้จัดงานแสดงเทคโนโลยีประจำปี “OPPO INNO DAY 2021” เพื่อให้สอดรับกับยุค IOE โดยจัดขึ้นในรูปแบบออนไลน์ระหว่างวันที่ 14-15 ธ.ค.ที่ผ่านมา ภายใต้แนวคิด Reimaging the Future พร้อมกับเปิดตัว 3 นวัตกรรมใหม่
ประกอบด้วย MariSilicon X-Imaging NPU ชิปเซตรุ่นแรกที่มีศักยภาพด้านการประมวลภาพ และคาดว่าจะเปิดตัวไตรมาส 1/2565 ในสมาร์ทโฟนรุ่นไฮเอนด์ “OPPO Find X Series” ตามด้วย OPPO Air Glass อุปกรณ์ AR (assisted reality) รุ่นใหม่ที่มาพร้อมฟังก์ชั่น เช่น การนำทาง,ตรวจสอบข้อมูลด้านสุขภาพ, บอกสคริปต์ เป็นต้น
อีกผลิตภัณฑ์ไฮไลต์ คือ OPPO Fine N สมาร์ทโฟนจอพับ ที่มาพร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลาย หน้าจอไร้รอยต่อ ขนาดกะทัดรัด ปัจจุบันวางจำหน่ายเฉพาะในจีน
นายแอนดี้ย้ำว่า ตลาดเอเชีย-แปซิฟิกเป็นตลาดหลักที่บริษัทให้ความสำคัญ โดยเฉพาะในไทย เนื่องจากได้เข้ามาเจาะตลาดในไทยเป็นประเทศแรก หลังตัดสินใจขยายธุรกิจนอกจีนตั้งแต่ปี 2552 ซึ่งจากข้อมูลบริษัทวิจัย Canalys ระบุว่า ปัจจุบันออปโป้มีส่วนแบ่งตลาดเบอร์ 2 ในตลาดเอเชีย-แปซิฟิก
ด้านนายชานนท์ จิรายุกุล ประธานกรรมการอาวุโส ฝ่ายบริหาร ออปโป้ ประเทศไทย กล่าวว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้ตลาดสมาร์ทโฟนไทยและทั่วโลกเผชิญปัญหาขาดชิปแต่ได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อย และออปโป้ถือเป็นแบรนด์ที่มีฐานลูกค้าระดับกลางที่แข็งแรง และมีสินค้าเพียงพอต่อความต้องการ
สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับทั่วโลก โดยในปี 2565 เน้นการเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นไฮเอนด์ที่มีระดับราคาตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไปมากขึ้น ซึ่งในปีนี้เปิดตัวได้ OPPO Fine X3 สมาร์ทโฟนรุ่นแฟลกชิป และพบว่ายอดขายโตขึ้น 40% เทียบกับรุ่น OPPO Fine X2 Series ที่เปิดตัวในปี 2563
โดยตั้งเป้าว่าในปี 2565 จะทำให้ออปโป้สามารถขึ้นเป็นเบอร์ 1 ในตลาดสมาร์ทกลุ่มไฮเอนด์ได้ จากปัจจุบันมีส่วนแบ่งตลาดโดยรวมอันดับ 3
“แม้ปัญหาชิปเซตขาดอาจส่งผลต่อเนื่องไปถึงปี 2565 แต่เชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบเป้าหมายที่วางไว้ เนื่องจากบริษัทแม่ให้ความสำคัญกับตลาดไทย จึงมีสินค้าเพียงพอต่อความต้องการ รวมไปถึงการนำชิปเซต MariSilicon มาใช้ในสมาร์ทโฟนรุ่นไฮเอนด์ด้วย”