ผู้ส่งออกจี้ “สวน-ล้ง” เข้มโควิด “จุรินทร์” บุกหนองคายแก้ปมค้าชายแดน
ผู้ส่งออกดิ้นแก้ปมจีนตรวจเข้มโควิดหน้าด่าน ล่าช้าเสียหายหนัก เร่งทำคู่มือมาตรฐานสาธารณสุขให้ “สวน-ล้ง” ยึดเป็นแนวทาง พร้อมยื่นหนังสือให้นายกฯตู่ เร่งเจรจาจีนเปิดช่องทางพิเศษ green lane ตรวจเฉพาะรถขนส่งผลไม้ก่อน
หวั่นทุเรียนภาคตะวันออกมูลค่าแสนล้านวิกฤตเมื่อถึงเดือนมีนาคมนี้ หากคู่ค้าระงับนำเข้า “จุรินทร์” บุกหนองคาย นำทีมลุยพื้นที่จุดค้าชายแดน เผยเซ็นเอ็มโอยูส่งเสริมการค้ากับจีนแล้ว
นายภานุศักดิ์ สายพานิช นายกสมาคมทุเรียนไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่าปัญหาการขนส่งผลไม้จากไทยไปจีนในทุกช่องทางยังคงไม่ได้รับการแก้ไข โดยเฉพาะทางบกที่มีรถขนส่งติดค้างหลายพันคัน และทางเรือที่ด่านจีนรับได้ 130 ตู้/วัน ส่วนทางเครื่องบินก็มีมาตรการตรวจเข้มข้นขึ้น หากจีนพบการติดเชื้อจะสั่งระงับการนำเข้าทันที
“เกรงว่าจะกระทบกับตลาดส่งออกทั้งทุเรียน มังคุดในภาคตะวันออกที่จะเริ่มเดือนมีนาคมปีนี้ ซึ่งเป็นหน้าฤดูกาลที่จะมีปริมาณผลผลิตมากในช่วงพฤษภาคม-มิถุนายนของทุกปีโดยมียอดส่งออกอยู่ที่ 1,000 ตู้/เดือน” นายภานุศักดิ์กล่าวและว่า
ดังนั้น 11 องค์กรภาคเอกชนในวงการธุรกิจผลไม้และระบบโลจิสติกส์ได้เตรียมยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี เพื่อให้เร่งเจรจากับทางการจีน ภายใต้ 4 มาตรการ คือ
1) มาตรการป้องกันการปนเปื้อนโควิด-19 ตั้งแต่สวน โรงคัดบรรจุ การขนส่ง เพื่อไม่ให้มีเชื้อเป็นเชื้อตายติดไปกับสินค้า พร้อมจัดทำคู่มือ “แนวทางการปฏิบัติด้านสาธารณสุข เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของเชื้อโควิด-19 สำหรับเกษตรกร” 3 ภาษา ทั้งไทย จีน อังกฤษ รองรับ audit
เพื่อให้รัฐบาลใช้เป็นแนวทางเจรจาต่อรองกับจีน สร้างความเชื่อมั่น และได้เพิ่มเติมมาตรการ เป็น GAP+ GMP+ รวมกับโควิด-19 ด้วย 2) ขอเปิดเส้นทาง green lane เพื่อให้ขนส่งผักผลไม้รวดเร็วขึ้น ไม่ต้องตรวจซ้ำ 3) เร่งเจรจาระดับรัฐบาลทั้งไทย สปป.ลาว เวียดนาม เพื่อป้องกันโควิด-19 หากการขนส่งพบเชื้อจะต้องถูกกักหน้าด่าน และปิดด่าน
4) เร่งให้รถไฟจีน-ลาว เปิดใช้ได้เร็วก่อนทุเรียนภาคตะวันออกจะออกในเดือนมีนาคม และจะมีปริมาณมากขึ้นในเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน 2565 เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบเป็นลูกโซ่ทั้งผู้ส่งออก ผู้ขนส่ง ชาวสวน เหมือนวิกฤตลำไย ขณะที่การขนส่งทางรถไฟจีน-ลาว ควรเร่งให้ตรวจสอบพิธีการศุลกากรที่เวียงจันทน์ และทำระบบขนส่งตู้ cold chain ให้ใช้ได้
นายชลธี นุ่มหนู ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 กล่าวว่า ปี 2564 มีผลผลิตทุเรียน 550,000 ตันมูลค่าส่งออก 109,240 ล้านบาท ยอดส่งออก 25,000 ตู้ มังคุด 7,000 ตู้ คาดปี 2565 ผลผลิตจะสูงถึง 800,000 ตัน เฉพาะภาคตะวันออก 720,000 ตัน มังคุด 200,000 ตัน เพราะเดือนพฤษภาคม-มิถุนายนของทุกปี ทุเรียนจะออกพร้อมกันทุกภาคโดยเฉลี่ยทุเรียนส่งออกวันละ 750 ตู้ มังคุด 300 ตู้ รวมวันละ 1,000 ตู้
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า วันที่ 10 มกราคม 2565 จะนำคณะลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์การค้าชายแดน พร้อมประชุมร่วมกับภาครัฐและเอกชนด้านการพาณิชย์ (กรอ.พาณิชย์) ที่ จ.หนองคาย เพื่อประเมินสถานการณ์และกำหนดมาตรการช่วยลดอุปสรรคในการส่งออกให้ทันช่วงฤดูกาลผลิตทุเรียน
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์ติดตามแก้ปัญหาสถานการณ์ค้าชายแดนอย่างต่อเนื่อง โดยก่อนสิ้นปี 2564 กระทรวงได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับจีนแล้ว เพื่อส่งเสริมการค้าระหว่างกัน (mini FTA)
นายชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า การส่งออกสินค้าเกษตรไปจีนขณะนี้ขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ และค่าขนส่งปรับตัวสูงขึ้นจากความต้องการที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับเงื่อนไขการนำเข้าสินค้าเข้าจีนซึ่งต้องมีความปลอดภัยจากโควิด-19 ซึ่งเพิ่มต้นทุนให้กับผู้ประกอบการ และใช้ระยะเวลาตรวจสอบนาน ซึ่งจะมีผลต่อสินค้าได้
“ปัญหาต่าง ๆ ทำให้ขณะนี้ราคาค่าขนส่งสินค้าเข้าตลาดจีนปรับตัวสูงกว่าราคาสินค้าที่ไทยส่งออกไป ผู้ส่งออกต้องแบกรับภาระต้นทุนที่เกิดขึ้น ผู้ส่งออกต้องปรับตัวเพื่อรองรับปัญหาที่เกิดขึ้นให้การส่งออกสินค้ายังคงไปได้ พร้อมกันนี้ก็ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเจรจาเพื่อผลักดันการส่งออกต่อไป”
สำหรับสินค้าไทยที่ส่งออกไปจีนเช่น ผัก ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็ง และแห้ง ทุเรียน ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบ วงจรพิมพ์, รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ และข้าว เป็นต้น