ฟรุตบอร์ด ส่ง อลงกรณ์ ลุยด่านเชียงแสน-เชียงของ ดันส่งออกผัก ผลไม้บุกตลาดจีน
กระทรวงเกษตรฯ เร่งรับมือผลไม้ฤดูการผลิตปี 2565 ส่ง “อลงกรณ์” ลุยตรวจด่านเชียงแสน-เชียงของเพิ่มโอกาสส่งออกสินค้าเกษตรไทยไปจีน เผยไทยได้เปรียบดุลการค้าผักผลไม้จีนกว่า 3 เท่าตัว
วันที่ 12 มกราคม 2565 นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้เกิดมาตรการที่เข้มงวดโดยเฉพาะด่านนำเข้าจีน และส่งผลต่อการส่งออกผลผลิตทางการเกษตรผลไม้ของไทย นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการและบริหารการจัดการผลไม้ (Fruit Board) มีความเป็นห่วงสถานการณ์และได้เร่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้กระทบต่อเกษตรกรและภาคการเกษตรของไทย ได้ลงพื้นที่ภาคเหนือ 3 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน และเชียงราย ระหว่างวันที่ 11-15 ม.ค. 2565
โดยจะติดตามความคืบหน้าในหลายด้าน ได้แก่ การบริหารจัดการผลไม้ของภาคเหนือ ฤดูการผลิตปี 2565 (ลำไย) ความคืบหน้าการดำเนินงานของคณะกรรมการความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กรกอ.) ภาคเหนือ การขับเคลื่อนศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม (Agritech and Innovation Center: AIC) จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน และเชียงราย พร้อมตรวจเยี่ยมด่านเชียงของและด่านเชียงแสนในการส่งออกผลไม้และสินค้าเกษตรทางบกและทางเรือลำน้ำโขง โดยเฉพาะมาตรการ SPS และโควิดฟรี (COVID Free) และแนวทางแก้ไขปัญหาการขนส่งผ่านด่านบ่อเต็นและด่านโมฮาน
ปัจจุบันการส่งออกนำเข้าผักผลไม้โดยรวมระหว่างไทยกับจีน ปรากฎว่าไทยได้เปรียบดุลการค้าจีนกว่า 3 เท่าตัว โดยในปี 2563 ไทยส่งออกผลไม้ไปจีน 1.02 แสนล้านบาท ไทยนำเข้าผลไม้จากจีน 30,735 ล้านบาท ไทยได้เปรียบจีน 7.2 หมื่นล้าน ครองตลาดจีนคิดเป็นสัดส่วนตลาด (Market Share) เป็นอันดับ 1 สูงถึง 45% ขณะที่เพียง 10 เดือนของปี 2564 (เดือน ม.ค-ต.ค. 2564)
ไทยส่งออกผลไม้ไปจีนกว่า 2 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่า 1.48 แสนล้านบาท สูงเป็นประวัติการณ์ ส่วนการนำเข้าส่งออกผักในปี 2563 จีนส่งออกออกผักมาไทย 8 พันล้าน ไทยส่งออกผักสดผักแข็งผักแห้งและมัน หัวมัน 30,000 ล้าน (รหัส 07) แต่ถ้าแยกผักออกมาไทยส่งออกผักไปจีน 1 พันล้านบาท เสียดุลการค้าจีนด้านผัก 7 พันล้าน ในขณะที่ไทยได้เปรียบการส่งออกผลไม้ไปจีนกว่า 7 หมื่นล้าน

