เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
CP ALL จัดพิธีบวงสรวง-ตอกเข็มฤกษ์ก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า RDC & CDC นิคมอุดรฯ
เศรษฐกิจภูมิภาค CP ALL จัดพิธีบวงสรวง-ตอกเข็มฤกษ์ก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า RDC & CDC นิคมอุดรฯ
“พิพัฒน์” แก้คอขวด ICD ลาดกระบัง สางปัญหาสัมปทาน เปิดประมูลใหม่ 20 ปี“พันล้าน”
Real Estate “พิพัฒน์” แก้คอขวด ICD ลาดกระบัง สางปัญหาสัมปทาน เปิดประมูลใหม่ 20 ปี“พันล้าน”
ASW ปั้นโมเดลใหม่ ‘บิสซิเนสยูนิต’ ‘อยู่-ทำธุรกิจ’ เขย่าตลาดคอนโดฯ
Real Estate ASW ปั้นโมเดลใหม่ ‘บิสซิเนสยูนิต’ ‘อยู่-ทำธุรกิจ’ เขย่าตลาดคอนโดฯ
ดูทั้งหมด

Test & Go 1 ก.พ.ฝุ่นตลบ “แอปฯไม่พร้อม”โยนงานวุ่น

27 ม.ค. 2565 | 07:14น.

เดิมพันครั้งใหม่เปิดประเทศ Test & Go 1 ก.พ. อลหม่าน แอปฯติดตามตัว “หมอชนะ” ยังเป็นปัญหา ปรับระบบ Thailand Pass โยนภาระให้โรงแรม วงในลุ้นวันดีเดย์ระบบเปิดประเทศถูกชัตดาวน์ ชี้สหภาพยุโรปเข้มกฎหมาย GDPR สิทธิส่วนบุคคล Apple-Google Play แจ้งผู้พัฒนาแอปฯติดตามตัวโควิด-19 แจงละเอียดยิบ ด้าน ททท. เดินหน้าสร้างความเข้าใจผู้ประกอบการ หวังพลิกฟื้นอุตฯท่องเที่ยวตั้งเป้าดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติไม่ต่ำกว่า 2 แสนคนต่อเดือน

แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การเปิดประเทศครั้งใหม่ในรูปแบบ Test & Go ที่จะเปิดลงทะเบียนในระบบ Thailand Pass วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565 ตามมติที่ประชุม ศบค.เมื่อวันที่ 20 มกราคมที่ผ่านมานั้น นับเป็นความท้าทายของสำหรับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และเป็นเดิมพันครั้งใหม่ของนโยบายเปิดประเทศของไทย เนื่องจากเป็นการเปิดโดยไม่กำหนดประเทศต้นทาง และสามารถเดินทางเข้ามาได้ในทุกจังหวัดทั่วประเทศ (เดินทางจากสนามบินไม่เกิน 5 ชั่วโมง)

เดิมพันใหม่เปิดประเทศ

โดยกำหนดมาตรการใหม่เพิ่มเติมบางส่วน ประกอบด้วย ปรับการตรวจหาเชื้อโดยวิธี RT-PCR 2 ครั้ง มีหลักฐานการจองโรงแรมที่พักในวันแรก และในวันที่ 5 โดยต้องเป็นโรงแรมที่มีโรงพยาบาลคู่ปฏิบัติการ (SHA++ AQ QQ หรือ AHQ) มีหลักฐานการชำระเงินการตรวจหาเชื้อจำนวน 2 ครั้ง กำหนดระบบประกันให้ชัดเจน กรณีประกันไม่ครอบคลุมผู้เดินทางจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของโรงพยาบาล/ฮอสพิเทล หรือ Hotel Isolation และกรณี HRC เอง

ทั้งนี้ หากเกิดการแพร่ระบาดมากขึ้น หรือสถานการณ์เปลี่ยนแปลงจะพิจารณาการรับผู้เดินทางและปรับมาใช้ระบบพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยว หรือ Sandbox แทน

“ที่บอกว่าการเปิดประเทศในรูปแบบ Test & Go ใหม่ครั้งนี้เป็นความท้าทายอย่างยิ่งนั้น เนื่องจากเราเปิดกว้างให้เข้าได้ทุกพื้นที่ จากเดิมเมื่อ 1 พฤศจิกายนนั้นเรากำหนดจำนวนประเทศต้นทางจาก 63 ประเทศ และกำหนดพื้นที่รับนักท่องเที่ยวต่างชาติไว้ประมาณ 10 พื้นที่นำร่องเท่านั้น หากระบบเปิดประเทศไม่สามารถคัดกรองนักท่องเที่ยวมีปัญหา และไม่สามารถติดตามตัวได้ จะทำให้เกิดการแพร่ระบาดอีกครั้ง สถานการณ์จะยิ่งหนักกว่าเดิม” แหล่งข่าวกล่าว

Test & Go (ยัง) อลหม่าน

แหล่งข่าวกล่าวด้วยว่า การกลับมาเปิด Test & Go ใหม่อีกครั้งในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565 นี้ประเด็นสำคัญและถือเป็นหัวใจหลักคือระบบการเปิดประเทศของไทยต้องมีความพร้อม ทุกแอปพลิชั่นต้องทำงานแบบบูรณาการ เชื่อมโยงและส่งต่อข้อมูลระหว่างกันได้ ที่สำคัญนายกรัฐมนตรี (พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา) ได้เน้นย้ำมาโดยตลอดว่าต้องติดตามตัวนักท่องเที่ยวให้ได้ 100% และมีรายงานข้อมูลนักท่องเที่ยว (dashboard) เพื่อให้สามารถควบคุม ดูแล นักท่องเที่ยวต่างชาติได้ทั้งหมด

“ตอนนี้เหลือเวลาเพียงแค่ไม่กี่วัน แอปพลิเคชั่นที่เป็นแอปพลิชั่นหลักของการเปิดประเทศ โดยเฉพาะหมอชนะ ซึ่งเป็นแอปพลิเคชั่นติดตามตัวนักท่องเที่ยวต่างชาติยังไม่ได้รับการแก้ไข และยังไม่เชื่อมต่อกับระบบของ Thailand Pass และระบบการจองโรงแรม coste ที่สำคัญยังไม่สามารถดาวน์โหลดเพื่อติดตั้งแอปพลิเคชั่นได้” แหล่งข่าวกล่าว

นอกจากนี้ ล่าสุดสํานักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ สพร. ผู้พัฒนาเว็บ Thailand Pass ซึ่งเป็นช่องทางสำหรับการลงทะเบียนเข้าประเทศของผู้ที่ประสงค์เดินทางเข้าประเทศไทยยังได้ทำการปรับปรุงและพัฒนาใหม่ที่ดีขึ้น โดยผู้ที่จะเดินทางเข้าประเทศไทยสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าได้ไม่เกิน 2 เดือน หรือ 60 วัน และตรวจสอบเอกสารโดย AI และมีระบบ public key หรือการตรวจสอบและเข้าถึงข้อมูล ที่สามารถตรวจสอบได้ในกว่า 30 ประเทศทั่วโลก

โยนภาระติดตามตัวให้โรงแรม

นางณพิชญา เทพรอด ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ สพร. ผู้พัฒนา Thailand Pass เปิดเผยว่า ระบบลงทะเบียนออนไลน์เข้าประเทศไทยพร้อมเปิดให้ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ tp.consular.go.th อีกครั้งตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 09.00 น. (ประเทศไทย) เป็นต้นไป

โดยระบบใหม่ของ Thailand Pass จะมีระบบที่เรียกว่า Thailand Pass Hotel ซึ่งเป็นของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เชื่อมต่อกับโรงแรมเพื่อส่งข้อมูลนักท่องเที่ยวที่กรอกผ่านระบบเข้ามาให้โรงแรมช่วยตรวจสอบเอกสารการจองที่พัก การจอง RT-PCR วันที่ 1 และวันที่ 5 ซึ่งจะส่งให้โรงแรมตรวจสอบทุกวันในช่วง 18.00 น. และส่งกลับคืนภายในเวลา 24.00 น.ของวันรุ่งขึ้น (รวม 30 ชั่วโมง)

จากนั้นระบบจะตรวจสอบเอกสารวัคซีน ซึ่งปัจจุบันระบบสามารถตรวจสอบใบรับรองการฉีดวัคซีนได้ 35 ประเทศ ส่วนกรณีที่ระบบไม่สามารถอ่านได้จะเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการควบคุมโรค (คร.) ที่ต้องตรวจสอบต่อไป หากผ่านการตรวจสอบทั้งหมดแล้วระบบจะทำการอนุมัติ QR Code ซึ่งในกระบวนการใช้เวลาไม่เกิน 7 วัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงการท่องเที่ยวฯ โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้จัด webinar ชี้แจงมติการเปิดประเทศ และแนวปฏิบัติของ SHA Extra Plus ให้กับกลุ่มผู้ประกอบการท่องเที่ยว โรงแรม เมื่อ 24 มกราคม 2565 ที่ผ่านมา พบว่าในที่ประชุมผู้ประกอบการโรงแรมจำนวนมากแสดงความไม่พอใจกับแนวปฏิบัติใหม่ของระบบ Thailand Pass เนื่องจากมองว่าเป็นการโยนภาระติดตามตัวนักท่องเที่ยวต่างชาติให้กับโรงแรม จากเดิมที่เป็นหน้าที่ของแอปพลิเคชั่น “หมอชนะ”

หวั่นระบบถูก “ชัตดาวน์”

แหล่งข่าวจากผู้พัฒนาแอปพลิเคชั่นรายหนึ่ง กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมาสหภาพยุโรป (EU: European Union) ออกกฎหมายใหม่เพื่อปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อว่า “General Data Protection Regulation” หรือ GDPR ซึ่งเป็นสิ่งที่สร้างผลกระทบครั้งใหญ่ต่อการจัดเก็บ บันทึก ประมวลผล และส่งต่อต่อมูลของประชากรอียูบนโลกออนไลน์ปัจจุบันที่ต้องขออนุญาตให้ทำสนธิสัญญาอย่างเป็นทางการเท่านั้น

“ผู้พัฒนาเว็บไซต์และแอปพลิเคชั่นทั้งหมดที่ต้องมีการเก็บ บันทึก และส่งต่อข้อมูลประชากรของสหภาพยุโรปต้องยื่นจดแจ้ง ชี้แจงหลักเกณฑ์และความรับผิดชอบต่อข้อมูลให้ชาวยุโรปทราบด้วย หากไม่ทำการจดแจ้ง กฎหมายตัวนี้กำหนดค่าปรับไว้สูงมาก” แหล่งข่าวกล่าว

และว่า ด้วยค่าปรับที่สูงมากทำให้ผู้ให้บริการแอปพลิชั่นอย่าง Apple และ Google Play ทำจดหมายแจ้งไปยังผู้พัฒนาแอปพลิเคชั่นที่เกี่ยวกับโควิด-19 ทั้งหมดที่ทำการเก็บ บันทึก ส่งต่อข้อมูล รวมถึงติดตามตัวทำหนังสือชี้แจงรายละเอียดแอปพลิเคชั่น รวมถึงหลักเกณฑ์การพัฒนาอย่างละเอียด โดยในส่วนของ Apple นั้นได้แจ้งผู้ประกอบการไปแล้วเมื่อกลางปี 2564 ที่ผ่านมา ขณะที่ Google Play ได้แจ้งผู้พัฒนาแอปพลิชั่นให้ดำเนินการก่อน 1 กุมภาพันธ์นี้

“ประเด็นสำคัญคือ แอปพลิชั่นสำหรับเปิดประเทศของไทย ทั้ง coste หมอชนะ ที่พัฒนาขึ้นนั้นไม่ได้จดแจ้ง GDPR นั่นหมายความว่าตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์นี้เป็นต้นไปแอปพลิเคชั่นดังกล่าวอาจถูกปิดและไม่ปรากฏใน Google Play และ Google Chrome ก็เป็นได้” แหล่งข่าวกล่าว

ด้านนายกิตติ พรศิวะกิจ ประธานอนุกรรมการ Smart Tourism สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาแอปพลิคชั่น กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงประเด็นปัญหาดังกล่าวว่า ได้สอบถามไปยังผู้พัฒนาแอปพลิเคชั่นหมอชนะแล้ว ทุกฝ่ายรับทราบถึงประเด็นปัญหาของกฎหมาย GDPR ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ คาดว่าจะแล้วเสร็จทันก่อน 1 กุมภาพันธ์นี้แน่นอน

ททท.เร่งสร้างความเข้าใจ

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กระทรวงการท่องเที่ยวฯ โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้เร่งดำเนินการเพื่อสร้างความเข้าใจกับผู้ประกอบการทุกกลุ่ม เพื่อให้ทุกภาคส่วนให้ความร่วมมือและช่วยกันผลักดันให้แผนการเปิด Test & Go ครั้งนี้สามารถเดินหน้าต่อได้ และช่วยพลิกฟื้นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศให้กลับมาอีกครั้ง หลังจากที่ธุรกิจได้รับผลกระทบอย่างหนักในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

“ตอนนี้รัฐบาลเอา Test & Go กลับมาให้แล้ว การเดินหน้าต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกส่วน และทำให้เป็นทีมเวิร์กเดียวกัน โดยเฉพาะ SHA Plus Manager ซึ่งทำหน้าที่ร่วมตรวจสอบเอกสารบุ๊กกิ้งโรงแรมห้องพักในระบบ Thailand Pass นอกจากนี้ยังจำเป็นมากที่ต้องมีระบบติดตามตัวอย่างมีประสิทธิภาพ และกำจัดปัญหาเดิม ๆ ให้หมดไป ไม่ว่าจะเป็นปัญหานักท่องเที่ยวหนี ติดตามตัวไม่ได้ รวมถึงการตามให้นักท่องเที่ยวกลับมาทำ PCR ครั้งที่ 2 ในวันที่ 5 ได้ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เราต้องช่วยกันเพื่อให้รัฐเห็นว่าพวกเราสามารถทำได้” นายยุทธศักดิ์กล่าว

และย้ำว่า ระบบปฏิบัติบางส่วนอาจยุ่งยากสำหรับผู้ใช้งานบ้าง แต่ทุกส่วนด้านท่องเที่ยวต้องอดทนและช่วยกัน มิเช่นนั้นการเปิดประเทศในรูปแบบ Test & Go อาจจะเดินต่อไปไม่ได้

ตั้งเป้านักท่องเที่ยว 2 แสน/เดือน

นายยุทธศักดิ์กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ได้พยายามที่จะบูรณาการการทำงานของทุกแอปพลิเคชั่นที่อยู่ในระบบการเปิดประเทศเข้าด้วยกันให้ดีที่สุด ทั้งส่วนของ Thailand Pass, Thailand Pass Hotel, coste และหมอชนะ โดยเฉพาะระบบ Thailand Pass Hotel ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจาก SHA Plus Manager ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการออก QR Code ของระบบ Thailand Pass

“เราพยายามทำให้ดีที่สุด และเชื่อมั่นว่าสุดท้ายแล้ว 1 กุมภาพันธ์นี้ระบบทั้งหมดจะเชื่อมต่อกันได้ ไม่เช่นนั้นจะเป็นปัญหา เพราะเราต้องมีการติดตาม และให้มีผลการตรวจ RT-PCR 2 ครั้งให้ได้” นายยุทธศักดิ์กล่าว

นายยุทธศักดิ์กล่าวต่อไปอีกว่า สำหรับประเด็นที่ถูกมองว่าโยนภาระเรื่องการติดตามตัวนักท่องเที่ยวต่างชาติให้โรงแรมนั้น ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เป็นเพียงการขอความร่วมมือ และเป็นเรื่องที่ทุกโรงแรมต้องทำ เพื่อให้เขารู้ล่วงหน้าว่ามีแขกเข้าเมื่อไหร่ จำนวนเท่าไหร่ หรือกรณีที่แขกทำการยกเลิกห้องพักโรงแรมก็จะรู้ข้อมูลล่วงหน้าเช่นกัน

“เราเชื่อมั่นทุกส่วนจะให้ความร่วมมือในการเปิด Test & Go รอบนี้ และช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้พลิกฟื้นกลับมาได้บ้าง โดย ททท.ตั้งเป้าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติไว้ที่ไม่ต่ำกว่า 200,000 คนต่อเดือน” นายยุทธศักดิ์กล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เปิดประเทศ