กูรูภาคท่องเที่ยวแนะชู “ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม” ดึงนักท่องเที่ยวเข้าประเทศ
ผู้เชี่ยวชาญภาคท่องเที่ยว แนะธุรกิจปรับแนวคิด เชื่อมโยงชุมชน ห่วงใยสิ่งแวดล้อม ผสานโลกดิจิทัล ชูมอนทรีออลโมเดล “ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม” เปลี่ยนเมืองเป็นฮับด้านศิลปะและบันเทิงดึงนักท่องเที่ยว
วันที่ 27 มกราคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2565 กองการต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จัดการประชุมสัมมนา “APEC Symposium : Dialogue to co-create APEC Policy Recommendation Redesigning the Next Phase of Better Tourism” เพื่อรับฟังความเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในแวดวงการท่องเที่ยว
โดยในวันที่สองของสัมมนานี้ ดร.เบอร์นาร์เดีย จันทราเทวี เลขาธิการทั่วไป องค์การเมืองและรัฐบาลท้องถิ่นแห่งเอเชียแปซิฟิก (UCLG ASPAC) เปิดเผยว่า การระบาดของเชื้อโควิด-19 สร้างผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยว และส่งผลกระทบต่อการจ้างงาน แต่หลังจากการระบาดผ่านพ้นไป ยังเห็นแนวโน้มที่อุตสาหกรรมจะกลับมาสดใสอีกครั้ง
ดร.เบอร์นาร์เดีย กล่าวว่า ในอนาคต ภาคการท่องเที่ยวต้องมีการออกแบบแนวความคิดใหม่ทุกระดับ อาจต้องพิจารณาเรื่องการเชื่อมโยงท้องถิ่น การรับนักท่องเที่ยวคุณภาพ การสนใจสิ่งแวดล้อม รวมถึงการปรับตัวสู่ยุคดิจิทัล เพื่อสร้างประสบการณ์ให้นักท่องเที่ยวมากขึ้น ความพยายามปรับภาคธุรกิจให้มีความยั่งยืน
สำหรับองค์การเมืองและรัฐบาลท้องถิ่นแห่งเอเชียแปซิฟิก (United Cities and Local Governments Asia Pacific หรือ UCLG ASPAC) เป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เมืองและรัฐบาลท้องถิ่นในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกได้แลกเปลี่ยนข้อมูล ความรู้และประสบการณ์ รวมถึงวิธีการและข้อคิดเห็นในการพัฒนาการบริหารจัดการเมืองในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก เพิ่มบทบาทของท้องถิ่นโดยการรวมกลุ่มเพื่อให้มีศักยภาพในการต่อรองกับองค์การระหว่างประเทศ เช่น องค์การสหประชาชาติ องค์การอนามัยโลก
นายเกร็ก ริชาร์ดส์ นักเขียน และ Creative Synergies between Cultural Policy and Tourism (United Cities and Local Governments) ร่วมสัมมนาในหัวข้อ “Transitioning Toward Regenerative Tourism” กล่าวว่า เพื่อเป็นการศึกษาด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ตนเองขอยกตัวอย่างกรณีศึกษาเมืองมอนทรีออล ประเทศแคนาดาขึ้น
โดยเมืองมอนทรีออล เป็นได้กลายเป็นฮับด้านวัฒนธรรม และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (Creative Industries) ส่วนหนึ่งเกิดจากการที่ภาครัฐมีเม็ดเงินสนับสนุนวงการศิลปะเพิ่มขึ้น และยังมีการออกมาตรการทางภาษีเพื่อจูงใจบริษัทสื่อเพื่อผลักดันให้เมืองเป็นฮับดังกล่าว
ทั้งนี้ ตัวอย่างปัจจัยที่ทำให้เมืองมอนทรีออลประสบความสำเร็จในการเป็นฮับด้านวัฒนธรรม มีดังนี้
- นโยบายด่านการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่มีมาอย่างยาวนาน
- มีความเชื่อมโยงระหว่างการท่องเที่ยวและการจ้างงานในภาควัฒนธรรมที่แข็งแกร่ง รายงานระบุว่า 25% ของอาชีพที่เกี่ยวกับด้านวัฒนธรรม เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเช่นกัน
- การจัดงานเทศกาล หรือการจัดกิจกรรมต่าง ๆ
นายเกร็กกล่าวว่า เมืองมอนทรีออลมีการใช้เครื่องมือที่ใช้ในการส่งเสริมการตลาด (Promotional Tools) เช่น มีการแสดงงานศิลปะสาธารณะ (Public Art) กว่า 100 แห่งทั่วเมือง หรือเว็บไซต์ Art Public Montreal มีการจัดแสดงผลงานมากกว่า 1,000 ชิ้น ซึ่งตั้งอยู่ทั่วเมืองมอนทรีออล เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวด้านวัฒนธรรม และจากข้อมูลพบว่า ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 เป็นต้นมา มีจำนวนนักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นายเกร็กระบุว่า จากกรณีศึกษาที่กล่าวมานั้น ทำให้เห็นการเกิดขึ้นของเมืองแบ่งปัน (Sharing City) รวมถึงเหล่า Temporary Residents สามารถเชื่อมวัฒนธรรมท้องถิ่นกับวัฒนธรรมระดับโลก สร้างให้เกิดความหลากหลายทางวัฒนธรรม และยังพบว่าหากพยายามวางตำแหน่งทางวัฒนธรรมให้เหมาะสม จะสามารถเป็นตัวช่วยทลายแนวคิดแบบไซโล (Silo Thinking) ในการจัดการเมืองต่าง ๆ (แนวคิดแบบไซโล คือ พฤติกรรมหรือกรอบความคิดที่หน่วยงานต่าง ๆ ภายในองค์การที่ไม่ยอมแลกเปลี่ยนข้อมูลหรือองค์ความรู้ระหว่างกัน)