IATA ชี้เห็นสัญญาณการใช้น้ำมันอากาศยานแบบยั่งยืนเพิ่มขึ้น แม้ราคาสูงเท่าตัว คาดช่วงกลางศตวรรษนี้ มีอัตราใช้เพิ่มขึ้นแตะ 65% จากปัจจุบันที่ไม่ถึง 1% ของน้ำมันทั้งอุตสาหกรรม เชื่อระยะยาวผู้บริโภคยินดีจ่ายราคาตั๋วที่เพิ่มขึ้น
วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2565 นายวิลลีย์ วัลช์ ผู้อำนวยการทั่วไป สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) เปิดเผยกับสำนักข่าวซีเอ็นบีซี เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่า ความท้าทายของน้ำมันอากาศยานแบบยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel : SAF) นั้น สัมพันธ์กับเรื่องของปริมาณ มากกว่าความต้องการใช้งานของสายการบิน
โดยในปี 2564 อุตสาหกรรมการบินใช้น้ำมันอากาศยานแบบยั่งยืนอยู่ประมาณ 100 ล้านลิตร ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่น้อยมาก เมื่อเทียบกับปริมาณน้ำมันที่ทั้งอุตสาหกรรมใช้ แต่ในอนาคต สายการบินได้สั่งซื้อน้ำมันชีวภาพดังกล่าวไปแล้วกว่า 1.4 หมื่นล้านลิตร
“การสั่งซื้อดังกล่าว เป็นการสั่งซื้อแม้ว่าน้ำมันอากาศยานแบบยั่งยืน จะมีราคาสูงกว่าราคาน้ำมันอากาศยานทั่วไปราว 2.5 เท่า และเมื่อคำนวณต้นทุนทางคาร์บอน (Cost of Carbon) ก็อาจทำให้น้ำมันดังกล่าวมีราคาราว 2 เท่าของน้ำมันอากาศยาน” นายวัลช์กล่าว
สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ ระบุว่า ถ้าหากมีการสนับสนุนจากภาครัฐที่เหมาะสม การผลิตน้ำมันดังกล่าวอาจแตะระดับ 7.9 พันล้านลิตรในปี 2569 (2025) ซึ่งยังถือว่าเป็นเพียงแค่ 2% ของความต้องการน้ำมันในอุตสาหกรรมการบินทั้งหมด และสมาคมการค้าประเมินว่า ในช่วงกลางศตวรรษนี้ปริมาณการผลิตอาจเพิ่มขึ้นแตะระดับ 4.49 แสนล้านลิตร หรือ 65% ของปริมาณความต้องการของทั้งอุตสาหกรรม
นายวัลช์กล่าวว่า เชื้อเพลิงที่ยั่งยืนดังกล่าวอาจมีราคาที่สูงกว่าน้ำมันอากาศยานทั่วไปถึงสองเท่า ส่งผลให้ต้นทุนของอุตสาหกรรมการบินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ผู้บริโภคก็จะได้รับผลกระทบจากค่าบัตรโดยสารที่เพิ่มขึ้น แต่ในระยะยาวผู้บริโภคจะตระหนักว่านี่เป็นสิ่งที่ถูกต้อง และในที่สุดพวกเขาจะยินดีที่จะจ่าย
ทั้งนี้ องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) ระบุว่า รอยเท้าทางสิ่งแวดล้อม (Environmental Footprint) ของภาคอุตสาหกรรมการบินมีความสำคัญมาก โดยอุตสาหกรรมการบินเป็นแหล่งการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เติบโตเร็วที่สุด และการเดินทางทางอากาศเป็นกิจกรรมที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนสูงที่สุดเท่าที่มนุษย์คนหนึ่งสามารถทำได้