เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ร้อยมรดกเมือง เชื่อมสายน้ำ ปรับโฉมเกาะรัตนโกสินทร์
Economic ร้อยมรดกเมือง เชื่อมสายน้ำ ปรับโฉมเกาะรัตนโกสินทร์
‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
News ‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
กทม.จับคู่ ‘บ้าน-คนกรุง’ ช่วยอสังหาฯระบายสต๊อก 
Real Estate กทม.จับคู่ ‘บ้าน-คนกรุง’ ช่วยอสังหาฯระบายสต๊อก 
“บางจาก” ยันผลทดสอบ ‘ท่อส่งน้ำมัน’ ถนนเชื้อเพลิงไม่พบรอยรั่ว
Economic “บางจาก” ยันผลทดสอบ ‘ท่อส่งน้ำมัน’ ถนนเชื้อเพลิงไม่พบรอยรั่ว
ต่ออายุข้าราชการ เชื่อมอายุรัฐบาล
Columns ต่ออายุข้าราชการ เชื่อมอายุรัฐบาล
คุยกับเศรษฐา : แก้วิกฤตข้อมูลน้ำได้ ก็แก้ปัญหาน้ำได้
Columns คุยกับเศรษฐา : แก้วิกฤตข้อมูลน้ำได้ ก็แก้ปัญหาน้ำได้
แบงก์ชี้มิจฉาชีพพุ่งเป้านักศึกษามากขึ้น เตือนกลโกงรูปแบบใหม่
Finance แบงก์ชี้มิจฉาชีพพุ่งเป้านักศึกษามากขึ้น เตือนกลโกงรูปแบบใหม่
ประคับประคองเศรษฐกิจ
Columns ประคับประคองเศรษฐกิจ
COM7-SPVI-CPW-ADVANC-TRUE รับอานิสงส์ iPhone 18 จับตาแรงซื้อรอบเปลี่ยนเครื่อง
Finance COM7-SPVI-CPW-ADVANC-TRUE รับอานิสงส์ iPhone 18 จับตาแรงซื้อรอบเปลี่ยนเครื่อง
ราคาทองวันนี้ (12 ก.ย. 69) ดีดขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (12 ก.ย. 69) ดีดขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,050 บาท
ดูทั้งหมด

โมเดลใหม่ “เวิลด์แบงก์” ลดเหลื่อมล้ำ “อีสต์เอเชีย”

13 ธ.ค. 2560 | 21:12น.

ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) เปิดรายงานฉบับล่าสุด “Riding the Wave : An East Asian Miracle for the 21th Century” ซึ่งวิเคราะห์วิถีทางการพัฒนาของประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก และแนวโน้มการเติบโตแบบมีส่วนร่วมในระยะยาว หลังจากภูมิภาคดังกล่าวเติบโตอย่างรวดเร็วเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก และขจัดความยากจนในภูมิภาคได้เป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ภายใต้กลุ่มคนที่มีรายได้สูงขึ้น ก็ยังมี “ความเหลื่อมล้ำ” ที่สูงอยู่ไม่น้อย

“ดร.แคทเธอลีนา เลเดอร์ชิ” นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสของธนาคารโลก กล่าวว่า 20 ปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก รุ่งเรืองขึ้นอย่างมาก จากการพึ่งพาภาคส่งออก สามารถขจัดกลุ่มคนที่อยู่ภายใต้เส้นความยากจนไปได้กว่า 40% หรือคิดเป็น 2 ใน 3 ของทั้งหมด ทำให้ประชากรส่วนมากในภูมิภาคนี้อยู่ในสถานะที่ดูแลตัวเองได้

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาการเติบโตของเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ เกิดขึ้นจากการส่งออกที่อาศัยแรงงานด้อยฝีมือ ซึ่งเป็นโมเดลที่ใช้ไม่ได้ผลในปัจจุบัน กล่าวคือ ไม่สามารถดันเศรษฐกิจให้เติบโต “เร็ว” ได้อีกต่อไป เนื่องจากหลาย ๆ ประเทศขาดแคลนแรงงานจากการก้าวสู่สังคมผู้สูงวัย

ขณะเดียวกัน การพัฒนาสู่ความเป็นเมือง (urbanization) อย่างรวดเร็ว ก็ทำให้เกิดความแออัด เกิดปรากฏการณ์รวยกระจุก จนกระจาย นำมาสู่ความเหลื่อมล้ำสูง ถึงแม้ว่าผู้มีรายได้น้อยส่วนหนึ่งจะสามารถช่วยเหลือตนเองได้ แต่หากเกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจ ก็อาจจะไม่สามารถดูแลตนเอง ขณะที่กลุ่มชนชั้นกลางถือเป็นกลุ่มที่ออกนอกระบบการบริการทางสังคมต่าง ๆ และหันไปจ่ายเงินให้กับเอกชน ทำให้คนกลุ่มนี้ไม่เรียกร้องบริการทางสังคมที่ดีเพื่อส่วนรวม ดังนั้นแต่ละประเทศจึงควรมีกรอบนโยบายใหม่เพื่อรองรับและแก้ไขปัญหาดังกล่าว

รายงานเวิลด์แบงก์ฉบับนี้จึงได้นำเสนอโมเดลการพัฒนาใหม่ แบ่งออกเป็น 3 เสาหลัก เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนและมีส่วนร่วม และมีความท้าทายสำคัญคือ “ขจัดปัญหาความเหลื่อมล้ำ” คือ 1.การสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจสำหรับผู้มีรายได้น้อย (economic mobility) เพื่อส่งเสริมการเลื่อนชั้นทางสังคมของคนที่มีรายได้น้อยหรือคนที่อยู่ต่ำกว่าเส้นความยากจน

2.การสร้างภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจ (economic security) เช่น การปรับปรุงสวัสดิการพื้นฐานต่าง ๆ การมีระบบออมสำหรับผู้สูงวัย การออกแบบโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับความเสี่ยงจากภัยพิบัติ และ 3.การเสริมสร้างความเข้มแข็งในเชิงสถาบัน เช่น ปรับปรุงระบบภาษี การสร้างความเป็นธรรมไม่ให้ใครมีอภิสิทธิ์เหนือกว่าใคร การวางแผนสังคมผู้สูงวัยในระยะยาว และการปรับปรุงสถาบันการศึกษา

“ปรเมธี วิมลศิริ” เลขาธิการคณะกรรมการการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า รายงานเวิลด์แบงก์ฉบับนี้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 และแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ซึ่งมีเป้าหมายระยะยาวในการลดความเหลื่อมล้ำในประเทศ

ปัจจุบันประเทศไทยมีคนจนใต้เส้นความยากจน 7 ล้านคน ยังถือเป็นความท้าทายที่ต้องแก้ไข อย่างไรก็ตามในเรื่องของการสร้างความมั่นคงให้แก่กลุ่มคนรายได้น้อย คิดว่าประเทศไทยมีมาตรการรองรับตรงนี้ค่อนข้างมาก เช่น โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค หรือสิทธิ์ต่าง ๆ ของสตรีตั้งครรภ์ ขณะที่ในด้านการปฏิรูปสถาบัน ประเทศไทยก็มีความพยายามในการเก็บภาษีให้เท่าเทียมกันมากขึ้น และยอมรับว่าต้องมีการทบทวนกรอบมาตรการในส่วนสถาบันการศึกษา

ส่วนเรื่องการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจของผู้มีรายได้น้อย คิดว่าประเทศไทยต้องทำเพิ่มขึ้น เพื่อหาตัวขับเคลื่อนที่สร้างความเท่าเทียมกันมากขึ้น ในเชิงยุทธศาสตร์เราได้ตั้งเป้าหมายจะช่วยให้คนรายได้น้อย 40% ของประเทศ คิดเป็น 30 ล้านคน เติบโตมากกว่าคนกลุ่มอื่น ๆ” ปรเมธีกล่าว

ด้าน “สมชาย จิตสุชน” ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า เห็นด้วยกับรายงานที่ว่า โมเดลพัฒนาเก่าต้องถูกทดแทนด้วยโมเดลที่ได้ผลมากกว่า อย่างไรก็ตาม ปัญหาหนึ่งของประเทศไทยในการกระจายรายได้คือ โมเดลพัฒนาของไทยมักเกิดขึ้นในพื้นที่ท่าเรือเท่านั้น นอกจากนี้อำนาจทางการเมืองมักกระจุกอยู่ในเมืองหลวง ไม่กระจายไปสู่ท้องถิ่น

“สิ่งสำคัญเพื่อการกระจายความเจริญ คืองบประมาณท้องถิ่นต้องเพิ่ม ท้องถิ่นต้องเก็บภาษีด้วยตัวเองได้ ถ้าอำนาจถูกกระจายออกไป การทะเลาะเบาะแว้งทางการเมืองน่าจะลดลง การพัฒนาท้องถิ่นน่าจะเพิ่มขึ้น”

ขณะเดียวกัน การผูกขาดความมั่นคงทางเศรษฐกิจจากคนรวยบางกลุ่ม ที่ร่ำรวยขึ้นมาอย่างไม่โปร่งใส ถือเป็นการกัดกร่อนการพัฒนาประเทศอย่างมาก ดังนั้นรัฐต้องมีมาตรการในการลงโทษคนกลุ่มนี้อย่างจริงจัง ซึ่งแตกต่างจากกลุ่มคนที่รวยขึ้นมาโดยสุจริต ซึ่งคนกลุ่มนี้สามารถพาประเทศออกจากกับดักรายได้ปานกลางได้ แต่ประเด็นคือจะทำอย่างไรให้คนกลุ่มนี้มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น

ทั้งนี้ รายงานของเวิลด์แบงก์ฉบับนี้ ได้แบ่งกลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกไว้ 5 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มประเทศที่ขจัดความยากจนได้ในชั้นนำ และมีชนชั้นกลางเพิ่มขึ้น ได้แก่ ไทย และมาเลเซีย 2.กลุ่มประเทศที่กำลังพัฒนาชนชั้นกลางขึ้นมา แต่ยังคงต้องระดมทรัพยากรเพื่อดูแลคนจำนวนมากที่ยังมีสถานะไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจ ได้แก่ มองโกเลีย จีน และเวียดนาม 3.กลุ่มประเทศที่ชนชั้นกลางยังมีกลุ่มน้อยอยู่ ได้แก่ ฟิลิปปินส์ กัมพูชา และอินโดนีเซีย 4.กลุ่มประเทศที่คนจนยังชุกสูง และต้องเน้นการศึกษาเพื่อขจัดความยากจน ได้แก่ ติมอร์เลสเต ปาปัวนิวกินี และลาว และ 5.กลุ่มประเทศหมู่เกาะแปซิฟิก ที่มีความท้าทายแตกต่างจากประเทศอื่น ๆ เนื่องจากต้องวางแผนการจัดการความเสี่ยงต่อภัยพิบัติ

 

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ธนาคารโลก เวิลด์แบงก์