เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘วราวุธ’ สั่งสอบลานโฟมถล่มชลบุรี ลั่นหากเข้าข่ายโรงงาน ฟันผิด พ.ร.บ.โรงงานทันที
Economic ‘วราวุธ’ สั่งสอบลานโฟมถล่มชลบุรี ลั่นหากเข้าข่ายโรงงาน ฟันผิด พ.ร.บ.โรงงานทันที
ราคาทองวันนี้ (6 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณ 66,400 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (6 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณ 66,400 บาท
ไทย-EU FTA คืบหน้า 2 ใน 3 ปิดดีลเพิ่ม 8 ประเด็น ลุ้นเร่งสรุปโค้งสุดท้ายปี 2570
Economic ไทย-EU FTA คืบหน้า 2 ใน 3 ปิดดีลเพิ่ม 8 ประเด็น ลุ้นเร่งสรุปโค้งสุดท้ายปี 2570
แนวโน้มอินเดีย เบอร์สองตลาดโลก เลิกส่งออกน้ำตาล หันผลิตเอทานอล ทำน้ำมัน E20
World แนวโน้มอินเดีย เบอร์สองตลาดโลก เลิกส่งออกน้ำตาล หันผลิตเอทานอล ทำน้ำมัน E20
กขค.ร่วมวงอัพเกรด FTA อาเซียน-เกาหลี ดันกติกาแข่งขันทางการค้าเท่าทันเศรษฐกิจใหม่
Economic กขค.ร่วมวงอัพเกรด FTA อาเซียน-เกาหลี ดันกติกาแข่งขันทางการค้าเท่าทันเศรษฐกิจใหม่
แต่งตั้ง ‘ปกรณ์’ ลุยตรวจทุจริตสอบท้องถิ่น ปี 68 ขีดเส้น 30 วัน
Politics แต่งตั้ง ‘ปกรณ์’ ลุยตรวจทุจริตสอบท้องถิ่น ปี 68 ขีดเส้น 30 วัน
รอมา 30 ปี ปมชดเชยเขื่อนป่าสักขยับ ปลัดเกษตรฯ รับปากเร่งช่วย 114 ราย
Economic รอมา 30 ปี ปมชดเชยเขื่อนป่าสักขยับ ปลัดเกษตรฯ รับปากเร่งช่วย 114 ราย
ก.ล.ต. เกาะติดปมมีรายงานบุคคลเข้าถือครองหุ้น TRUE ไม่รู้ที่มา-เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง ยันเคร่งครัดกฎหมาย
Finance ก.ล.ต. เกาะติดปมมีรายงานบุคคลเข้าถือครองหุ้น TRUE ไม่รู้ที่มา-เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง ยันเคร่งครัดกฎหมาย
ไทยบุกมาเก๊า ไลฟ์ขายทุเรียน 2 ชั่วโมง ฟัน 2.1 ล้าน ลุ้นโกย 32 ล้าน
Economic ไทยบุกมาเก๊า ไลฟ์ขายทุเรียน 2 ชั่วโมง ฟัน 2.1 ล้าน ลุ้นโกย 32 ล้าน
อาเซียนจับตาวิกฤตอาหารโลก ไทยชูบทบาทฐานอุปทานภูมิภาค รับมือเอลนีโญ-ภูมิรัฐศาสตร์
Economic อาเซียนจับตาวิกฤตอาหารโลก ไทยชูบทบาทฐานอุปทานภูมิภาค รับมือเอลนีโญ-ภูมิรัฐศาสตร์
ดูทั้งหมด

“นันทกรี” นำปุ๋ยมุกมังกรผงาด ทุ่มพันล้าน ผุด 3 โรงงานผลิตเพิ่ม 3.2 แสนตัน

25 ก.พ. 2565 | 09:07น.

เครือนันทกรีผู้ผลิต “ปุ๋ยอินทรีย์เคมี” แบรนด์มุกมังกร โตก้าวกระโดด 100% เร่งทุ่มงบฯ 1,620 ล้านบาท ขยายกำลังการผลิตทั้งโรงงานเก่า ผุดโรงงานใหม่อีก 3 แห่งใน 3 จังหวัด “นครปฐม-ชลบุรี-ระยอง” เพิ่มปริมาณปุ๋ยจาก 180,000 ตันเป็น 320,000 กว่าตัน พร้อมแตกไลน์ผลิตตั้ง “โรงงานยากำจัดศัตรูพืชอินทรีย์” รายแรก ๆ ของโลก การันตีไม่มีสารตกค้าง 100% เตรียมวางตลาดปี 2566

นายจักรรัตน์ เรืองรัตนากร กรรมการผู้จัดการ บริษัท รัตนากร แอสเซท จำกัด จ.ชลบุรี ผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัท นันทกรี จำกัด จ.สมุทรสาคร ผู้ผลิตปุ๋ยอินทรีย์เคมี ภายใต้แบรนด์ “มุกมังกร” เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ความต้องการปุ๋ยอินทรีย์เคมีเติบโตเร็วแบบก้าวกระโดด ส่งผลให้ยอดขายปุ๋ยอินทรีย์เคมีเครือนันทกรีสิ้นปี 2564 เติบโตขึ้น 30% หรือประมาณ 1,300 ล้านบาท คาดการณ์ว่าปี 2565 จะเติบโตไม่ต่ำกว่า 25-30% หรือประมาณ 1,625-1,700 ล้านบาท ใกล้เคียงกับยุทธศาสตร์ที่วางไว้จะทำให้ได้ 2,000 ล้านบาทภายในปี 2565

แต่ปัจจุบันกำลังการผลิตของบริษัทไม่เพียงพอ ดังนั้นปี 2565 ได้ทำแผนลงทุนไว้ 1,620 ล้านบาท เพื่อขยายกำลังการผลิตเพิ่มจาก 180,000 ตันเป็น 320,000 กว่าตัน ทั้งการขยายไลน์การผลิตในโรงงานเก่า การตั้งโรงงานใหม่ 3 แห่ง พร้อมแตกไลน์ตั้งโรงงานผลิตยากำจัดศัตรูพืชอินทรีย์รายแรก ๆ ของโลกเตรียมวางตลาดปี 2566

ขณะเดียวกันปรับกลยุทธ์ในการทำตลาดจากปี 2564 เครือนันทกรีดำเนินธุรกิจในลักษณะรับจ้างผลิต (OEM) ถึง 80% ทำแบรนด์มุกมังกรเพียง 20% แต่ต่อไปตั้งเป้าทำแบรนด์ตัวเองให้เติบโตมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยปี 2565 จะทำให้แบรนด์มุกมังกรเติบโตจาก 20% เป็น 40% โดยสินค้าส่วนใหญ่จะทำตลาดส่งออก 60% และตลาดภายในประเทศ 40%

“ยอดขายเครือนันทกรีสิ้นปี 2562 มียอดขายประมาณ 500-600 ล้านบาท ขณะที่อัตราการเติบโตย้อนหลัง 5 ปี (2557-2562) เครือนันทกรี มีการเติบโตเฉลี่ย 15-25% ไม่ได้มากเพราะฐานยังน้อยอยู่ แต่จุดเปลี่ยนอยู่ที่ปี 2563 ยอดขายพุ่งขึ้นเป็น 1,000 ล้านบาท เติบโต 100% สิ้นปี 2564 ยังเติบโตขึ้นอีก 30% อยู่ที่ 1,300 ล้านบาท ความต้องการปุ๋ยอินทรีย์เคมีเติบโตเร็วกว่าซัพพลาย ทำให้โรงงานที่มีอยู่ 3 แห่งผลิตสินค้าได้ไม่เพียงพอ”

นายจักรรัตน์กล่าวต่อไปว่า ปี 2562 โรงงาน 3 แห่งใน จ.สมุทรสาคร ใช้กำลังการผลิตเพียง 70% แต่ปี 2563 ยอดขายเติบโตแบบก้าวกระโดด เพิ่มกำลังการผลิตเต็ม 100% ทำได้ 150,000 ตัน ยังไม่เพียงพอ จึงวางแผนสร้างโรงงานใหม่อีก 3 แห่ง ปี 2563 เริ่มก่อสร้างโรงงานที่ จ.นครปฐม แล้วเสร็จปี 2564 ปีแรกผลิตได้ 30,000 ตัน ปี 2565 ผลิตเพิ่มได้เต็มที่ 60,000 ตัน พร้อมก่อสร้างโรงงานที่ จ.ชลบุรี มีกำลังการผลิต 15,000 ตัน กำลังการผลิตรวม 5 โรงงาน 225,000 ตัน

พร้อมวางแผนก่อสร้างโรงงานที่ จ.ระยองเป็นโรงงานใหญ่ที่สุดของเครือนันทกรี บนพื้นที่ 40 ไร่ ที่นิคมอุตสาหกรรมนิคมพัฒนา มูลค่า 550 ล้านบาทกำลังการผลิตรวม 1 แสนตันต่อปี กำลังทำการศึกษาความเป็นไปได้ เบื้องต้นแบ่งการก่อสร้างเป็น 3 เฟส โดยเฟสแรกสร้างปีนี้แล้วเสร็จปี 2566 กำลังการผลิต 50,000-60,000 ตัน ส่วนอีก 2 เฟสจะทยอยสร้าง รวมกำลังการผลิตปุ๋ยทั้งเครือจะเพิ่มเป็น 320,000 กว่าตัน หลังจากโรงงานระยองแล้วเสร็จมีแผนขยายโรงงานสู่ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคใต้ ได้ที่ดินครบหมดแล้ว

ส่วนโรงงานเก่า 2 แห่งที่ จ.สมุทรสาคร คือ บริษัท นันทกรี จำกัด อ.บ้านแพ้ว และบริษัท กรีนเพาเวอร์พลัส จำกัด อ.เมือง จะเพิ่มไลน์การผลิตแห่งละ 2 ไลน์ รวมเป็น 4 ไลน์ผลิต ลงทุน 300 ล้านบาท รวมถึงมีการขยายไลน์การผลิตในโรงงานที่ จ.นครปฐมอีก 1 ไลน์ ลงทุน 100 ล้านบาท ทั้งหมดเพื่อรองรับการเติบโตของกระแสปุ๋ยอินทรีย์เคมี ปุ๋ยอินทรีย์ และการที่ปุ๋ยเคมีจะถูกดิสรัปต์ รองรับแม่ปุ๋ยที่มีราคาแพง ปัจจุบันราคาปุ๋ยอินทรีย์เคมีหน้าโรงงานนันทกรีถูกกว่าปุ๋ยเคมี 30-35%

อย่างไรก็ตาม เครือนันทกรียังเข้าไปถือหุ้น 20% ในโรงงานปุ๋ยที่ประเทศจีนอีก 4 แห่ง ได้แก่ ที่เมืองกุ้ยหลิน ซูโจว ชานตง และกว่างโจว รวมกำลังการผลิตเดือนละ 60,000 ตัน ทั้งปีผลิตได้ 720,000 ตัน

ขณะเดียวกันเครือนันทกรีจะลงทุนเรื่องศูนย์วิจัยพัฒนาสินค้า และ food and science lab มูลค่า 100 ล้านบาท ลงทุนเปิดโรงงานสกัดสมุนไพรในเครือนันทกรี 350 ล้านบาท และจะมีการเปิดตัวโรงงานยากำจัดศัตรูพืชอินทรีย์อีก 220 ล้านบาท

ดร.จิตติมา เรืองรัตนากร (วีระนันทนาพันธ์) ผู้บริหารสูงสุด บริษัท นันทกรี จำกัด กล่าวถึงการแตกไลน์ทำโรงงานผลิตยากำจัดศัตรูพืชอินทรีย์ว่า แมลงศัตรูพืชเป็นปัญหาสำคัญของเกษตรกร จะป้องกันพืชอย่างไรไม่ให้เกิดความสูญเสีย จึงมาคิดค้นวิจัยและพัฒนาทำยากำจัดศัตรูพืชที่มาจากธรรมชาติ โดยตั้งโจทย์ว่า 1.ต้องเป็นออร์แกนิก 2.ไม่มีสารตกค้าง 100% 3.ไม่เป็นอันตรายต่อแมลงและพืช เพื่อช่วยปกป้องพืชจากแมลงต่าง ๆ ที่จะก่อให้เกิดโรคกับผลผลิต ตามแผนจะออกผลิตภัณฑ์ยากำจัดศัตรูพืชนี้ภายในปี 2566

ดร.กรีฑา วีระนันทนาพันธ์ ประธานบริษัท นันทกรี จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า ประเทศไทยมีการนำเข้าแม่ปุ๋ยเคมีปีละ 5 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่า 5 หมื่นล้านบาทต่อปี และมีคำถามว่า ไทยพร้อมผลิตได้เองหรือไม่ ที่ผ่านมาเคยมีความพยายามในการผลิตแม่ปุ๋ยใช้เองตั้งแต่ปี 2518 โดยนำบายโปรดักต์จากการผลิตไฟฟ้าที่แม่เมาะ จ.ลำปาง ได้บายโปรดักต์ 2 ตัวคือ แอมโมเนีย และซัลฟุริกแอซิด ซึ่งปุ๋ยไนโตรเจนใช้ 2 ตัวนี้ แต่ผลิตได้ไม่ถึง 3 ปี ก็ล้มเหลว

พอมาครั้งที่ 2 มีการจัดตั้งบริษัท ปุ๋ยแห่งชาติ ตอนนั้นมีโรงงานแยกก๊าซธรรมชาติที่มาบตาพุด และหวังว่าจะนำมีเทนมาสังเคราะห์ให้ได้แอมโมเนีย แต่แอมโมเนียถูกส่งไปในอุตสาหกรรมพลาสติกหมด เพราะได้ราคาดีกว่า ปุ๋ยแห่งชาติต้องแก้ไขด้วยการนำเข้าวัตถุดิบทั้งหมด ซึ่งแพงและล้มเหลวอีกครั้งหนึ่ง ส่วนการผลิตแม่ปุ๋ยโพแทสเซียม การทำเหมืองโพแทชใช้เงินทุนและเทคโนโลยีค่อนข้างสูงมาก และประสบปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม

“ผมคิดว่าถึงเวลาที่เราต้องเปลี่ยนปัจจัยการผลิตไปใช้ปุ๋ยอย่างอื่น โดยพึ่งพาปุ๋ยเคมีให้น้อยที่สุด เพื่อลดการนำเข้า ปุ๋ยเคมีทำให้ดินเสีย ผลผลิตตกต่ำลง”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ปุ๋ย