เด็กเล็กติดเชื้อโควิดพุ่ง สธ.แนะจับตาอาการ ผู้ปกครองเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
ตัวเลขเด็กปฐมวัย 0-5 ปีติดเชื้อโควิดพุ่งต่อเนื่อง 6,000 ราย ช่วง 7 วันที่ผ่านมา เหตุสัมผัสผู้ใกล้ชิดคนในครอบครัวเสี่ยงสูง สธ.แนะผู้ปกครองเฝ้าระวังบุตรหลานอย่างใกล้ชิด พร้อมแจงข้อปฏิบัติและการดูแลเบื้องต้น
วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2565 นายแพทย์เอกชัย เพียรศรีวัชรา รองอธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า ตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย 99% เป็นผู้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอน โดยพบว่าตลอดช่วง 7 วันที่ผ่านมา พบว่าตัวเลขการติดเชื้อของเด็กปฐมวัย 0-5 ปี มีอัตราการติดเชื้อสูงถึง 6,000 ราย มีสาเหตุหลักมาจากการมีประวัติสัมผัสคนใกล้ชิด และเมื่อดูตัวเลขย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2564-17 ก.พ. 2565 พบว่ามีเด็กวัยดังกล่าวติดเชื้อสะสม 107,059 ราย เสียชีวิต 29 ราย

ซึ่งส่วนใหญ่ที่เสียชีวิตจะเป็นเด็กที่มีโรคประจำตัว โดยสาเหตุหลักมาจากการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยติดเชื้อในครอบครัว และการละเลยการดูแลสุขอนามัยสำหรับเด็ก จึงอยากให้ผู้ปกครองจับตาดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด
โดยได้แนะนำหลักปฏิบัติเพื่อเป็นการลดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สำหรับเด็ก ได้แก่ 1.สอนให้เด็กล้างมือที่ถูกต้อง 2.เด็กที่มีอายุน้อยกว่า 2 ปี ไม่แนะนำให้สวมหน้ากากอนามัย เพราะอาจจะทำให้เกิดอันตราย เนื่องจากเด็กไม่สามารถเอาออกเองได้หากหายใจไม่ออก 3.หลีกเลี่ยงสถานที่มีคนหมู่มากและเสี่ยงติดเชื้อโควิด 4.ทำความสะอาดบริเวณพื้นผิว เช่น โต๊ะ เก้าอี้ ของเล่นเป็นประจำ 5.หมั่นสังเกตสุขภาพเด็กอยู่เสมอ โดยเด็กที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ ได้แก่ เด็กที่มีอายุน้อยกว่า 1 ปี และเด็กที่มีโรคประจำตัว เนื่องจากจะมีอาการหนักหากได้รับเชื้อ
อย่างไรก็ตาม หากพบว่าบุตรหลานติดเชื้อโควิด-19 แล้วทั้งผู้ปกครองและเด็กให้เข้ารับการรักษา โดยผู้รักษาจะจัดเป็นกลุ่มครอบครัวให้ ถ้าหากเด็กติดเชื้อแต่ผู้ปกครองไม่ติด ให้เด็กเข้ารักษาในโรงพยาบาลหรือ Hospitel ซึ่งอนุญาตให้ผู้ปกครองมาดูแลได้ โดยจะต้องดูแลตัวเองอย่างเข้มงวดเพื่อไม่ให้ติดเชื้อโควิดจากเด็ก แต่ถ้าหากผู้ปกครองติดเชื้อแต่เด็กไม่ติด ให้ประสานญาติมารับเด็ก แต่หากไม่มี ทาง พม. จะมีบ้านพักฉุกเฉินสำหรับเด็กไว้รองรับ
นอกจากนี้หากมีไข้สามารถให้เด็กกินยาลดไข้ได้ ให้เน้นเช็ดตัวเพื่อป้องกันอาการช็อก หรือให้กินพาราเซตามอล 10 ml ต่อน้ำหนัก 1 กิโลกรัม ถ้ามีอาการไอ หรือมีน้ำมูก ให้กินยาแก้ไอและยาลดน้ำมูกได้ และถ้าหากถ่ายเหลว แนะนำให้ดื่มเกลือแร่
ทั้งนี้ หากเด็กเล็กไม่สามารถ Home Isolation (HI) ได้เนื่องจากสถานที่ไม่อำนวย สามารถเข้า Community Isolation ได้ ด้วยการติดต่อสาธารณสุขจังหวัด โดยอนุญาตให้ผู้ปกครองตามเข้ามาดูแลได้ภายใต้การดูแลตัวเองอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ให้เฝ้าระวังอาการหลังติดเชื้อโควิดอย่างต่อเนื่อง
เนื่องจากเด็กส่วนใหญ่มีอาการป่วยไม่หนัก แต่ในบางรายอาจมีอาการอักเสบหลายระบบ ซึ่งจะเกิดในสัปดาห์ที่ 2-8 หลังจากติดโควิด ทำให้เกิดไข้สูงเพิ่มขึ้นมา อย่างไรก็ดีขอให้จับตาสถานการณ์การติดเชื้อในเด็กอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะ 6 จังหวัดที่พบเด็กประถมติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ ภูเก็ต ชลบุรี นนทบุรี และนครศรีธรรมราช
