เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

พิทักษ์ อุดมวิชัยวัฒน์ ยกเครื่อง “สมาร์ท DFT” หนุนผู้ส่งออก

26 ก.พ. 2565 | 14:52น.
พิทักษ์ อุดมวิชัยวัฒน์
สัมภาษณ์พิเศษ

 

ภาวะการแพร่ระบาดของโควิดส่งผลให้ภาคธุรกิจต้องปรับตัวเน้นการทำงานผ่านระบบทางไกล work from anywhere มากขึ้นจนกลายเป็นวิถีใหม่ next normal ขณะที่การทำงานของภาครัฐต้องปรับตัวเพื่ออำนวยความสะดวกต่อภาคเอกชนให้สอดรับวิถีใหม่เช่นกัน

“กรมการค้าต่างประเทศ” ในฐานะหน่วยงานหลักที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยผู้ประกอบการส่งออกออกเอกสารรับรองต่าง ๆ เพื่อประกอบการส่งออกและนำเข้าสินค้า วางนโยบายยกระดับการทำงานสู่ระบบ “สมาร์ท DFT” เพื่อให้ทันโลกการค้ายุคใหม่ “ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์ “พิทักษ์ อุดมวิชัยวัฒน์” อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ หลังรับไม้ต่อจาก “กีรติ รัชโน” ถึงแนวนโยบายของกรมการค้าต่างประเทศ

ปรับบริการรับโควิด-19

กรมเป็นหน่วยงานที่คอยให้บริการผู้ประกอบการเรื่องการออกใบอนุญาต ใบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า ภายใต้ข้อตกลงเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ต่าง ๆ รวม 11 ฉบับ และการขอสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) 4 ระบบของ 4 ประเทศ คือ สหรัฐ สวิตเซอร์แลนด์ กลุ่มประเทศเครือรัฐเอกราชและนอร์เวย์ ซึ่งในแต่ละมีการออกหนังสือรับรองจำนวนมากในแต่ละปี

เรามีหน้าที่ดูแลผู้ประกอบการที่เข้ามาใช้สิทธิประโยชน์ เพราะฉะนั้นในช่วงโควิด สิ่งที่กรมจะดำเนินการภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน สิ่งแรกต้องดูแลเจ้าหน้าที่ 600 คน ให้ปฏิบัติงานได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพก่อน โดยได้จัดให้มีการตรวจ ATK ทุกสัปดาห์ เพื่อความมั่นใจ ทั้งผู้ให้และผู้ใช้บริการ ส่วนการปฏิบัติหน้าที่ยังต้องทำ work from home ปริมาณ 25% หลังจากที่โอมิครอนเริ่มผ่อนคลายจึงพิจารณาให้กลับมาทำงานมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การทำงานจากบ้านไม่ได้มีผลกระทบต่อการปฏิบัติงานด้านการให้บริการผู้ส่งออก เพราะกรมมีระบบปฏิบัติการผ่านทางออนไลน์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ส่งออก ที่สำคัญเรายังให้สวัสดิการกับพนักงานชั้นผู้น้อยที่ต้องปฏิบัติงานที่บ้านจำเป็นต้องมีอุปกรณ์ กรมช่วยเหลือการให้กู้ดอกเบี้ยถูก เพื่อซื้อคอมพิวเตอร์ รายละ 30,000 บาท 50 เครื่อง ผ่อนชำระ 2 ปี เพราะเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการเงินเดือนไม่สูง มีค่าใช้จ่ายค่าที่พักที่ต้องมาเช่าอยู่อาศัยก็ต้องช่วยเหลือเขาด้วย

อัพเกรดบริการดิจิทัล

ขณะเดียวกันกรมปรับระบบ digital เพื่อรองรับแบบฟอร์มต่าง ๆ 3 ระบบ เพื่อยกระดับการให้บริการแก่ผู้ประกอบการ เช่น ระบบการออกใบอนุญาตให้ผู้ส่งออกจะนำร่องกลุ่มผู้ส่งออกข้าวก่อน ซึ่งเดิมต้องมาขึ้นทะเบียนที่กรม เพื่อจะมีใบประจำตัวของผู้ส่งออก แต่จะปรับระบบใหม่ในรูปแบบออนไลน์ หากจะดำเนินการหรือติดตามดูแลก็สามารถเข้าระบบ login ในการตรวจสอบหรือการยื่นคำขอก็สามารถยื่นผ่านระบบออนไลน์ โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางเข้ามาที่กรม

ซึ่งจะขอความร่วมมือให้ผู้ส่งออกข้าวทั้งรายเก่าและรายใหม่เข้ามาอยู่ในระบบดังกล่าว และจะขยายไปในกลุ่มสินค้าอื่น ๆ เช่น มันสำปะหลัง หอมแดง โดยมีเป้าหมายว่าการออกใบอนุญาตให้กับผู้ส่งออกจะเป็นระบบออนไลน์ ทั้งนี้ ยังจะเป็นการช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับผู้ส่งออกด้วย

ระบบที่ 2 คือ ระบบการลงลายมือชื่อ ตราประทับอิเล็กทรอนิกส์ (ESS) ระบบนี้จะช่วยลดระยะเวลาในการให้บริการจาก 15 นาที เหลือประมาณ 10 นาที คือ ระบบนี้จะออกผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ การเซ็นและการใช้ตราประทับจะผ่านในระบบทั้งหมด 11 ฟอร์ม แต่ก็ยังมีบางส่วนที่ยังไม่ได้รับรอง คือ เอฟทีเอไทย-อินเดียไทย-เปรู และอาเซียน-อินเดีย เนื่องจากการให้รับรองดังกล่าวจะต้องถูกยอมรับทั้งสองฝ่ายซึ่งในบางประเทศยังไม่ได้รองรับระบบของไทย จึงเป็นสิ่งที่กรมจะต้องผลักดันในเรื่องนี้

ระบบที่ 3 เรียกว่า DFT smart certificate of origin (DFT C/O) ซึ่งอยู่ระหว่างการผลักดัน หากสำเร็จผู้ประกอบการไม่จำเป็นต้องมาที่กรมสามารถดำเนินการอยู่ที่บริษัทได้ แต่จะต้องซื้อกระดาษจากของกรมที่มีลายน้ำ เพื่อป้องกันการปลอมแปลง อำนวยความสะดวกให้กับผู้ส่งออก

อัดงบฯลงทุน 14.5 ล้านบาท

“กรมต้องสร้างความมั่นใจให้กับทั้งผู้ประกอบการได้เชื่อมั่นว่าเอกสารดังกล่าวนั้นเป็นของจริง มีการตรวจสอบได้ ซึ่งในการวางระบบนี้ได้จัดสรรงบประมาณมาใช้ประมาณ 14.5 ล้าน เป็นการที่ลงทุนที่คุ้มค่ามาก ช่วยลดกระดาษ 4.4 ล้านแผ่น ลดเวลาการรอบริการ 3 แสนชั่วโมง และลดค่าเสียโอกาส 18 ล้านบาท”

นอกจากนี้ กรมยังมีอีกระบบคือ การออกใบรับรองด้วยตัวเอง (self certification) ซึ่งผู้ประกอบการรายที่เป็นผู้ที่เชี่ยวชาญและมีความรู้ด้านการส่งออก สามารถขึ้นทะเบียนใช้ระบบรับรองตัวเองได้ เหตุที่อาจจะไม่สามารถให้ผู้ส่งออกทุกคนรับรองตัวเองได้หมด เพราะมีบางกลุ่มไม่ได้มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องแหล่งกำเนิดสินค้า ที่ต้องมีการคำนวณว่าจะใช้เท่าไร เพื่อนำไปลดภาษี ซึ่งจนถึงตอนนี้มีผู้ประกอบการไทยสามารถใช้ระบบรับรองตัวเองได้ประมาณ 100-200 ราย

Smart ID ผู้ส่งออก

“กรมมีความตั้งใจจะทำไอดีผู้ส่งออก เหลือเพียง 1 ID และให้สามารถใช้กับทุกบริการของกรมการค้าต่างประเทศได้ เช่น สินค้าข้าวที่ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ส่งออกข้าวที่กรม และก็ต้องขึ้นทะเบียนเป็นมาตรฐานส่งออกสินค้าข้าว ซึ่งเป็นการกำกับมาตรฐานของเข้าส่งออก ซึ่งก็ต้องไปขึ้นทะเบียนที่กองมาตรฐานสินค้า และหากจะใช้สิทธิของการส่งออกภายใต้ข้อตกลงเอฟทีเอ ก็จะต้องมีอีก 1 ID ที่กองบริการ”

หากวางระบบ 1 ID ได้สำเร็จ จะสามารถเชื่อมโยงข้อมูลที่เกี่ยวข้อง โดยลดระยะของการขึ้นทะเบียนในแต่ละส่วนให้สามารถขึ้นได้ครั้งเดียวแต่เชื่อมบริการทั้งหมด หรือ single ID หรือ one stop service การให้บริการรวมภายในจุดเดียวซึ่งอยู่ระหว่างการผลักดัน

จัดระเบียบฐานข้อมูล

“สิ่งที่ยากคือ เรื่องของการแก้กฎระเบียบ ที่มีความแตกต่างกัน และการเชื่อมระบบออนไลน์ที่จะต้องทำอย่างไรให้มีการเชื่อมโยงกัน จะทำอย่างไรให้มีการเคลียร์ 5 ส. เช่น ของผู้ส่งออกข้าว เพื่อสามารถสรุปและแสดงตัวตน ว่ายังมีผู้ที่ประกอบการ หรือส่งออก เนื่องจากที่ผ่านมาเมื่อมีการเข้ามาขึ้นทะเบียนก็จะเพิ่มและรันจำนวนไปเรื่อย ๆ แต่ไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการรายนั้นยังคงมีการดำเนินกิจการหรือไม่ ซึ่งจากการตรวจสอบก็พบว่ายังมีบางรายที่ได้ขึ้นทะเบียนไปแล้วแต่ไม่ได้ดำเนินกิจการเลย”

อย่างกลุ่มผู้ส่งออกข้าวปัจจุบันมีอยู่นั้นประมาณ 200 ราย ก็ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบและพิจารณาแยกสำหรับกลุ่มที่ขึ้นทะเบียนผู้ส่งออกมาตรฐานข้าวมีกี่ราย ซึ่งต้องการที่จะจัดระเบียบให้เรียบร้อย การดำเนินต่าง ๆ จำเป็นที่จะต้องมีงบประมาณเข้ามาใช้ เบื้องต้นก็จะพยายามสร้างแนวทางไว้หากได้รับการจัดสรรงบประมาณเข้ามาก็จะได้ดำเนินการได้ทันที

“การปรับการทำงานระบบ smart DFT จะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการ และช่วยลดต้นทุน หลังวิกฤตโควิดไม่จำเป็นจะต้องเดินทางมาที่กรม สามารถดำเนินการอยู่ที่บริษัทเองได้ คาดว่า การพัฒนาระบบต่าง ๆ จะเห็นเป็นรูปธรรมได้ภายในปลายปี 2565 นี้”