เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

บ๊อช ผนึกพันธมิตร นำเครื่องมือแก้ปัญหาฝุ่นเชียงใหม่

04 มี.ค. 2565 | 13:02น.

ไม่นานผ่านมา “บ๊อช” เดินหน้าช่วยเหลือการแก้ปัญหามลพิษทางอากาศในประเทศไทย โดยสนับสนุนโครงการวิจัย “บ้านสู้ฝุ่น” โครงการบ้านต้นแบบที่ริเริ่มโดยสภาลมหายใจเชียงใหม่ ในการจัดการพื้นที่สีเขียว ด้วยการปลูกพรรณไม้สู้ฝุ่นภายในครัวเรือนเพื่อลดปัญหามลพิษทางอากาศ และฝุ่นละอองขนาดเล็กใน จ.เชียงใหม่

หนึ่งในพื้นที่ที่ประสบปัญหามลพิษทางอากาศรุนแรงที่สุดจังหวัดหนึ่งของประเทศไทย โดยมีเครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศและปริมาณฝุ่นละออง (air quality monitoring box) ของบ๊อชเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ช่วยยืนยันผลวิจัยของโครงการ

นอกจากนั้น บ๊อชยังร่วมมือกับศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในการสนับสนุนการติดตั้งเครื่อง “DustBoy” อุปกรณ์ตรวจวัดฝุ่นละอองขนาดเล็กด้วยระบบเซ็นเซอร์ที่พัฒนาโดยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในครัวเรือนอาสาสมัครของชุมชนหมื่นสาร ต.หายยา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ที่เข้าร่วมโครงการ “บ้านสู้ฝุ่น” พร้อมกับจัดการปลูกพรรณไม้สู้ฝุ่นที่มีคุณสมบัติในการดูดซับฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5)

โจเซฟ ฮง

“โจเซฟ ฮง” กรรมการผู้จัดการ บ๊อช ประเทศไทย และประเทศลาว กล่าวว่าบ๊อชดำเนินงานอย่างต่อเนื่องเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรมที่จะช่วยให้ผู้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และเครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศ และปริมาณฝุ่นละอองของบ๊อชนับเป็นตัวอย่างที่ชัดเจน เพราะปัญหามลพิษทางอากาศ เป็นหนึ่งในปัญหาที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพของผู้คน และสภาพแวดล้อม ผมจึงมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่นวัตกรรมของบ๊อชสามารถช่วยสนับสนุนการสร้างอนาคตที่มาพร้อมอากาศบริสุทธิ์ให้เป็นจริงได้

เพราะเทคโนโลยีของบ๊อชช่วยเมืองบรรเทาปัญหามลพิษทางอากาศ และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ได้ ดังนั้น หนึ่งในก้าวแรกที่สำคัญสู่การจัดการปัญหามลพิษทางอากาศคือการเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกของดัชนีคุณภาพอากาศ และค่าฝุ่นละอองจากหลากหลายพื้นที่อย่างสะดวก และรวดเร็ว เนื่องจากเครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศ และปริมาณฝุ่นละอองของบ๊อชเป็นโซลูชั่นที่เหมาะสำหรับการใช้งานในเมือง และอุตสาหกรรม

“ที่สำคัญ กล่องเครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศ และปริมาณฝุ่นละอองมีขนาดกะทัดรัด เพราะเรารวมความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีเซ็นเซอร์ และซอฟต์แวร์เข้าด้วยกัน ทำให้สามารถวัดค่าดัชนีคุณภาพอากาศได้อย่างน่าเชื่อถือ รวมถึงข้อมูลมลพิษทางอากาศอย่างฝุ่นละอองขนาดเล็ก และพารามิเตอร์ด้านสิ่งแวดล้อมด้วย นอกจากนั้น ยังส่งข้อมูลดัชนีคุณภาพอากาศที่วัดได้ไปยังระบบคลาวด์ของบ๊อชอย่างต่อเนื่อง เพื่อวิเคราะห์และประมวลผลด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ (artificial intelligence-AI)”

ดังนั้น เมื่อดูข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมื่อเดือนพฤษภาคม 2564 จะพบว่าแหล่งที่มาของฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑลมาจากภาคการขนส่งทางถนน ในขณะที่สาเหตุหลักของควันพิษอันตรายในภาคเหนือของประเทศไทยมาจากการเผาไหม้ชีวมวลแบบระบบเปิด รวมถึงการทำเกษตรกรรมแบบถางโค่น และเผาป่า

รศ.ดร.สมพร จันทระ

“รศ.ดร.สมพร จันทระ” หัวหน้าศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อม คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวเสริมว่าภายใต้ความร่วมมือกับบ๊อช ทำให้เราเข้าถึงเทคโนโลยีที่จะช่วยติดตามสถานการณ์ค่าดัชนีคุณภาพอากาศในบริเวณที่กำหนดอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมไปถึงช่วยให้เราสามารถศึกษา และบอกได้ว่าการปลูกพรรณไม้สู้ฝุ่นมีส่วนช่วยทำให้คุณภาพอากาศในบริเวณนั้น ๆ ดีขึ้นได้มากน้อยอย่างไร

สุรีรัตน์ ตรีมรรคา

“สุรีรัตน์ ตรีมรรคา” รองประธานคณะกรรมการอำนวยการ สภาลมหายใจเชียงใหม่ กล่าวว่า โครงการบ้านสู้ฝุ่นมีเป้าหมายที่สนับสนุนให้ทุกภาคส่วนร่วมมือกันควบคุมปัญหามลพิษทางอากาศ หากทุกภาคส่วนช่วยกันแล้ว เราจะสามารถตระหนัก และรับรู้ถึงปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทั้งยังทำให้เมืองเชียงใหม่กลับมาเป็นเมืองที่น่าอยู่อีกครั้ง

“โจเซฟ ฮง” กล่าวเสริมว่า บ๊อชเป็นผู้ร่างอนาคตของเทคโนโลยีแห่งการขับเคลื่อนที่สอดคล้องไปกับทิศทางการขยายตัวของสังคมเมืองทั้งในประเทศไทย และในระดับโลก การขับเคลื่อนต้องมาพร้อมกับความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และความยั่งยืน รวมไปถึงสามารถปกป้องชีวิต และสุขภาพของเราได้ ดังนั้น ความยั่งยืนจึงเป็นแนวคิดหลักของผลิตภัณฑ์ นอกจากนั้น บ๊อชยังพัฒนานวัตกรรมระบบส่งกำลังที่มีความหลากหลาย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และช่วยปรับปรุงคุณภาพอากาศให้ดีขึ้น”

“เพราะเรามุ่งมั่นในการช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตโดยรวมของผู้คนอย่างยั่งยืน”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ฝุ่น PM 2.5 เชียงใหม่