เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘ไบแนนซ์’ กับเกาหลีเหนือ
World ‘ไบแนนซ์’ กับเกาหลีเหนือ
กาแฟพันธุ์ไทย 14 ปี ชงมุก-ชงเมนู D.I.Y. ดึงคนต่างเจนร่วมสร้างแบรนด์
Business กาแฟพันธุ์ไทย 14 ปี ชงมุก-ชงเมนู D.I.Y. ดึงคนต่างเจนร่วมสร้างแบรนด์
TCS เผยผลศึกษา AI ในองค์กรชี้มีเพียง 10% ที่ยอมให้ AI ทำงานโดยไร้คนควบคุม
Economic TCS เผยผลศึกษา AI ในองค์กรชี้มีเพียง 10% ที่ยอมให้ AI ทำงานโดยไร้คนควบคุม
ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 850 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 850 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,050 บาท
เรนวูด ปาร์ค ปักธง PARK11 คอมมูนิตี้ของคนรักสัตว์ เติมเต็มไลฟ์สไตล์ครอบครัวยุคใหม่
Real Estate เรนวูด ปาร์ค ปักธง PARK11 คอมมูนิตี้ของคนรักสัตว์ เติมเต็มไลฟ์สไตล์ครอบครัวยุคใหม่
‘สรรเพชญ’ ถก ‘ศิริราช’ พัฒนา Medical Park ย่านสถานีรถไฟธนบุรี สู่ฮับสุขภาพ
Economic ‘สรรเพชญ’ ถก ‘ศิริราช’ พัฒนา Medical Park ย่านสถานีรถไฟธนบุรี สู่ฮับสุขภาพ
เอสเอ็มอีไทยน่าห่วง NPL พุ่ง 9.9% กสิกรชี้ทางรอด เชื่อม Future Supply Chain
Finance เอสเอ็มอีไทยน่าห่วง NPL พุ่ง 9.9% กสิกรชี้ทางรอด เชื่อม Future Supply Chain
20 ปีไม่คืบหน้า จี้กทม.สร้าง “สถานีเสนาร่วม” สายสีเขียว กังขาคิดค่าตั๋วสถานียังไม่เปิดใช้
Economic 20 ปีไม่คืบหน้า จี้กทม.สร้าง “สถานีเสนาร่วม” สายสีเขียว กังขาคิดค่าตั๋วสถานียังไม่เปิดใช้
อนุทิน ขอ ‘ม็อบกำนัน’ อย่าทำผิดกฎหมาย ยันทำเพื่อประโยชน์ประเทศ-ประชาชน
Politics อนุทิน ขอ ‘ม็อบกำนัน’ อย่าทำผิดกฎหมาย ยันทำเพื่อประโยชน์ประเทศ-ประชาชน
รัฐบาลยันไม่ขาดแคลนอาหาร อย่าหวั่นไหวตามนานาประเทศ
Politics รัฐบาลยันไม่ขาดแคลนอาหาร อย่าหวั่นไหวตามนานาประเทศ
ดูทั้งหมด

“เฟด” ไม่เปลี่ยนแผนขึ้นดอกเบี้ย “ภาษีทรัมป์” ส่งผลจิ๊บจ๊อย

16 ธ.ค. 2560 | 21:46น.

ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม มีมติปรับขึ้นดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% ตามที่ตลาดและนักลงทุนคาดการณ์ นับเป็นการปรับขึ้นรอบที่ 3 ของปีนี้ ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายขยับไปอยู่ในช่วง 1.25-1.5% ซึ่งถือว่ายังไม่มีอะไรช็อกตลาด เพราะสไตล์การทำงานของ “เจเน็ต เยลเลน” ประธานเฟด ที่กำลังจะหมดวาระในไม่ช้านี้ เป็นที่รับรู้ว่าค่อนข้างมีความแน่นอนและตรงไปตรงมา ไม่นิยมสร้างเซอร์ไพรส์ ทำให้ตลาดและนักลงทุนคาดการณ์ได้ค่อนข้างแน่นอน

สำหรับแผนขึ้นดอกเบี้ยในปีหน้า เฟดยังคงคาดการณ์ไว้ที่ 3 ครั้งเช่นเดิม ผิดไปจากความคาดหมายของนักลงทุนและนักเศรษฐศาสตร์จำนวนไม่น้อยที่คาดว่า เฟดน่าจะส่งสัญญาณว่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ย 4 ครั้ง เพื่อป้องกันปัญหาเศรษฐกิจที่อาจร้อนแรงเกินไป หลังจากร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีครั้งใหญ่ของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ผ่านความเห็นชอบจากสองสภาแล้ว และกำลังจะออกมาบังคับใช้

โดยเฟดได้ปรับเพิ่มคาดการณ์จีดีพีของปีหน้าค่อนข้างมาก จากเดิม 2.1% เป็น 2.5% เนื่องจากเศรษฐกิจสองไตรมาสล่าสุดขยายตัวติดต่อกัน 3% และคาดว่าไตรมาส 4 จะเติบโตในระดับเดียวกัน

ในส่วนของเงินเฟ้อ เฟดประเมินว่า ปีหน้าเงินเฟ้อจะเพิ่มเพียงเล็กน้อยไปอยู่ที่ 1.7% จากเดิม 1.6% ซึ่งยังต่ำกว่าเป้าหมายที่ 2% จึงอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้เฟดยังคงแผนการปรับขึ้นดอกเบี้ย 3 ครั้งเท่าเดิม ขณะที่นักวิเคราะห์บางคน

เชื่อว่า จากท่าทีและแถลงการณ์ของเฟดในครั้งนี้ มีความเป็นไปได้ที่เฟดอาจลดการขึ้นดอกเบี้ยปีหน้าให้เหลือเพียง 2 ครั้ง ซึ่งจะทำให้อัตราดอกเบี้ย ณ สิ้นปี อยู่ที่ 1.8%

“เครก บิชอป” หัวหน้านักยุทธศาสตร์ของอาร์บีซี เวลท์ แมเนจเมนต์ระบุว่า การที่เฟดยังคงยึดแผนการขึ้นดอกเบี้ยปีหน้า 3 ครั้งเท่าเดิม สะท้อนว่าเฟดไม่พร้อมจะใช้นโยบายการเงินตึงตัว ด้วยการเพิ่มความถี่ในการขึ้นดอกเบี้ยอย่างที่หลายคนคาด

การตีความท่าทีของเฟดค่อนข้างมีความหลากหลาย เพราะนักวิเคราะห์บางคนก็มองว่า การที่เฟดยังยืนกรานจะลดขนาดงบดุลในเดือนมกราคม ปีหน้า เพิ่มจากเดือนละ 10,000 ล้านดอลลาร์ เป็น 20,000 ล้านดอลลาร์ เท่ากับส่งสัญญาณว่า เฟดต้องการเพิ่มความตึงตัวด้านการเงิน และยังสะท้อนว่า เฟดค่อนข้างระมัดระวังในการหาหนทางที่สมดุลในการตอบสนองต่อภาพทางบวกของเศรษฐกิจ ซึ่งมีอัตราการเติบโตดี พร้อมกับอัตราการจ้างงานที่แข็งแกร่ง แต่ขณะเดียวกันอัตราเงินเฟ้อกลับอ่อนแออย่างต่อเนื่อง และคงเส้นคงวา สวนทางกับจีดีพีและอัตราการจ้างงานส่วนแผนการขึ้นดอกเบี้ยในปี ค.ศ. 2019

ยังคงเดิมที่ 3 ครั้งเช่นกัน ซึ่งสะท้อนว่าในมุมมองของเฟด ต่อแผนการปรับลดภาษีครั้งใหญ่ของรัฐบาล จะมีผลต่อเศรษฐกิจเพียงเล็กน้อยและเพียงระยะชั่วคราวเท่านั้น เห็นได้จากปี ค.ศ. 2019-2020 ที่เฟดประเมินว่า เศรษฐกิจสหรัฐจะชะลอลงจากปี 2018 ไปอยู่ที่ระดับ 2%

โดย นางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟดระบุว่าแผนลดภาษีมีแนวโน้มจะช่วยเพิ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจในปีข้างหน้า แต่ระดับและห้วงเวลาที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจมหภาคยังคงไม่แน่นอน

ด้าน เดวิด เคลลี หัวหน้านักยุทธศาสตร์ระดับโลกของเจพีมอร์แกน บอกว่า รู้สึกกังวลที่เฟดดูเหมือนจะพลาดในการมองเห็นอันตรายใหญ่ในขณะนี้ เนื่องจากเฟดมุ่งเน้นจับตาเงินเฟ้อมาประกอบการตัดสินใจ ทั้งที่เงินเฟ้อไม่ใช่ศัตรู และเราก็ไม่ได้มีปัญหาเงินเฟ้อมา 25 ปีแล้ว

“มาตรวัดที่เราต้องจับตามองในตอนนี้ คือ ราคาสินทรัพย์ ไม่ใช่เงินเฟ้อ เราไม่ได้มีปัญหาเงินเฟ้อ แต่เรามีปัญหาฟองสบู่เทคโนโลยี ฟองสบู่สินค้าโภคภัณฑ์ และบ้าน ซึ่งได้รับการกระตุ้นให้โป่งพองจากเงินที่กู้ยืมได้ง่ายเพราะต้นทุนถูก ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นก็คือ ตลาดจะเกิดการปรับฐานครั้งใหญ่ หรือไม่ก็เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย ซึ่งบางทีอาจเป็นการถดถอยครั้งใหญ่ที่สุด นับจากเดอะ เกรท ดีเปรสชั่น”