ประยุทธ์ สั่ง ศธ. รวบรวมปัญหา โรงเรียนเอกชน หาทางช่วยเหลือ
พลเอกประยุทธ์ห่วง ร.ร.เอกชนทั้งในและนอกระบบ สั่งกระทรวงศึกษาธิการ รวบรวมประเด็นปัญหา-หาทางแก้ไขร่วมกัน
วันที่ 21 มีนาคม 2565 นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ได้เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมฐานสมรรถนะ ตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ และกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน
โดยมีผู้บริหารระดับของ ศธ. นายกสมาคมการศึกษาเอกชนนอกระบบ (ประเทศไทย) (ส.อ.น.) ผู้แทนจากสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) และผู้แทนจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน คณะวิทยากร ผู้บริหาร ครูโรงเรียนเอกชนนอกระบบเข้าร่วม
นางกนกวรรณกล่าวต่อว่า ด้วยบริบทที่เปลี่ยนแปลงไปของสถานการณ์โลกปัจจุบันและอนาคต จึงจำเป็นต้องมีบูรณาการความร่วมมือในการดำเนินการของเครือข่าย ทั้งในส่วนของภาคการศึกษาและภาคเอกชน ซึ่งนับได้ว่าเป็นโอกาสดีสำหรับการประชุมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ ที่ได้จัดขึ้นในการบูรณาการขับเคลื่อนงานของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อการผลิตและพัฒนากำลังคนของประเทศด้วยระบบคุณวุฒิแห่งชาติ
โดยความร่วมมือของหน่วยงานหลักทั้ง 3 หน่วยงาน ประกอบด้วย สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และสมาคมการศึกษาเอกชนนอกระบบ (ประเทศไทย) (ส.อ.น.) ที่ได้ร่วมกันจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมฐานสมรรถนะตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติและกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน
โดยมุ่งเน้นให้ผู้บริหาร และครูแกนนำของโรงเรียนเอกชนนอกระบบทั่วประเทศ ซึ่งเป็นบุคลากรสำคัญที่จะนำกระบวนการและหลักการในการพัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรมที่ทางสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ได้รับรองแล้ว นำไปใช้ในการฝึกอบรมให้แก่ประชาชนและผู้สนใจ
“จากการลงพื้นที่ทั่วประเทศไทยทำให้ได้รับทราบปัญหาของโรงเรียนเอกชน ซึ่งมีรองเลขาธิการ กช.ร่วมลงพื้นที่ด้วย รวมทั้งการสะท้อนปัญหาของโรงเรียนเอกชนนอกระบบจากนายพรชัย พิศาลศิษฐ์กุล นายก ส.อ.น. และ ผศ.ดร.ศุภเสฏฐ์ คณากูล นายกสมาคมคณะกรรมการประสานงานและส่งเสริมการศึกษาเอกชน (ส.ปส.กช.)
ทั้งสองท่านถือเป็นกระบอกเสียงสำคัญในการสะท้อนปัญหาและนำสู่การวางแผนแก้ไขที่มีความก้าวหน้าในหลายส่วน อาทิ การเติมเต็มให้ผู้เรียนในโรงเรียนนอกระบบ สามารถกู้เงินจากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ซึ่งอยู่ในการพิจารณากฎหมายในชั้นกรรมาธิการที่มีความก้าวหน้าไปมาก”
“ทั้งนี้ ในนามรัฐบาล พร้อมด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลเรื่องนี้ จะผลักดันให้เกิดผลสำเร็จอย่างเต็มที่ รวมทั้งผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ของโรงเรียนเอกชนนอกระบบ
ที่ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้าจึงไม่สามารถจัดการเรียนการสอนได้ หากห้างสรรพสินค้าไม่เปิด ตลอดจนถึงระบบภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ยังไม่ได้รับการยกเว้น การเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลของครูและผู้บริหารในระบบกองทุนสงเคราะห์ (ครูเอกชน) กระทรวงศึกษาธิการ ที่อาจจะต้องวางแผนหรือกำหนดการเบิกจ่ายในลักษณะขั้นบันได และทำให้เบิกจ่ายตรงได้ ครูจะได้ไม่ต้องสำรองจ่ายไปก่อน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และในอีกหลายมิติที่เป็น “ทางรอด” ของโรงเรียนเอกชนทั้งในระบบและนอกระบบด้วยเช่นกัน”
นางกนกวรรณกล่าวว่า ได้นำเรียนสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ต่อพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แล้ว ซึ่งท่านมีความห่วงใยและถามไถ่ถึงความอยู่รอดของโรงเรียนเอกชนเสมอ โดยได้มอบให้ดำเนินการรวบรวมประเด็นปัญหาของโรงเรียนเอกชน เพื่อหาแนวทางแก้ไข และหาทางออกร่วมกันต่อไป