เจ็ตสกี เวิลด์คัพ 2017 เกียรติภูมิ-ความภูมิใจชาวไทย
จบไปแล้วสำหรับการแข่งขันเจ็ตสกี การบินไทย เจ็ตสกี เวิลด์คัพ 2017 ในวันที่ 10 ธันวาคม 2560 ณ หาดจอมเทียน เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ทัวร์นาเมนต์ที่รวมตัวมือวางนักแข่งเจ็ตสกีอันดับต้น ๆ ของโลก กว่า 40 ชาติ มาไว้ที่ชายหาดประเทศไทย
ความสำคัญในการแข่งขันครั้งนี้ ไม่ใช่แค่จำนวนนักแข่งจากทั่วโลกที่ต้องการมาท้าชิงในสนามประเทศไทย แต่เป็นความภาคภูมิใจของคนไทยในฐานะที่ได้เป็นเจ้าภาพและเจ้าของทัวร์นาเมน ต์ระดับโลกนี้ ซึ่งจัดมาแล้วเป็นครั้งที่ 22
กว่าจะมาถึงวันนี้ “ปาริเขต สืบสหการณ์” ผู้อำนวยการทัวร์นาเมนต์ การบินไทย เจ็ตสกี เวิลด์คัพ 2017 เล่าว่า นับตั้งแต่ครั้งแรกที่จัดมาจนถึงทุกวันนี้ ต้องบอกว่าไม่ง่ายเลย แต่วันนี้ในฐานะคนไทยเราสามารถพูดได้ว่า ทัวร์นาเมนต์นี้เป็นรายการที่ดีที่สุดรายการหนึ่งของโลก เมื่อก่อนเราต้องไปจ้างนักแข่งให้มาชิงชัยที่เมืองไทย แต่ตอนนี้นักแข่งมือหนึ่งของโลกต้องบินมาชิงแชมป์ด้วยตัวเอง กว่าจะมายืนบนจุดนี้ได้ทางผู้จัดและสมาคมต้องอดทนกันมากทีเดียว
ในวันนี้เป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งเมื่อนักแข่งกว่า 40 ชาติ รวมทั้งผู้ช่วยนักแข่งที่เข้าร่วมทั้งหมดในปีนี้กว่า 3 พันคน ต้องออกค่าใช้จ่ายเพื่อเดินทางมารักษาแชมป์และชิงแชมป์เจ็ตสกีเวิลด์ที่ ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ผู้อำนวยการทัวร์นาเมนต์ฯเปิดเผยว่า การจัดการแข่งขันในครั้งนี้
ถือว่าเป็นความสำเร็จของประเทศไทยที่น่าภาคภูมิใจ เพราะเราได้กลายเป็นศูยน์กลางของการแข่งขันเจ็ตสกีโลก จาก 22 ปีที่แล้ว ที่เริ่มจากการจัดแข่งขันที่มีเพียง 3 ชาติที่เข้าร่วมเท่านั้น จนถึงวันนี้มีกว่า 40 ชาติที่สนใจเข้าร่วมแข่งขัน
“ความยากลำบากในการจัดงาน ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของความน่าเชื่อถือ ประเทศไทยที่ไม่เคยมีใครให้ความสำคัญ จนถึงวันนี้เราสร้างความน่าเชื่อถือขึ้นเรื่อย ๆ ในบางครั้งหลายคนไม่เข้าใจในสิ่งที่เราทำ เราจึงยิ่งต้องทำให้เห็นว่าประเทศไทยมีความเป็นกลาง และยุติธรรม สำหรับนักแข่งจากทั่วโลก และนอกจากนี้เราต้องพัฒนามาตรฐานให้ดียิ่งขึ้น ในส่วนของสนามในประเทศไทยยังถือว่าเป็นข้อได้เปรียบ เนื่องจากประเทศไทยเป็นเมืองร้อน จึงสามารถเล่นเจ็ตสกีได้ทุกฤดู จึงทำให้นักแข่งไทยเก่ง และในอีกมุมหนึ่ง ชาวต่างชาติประทับใจในความสวยงามของชายหาดไทย จึงอยากเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้”
ปีนี้มีนักแข่งขันชาวไทยเข้าชิงชัยคว้าถ้วยรางวัลมาได้หลายรายการ หนึ่งในผู้ที่คว้าแชมป์รุ่นใหญ่ได้ อย่าง “ธนภัทร ทิพย์ประไพ” ผู้คว้าแชมป์ชิงถ้วยพระราชทานในรุ่น Pro Runabout 1100 Superstock เปิดเผยว่า รู้สึกดีใจมากที่ทำผลงานได้สำเร็จ และได้รับถ้วยพระราชทานจากรัชกาลที่ 10 และภาคภูมิใจมากที่ได้ทำชื่อเสียงให้ประเทศไทย ชนะชาวต่างชาติได้

ในจังหวะที่กำลังเข้าสู่เส้นชัย แชมป์รายการนี้บอกว่า รู้สึกตื่นเต้น ดีใจจนพูดไม่ออก หลังจากนี้จะเตรียมตัวในการแข่งขันในครั้งหน้า โดยการออกกำลังกาย และพยายามทำผลงานให้ดีที่สุด
อีกหนึ่งความภาคภูมิใจที่นักกีฬาไทยคว้าแชมป์รายการนี้สำเร็จคือ “สุภัค เสร็จธุระ” ผู้คว้าถ้วยพระราชทาน ในรุ่น Pro Sport GP เปิดเผยว่า “ในวินาทีที่กำลังเข้าเส้นชัยและรู้ว่าตัวเองเป็นผู้ชนะ รู้สึกดีใจมาก ดีใจจนน้ำตาไหลออกมา เพราะว่าเราเตรียมตัวมาเป็นเดือน การแข่งขันครั้งนี้ถือว่าพิเศษจริง ๆ เพราะมีผู้เข้าแข่งขันจากทั่วโลก สนุกมากครับ”
ส่วนรายการอื่น ๆ ตกเป็นของชาวต่างชาติ อาทิ รุ่น Pro Runabout คริส เม็คคลักเกต จากประเทศอเมริกา เป็นผู้คว้าแชมป์ รุ่นฟรีสไตล์เป็นของ มาร์ค โกเมซ จากประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นต้น
การแข่งขันในครั้งนี้ยังได้รับความร่วมมือจากพาร์ตเนอร์ที่ช่วยเสริมสร้าง ให้การแข่งขันแข็งแกร่งขึ้น และช่วยสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยในระดับโลก โดยบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เป็นผู้สนับสนุนหลัก และให้ความสำคัญกับการแข่งขันเจ็ตสกีมาตลอด
“กิตติพงษ์ สารสมบูรณ์” ผู้บริหารฝ่ายส่งเสริมตราผลิตภัณฑ์และสื่อสารการตลาด สายการบินไทย เปิดเผยว่า ในฐานะที่เป็นสายการบินแห่งชาติ หน้าที่หลักประการหนึ่งคือ ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักของชาวต่างชาติทั่วโลก เรามองว่าเจ็ตสกี เวิลด์คัพ ในครั้งนี้ เป็นกิจกรรมที่มีศักยภาพสูงที่จะช่วยให้ประเทศไทยเป็นหมุดหมายที่นักท่อง เที่ยวต้องเดินทางมา ซึ่งการบินไทยได้ช่วยริเริ่มในฐานะผู้ให้การสนับสนุนรุ่นบุกเบิกมาถึง 22 ปี จากผู้เข้าแข่งขันเพียง 3 ชาติ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าภูมิใจ มีนักท่องเที่ยวเข้ามาแข่งในประเทศไทย ซึ่งไม่ใช่แค่ทั้งนักแข่ง แต่ยังมีผู้ติดตาม และกองเชียร์อีกจำนวนหนึ่งที่เดินทางเข้ามา
“เป็นความภาคภูมิใจของสายการบินไทย ที่เราได้มีส่วนร่วมในการสนับสนุนกิจกรรมดี ๆ เพื่อประเทศชาติ” ผู้บริหารการบินไทยกล่าว
จากวันนั้นจนถึงวันนี้ 22 ปี กับความแข็งแกร่งของทัวร์นาเมนต์ เจ็ตสกี ที่ไม่ใช่แค่ความน่าเชื่อถือและความฮอตของรายการที่นักแข่งต้องมาชิงชัย แต่สิ่งที่ได้มากกว่านั้นคือ ประเทศไทยได้รับการยอมรับในสายตาของชาวโลกในฐานะผู้จัดการแข่งขันที่ดีที่สุดได้สำเร็จ