กรมควบคุมโรค เผยเหตุผล ฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น ป้องกันโควิดโอมิครอน WHO ชี้วัคซีนเสื่อมประสิทธิภาพตามเวลา ป้องกันเชื้อได้น้อยลง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2565 ที่เฟซบุ๊กเพจ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยถึงเหตุผลที่ต้องได้รับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น ระบุว่า ภูมิคุ้มกันที่เกิดจากการติดเชื้อและจากวัคซีนสามารถเสื่อมไปตามกาลเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเราไม่ได้เจอเชื้อโรคเป็นเวลานาน ระยะเวลาที่ภูมิคุ้มกันเริ่มเสื่อมก็ขึ้นอยู่กับแต่ละโรค
อย่างเช่น วัคซีนโรคหัดจะให้ภูมิคุ้มกันสูงสุดได้นานมาก หรือวัคซีนไข้เหลืองเข็มเดียวสามารถปกป้องเราได้ตลอดชีวิต แต่เนื่องจากโรคโควิดเพิ่งจะระบาดเมื่อปี 2019 เลยยังมีข้อมูลไม่มากพอว่า ระบบภูมิคุ้มกันของเราและวัคซีนจะรับมือกับเชื้อนี้ได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งเราจะรู้ได้ก็ต่อเมื่อเรานำวัคซีนที่มีมาใช้และเมื่อมีไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ๆ เกิดขึ้น
ทั้งนี้ ก่อนที่จะเกิดสายพันธุ์โอมิครอน ข้อมูลที่เรามีระบุว่า วัคซีนต้านโควิด-19 สายพันธุ์ก่อนโอมิครอน จะสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีเป็นเวลาอย่างน้อย 6 เดือน รวมถึงป้องกันการป่วยหนัก การเข้าโรงพยาบาล และการเสียชีวิต
เหตุผลที่สองที่ต้องรับเข็มกระตุ้นเพราะว่า เชื้อไวรัสสามารถกลายพันธุ์ได้เร็ว หากการกลายพันธุ์ทำให้โปรตีนที่เปลือกหุ้มของไวรัสเปลี่ยนไป ภูมิคุ้มกันของเราอาจจะจดจำเชื้อโรคไม่ได้ เพราะอย่างนี้ เราถึงต้องฉีดไวรัสต้านไข้หวัดใหญ่ทุกปี เพราะเป็นไวรัสที่กลายพันธุ์บ่อยมาก
ข้อมูลที่เรามีชี้ว่า วัคซีนต้านโควิด-19 ที่เรามีป้องกันการติดเชื้อจากสายพันธุ์โอมิครอนได้ไม่ดีเท่าโควิดสายพันธุ์ก่อนหน้า แต่ถึงอย่างนั้น วัคซีนที่มีอยู่ในปัจจุบันก็ยังปกป้องเราไม่ให้ป่วยหนักจากเชื้อสายพันธุ์โอมิครอนได้ และนั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุด
นอกจากนี้ กรมควบคุมโรค ยังเปิดเผยว่า ผู้เชี่ยวชาญขององค์การอนามัยโลกแนะนำให้ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงต่อโควิด-19 รับวัคซีนเข็มกระตุ้นหลังจากที่รับเข็มพื้นฐานไปแล้วประมาณ 4-6 เดือน เหตุผลก็เพราะว่าวัคซีนจะเสื่อมประสิทธิภาพไปตามกาลเวลา และปกป้องเราจากการติดเชื้อแบบไม่มีอาการหรือมีอาการเพียงเล็กน้อยจากสายพันธุ์โอมิครอนได้น้อยลง
วัคซีนต้านโควิด-19 ยังคงปกป้องเราจากการป่วยรุนแรงได้ ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรับวัคซีนเมื่อถึงคิว
