ในหลวง พระราชินี เสด็จฯทรงสักการะพระบรมสารีริกธาตุ ณ พระบรมบรรพต ภูเขาทอง
ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ ทรงสักการะพระบรมสารีริกธาตุ ณ พระบรมบรรพต ภูเขาทอง
วันที่ 22 เมษายน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช และทรงสักการะพระบรมสารีริกธาตุ ณ พระบรมบรรพต (ภูเขาทอง) เนื่องในโอกาสที่กระทรวงวัฒนธรรมจัดงาน “ใต้ร่มพระบารมี 240 ปี กรุงรัตนโกสินทร์” ณ วัดสระเกศ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ข้าราชการ ประชาชน เฝ้าฯ รับเสด็จ

ครั้นเสด็จฯ ถึง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จเข้าพระอุโบสถ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธมงคลชินสีห์วชิรมุนี พระประธานอุโบสถ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช
จากนั้น เสด็จฯ ไปทรงทอดผ้าไตร 10 ไตร ทรงหลั่งทักษิโณทก เสด็จฯ ไปประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระสงฆ์ ทรงหลั่งทักษิโณทก เสด็จฯ ไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการ ทรงลาพระสงฆ์ พระธรรมโพธิมงคล เจ้าอาวาสวัดสระเกศ ถวายของที่ระลึก

จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออกจากพระอุโบสถไปประทับรถไฟฟ้าพระที่นั่ง ไปยังตำหนักสมเด็จพระสังฆราช (ญาโณทยมหาเถระ)
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงวางพวงมาลัยสักการะพระอัฐิสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อยู่ ญาโณทโย) สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก เจ้าอาวาส ลำดับที่ 13 พระธรรมเจดีย์ (เทียบ ธมฺมธโร) เจ้าอาวาสลำดับที่ 14 และสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) เจ้าอาวาส ลำดับที่ 15 ทรงคม


ภายหลังที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช ที่ พระอุโบสถ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เสร็จแล้วประทับรถไฟฟ้าพระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระบรมบรรพต แล้วทรงพระดำเนินขึ้นพระบรมบรรพตทางบันได จำนวน 344 ขั้น แล้วเสด็จขึ้นลานองค์พระเจดีย์บรมบรรพต (เจดีย์ภูเขาทอง) ด้านบนสุด ทรงรับผ้าห่มองค์พระเจดีย์บรมบรรพต ทรงประนมพระหัตถ์ แล้วทรงกล่าวคำถวายผ้าห่มองค์พระเจดีย์บรมบรรพต พระราชทานผ้าห่มให้เจ้าพนักงานภูษามาลาเชิญไปคล้องที่องค์พระเจดีย์บรมบรรพต ทรงชักสายสูตรห่มผ้าที่องค์พระเจดีย์ บรมบรรพต พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา ชาวพนักงานลั่นฆ้องชัย ประโคมสังข์ แตร ดุริยางค์ ทรงวางพวงมาลัย แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยสักการะบูชาพระบรมสารีริกธาตุ ทรงกราบ จากนั้น เสด็จลงจากลานองค์พระเจดีย์บรมบรรพต ไปยังห้องโถงพระบรมบรรพต ทรงลงพระปรมาภิไธย และพระนามาภิไธย ในแผ่นศิลา แล้วเสด็จลงจากพระบรมบรรพต สมควรแก่เวลา จึงประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ
การนี้ระหว่างที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ทรงพระดำเนินขึ้นพระบรมบรรพตเจดีย์ภูเขาทอง ทางบันได ทอดพระเนตร ทัศนียภาพของกรุงเทพมหานครยามค่ำคืนอย่างสนพระราชหฤทัย

สำหรับวัดสระเกศ เป็นวัดโบราณสร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อวัดสะแก พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ปฏิสังขรณ์ และทรงให้ขุดคลอง
รอบเมืองขึ้น ตั้งแต่บางลำพูถึงตอนเหนือวัดจักรวรรดิราชาวาส คลองหลอด คลองเหนือวัดสระแก พระราชทานชื่อว่า คลองมหานาค เมื่อขุดคลองแล้วเสร็จ พระราชทานชื่อวัดใหม่ว่า วัดสระเกศ แปลว่า ชำระหรือทำความสะอาดพระเกศา เนื่องจากวัดสระเกศนี้ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงเคยประทับและประกอบพิธีสรงมุรธาภิเษก เมื่อวันเสาร์ เดือน 5แรม 9 ค่ำ ปีขาล ตรงกับพุทธศักราช 2325 เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินกรีธาทัพกลับจากกัมพูชา และเสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ เมื่อพุทธศักราช 2325

ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาราชเจ้า ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้บูรณะและสร้างพระบรมบรรพต หรือภูเขาทอง ทรงกำหนดให้เป็นพระปรางค์ มีฐานย่อมุมไม้สิบสอง แต่สร้างไม่สำเร็จในรัชกาล เมื่อถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสยามเทวมหามกุฏวิทยมหาราช จึงทรงให้เปลี่ยนแบบเป็นภูเขาก่อพระเจดีย์ไว้บนยอด เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ การก่อสร้างแล้วเสร็จในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้รับพระราชทานนามว่า “สุวรรณบรรพต” มีความสูงจากฐานถึงยอด 63.6 เมตร ฐานรอบมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 150 เมตร

สำหรับองค์พระเจดีย์มีความสูง 59 เมตร ฐานรอบมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 30 เมตร และเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2497 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินไปทรงบรรจุพระบรมสารีริกธาตุในพระเจดีย์บนยอดพระบรมบรรพต ต่อมา เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2509 เสด็จพระราชดำเนินไปทรงบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ยอดพระเจดีย์บรมบรรพต รวมทั้ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เคยเสด็จพระราชดำเนินไปทรงสักการะพระบรมสารีริกธาตุ ณ พระบรมบรรพต เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2509 ก่อนเสด็จพระราชดำเนินไปทรงศึกษาต่อที่สหราชอาณาจักร และเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2540 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมถวายโมเสคสีทองแบบเรียบ เพื่อซ่อมแซมพระเจดีย์บรมบรรพต

ซึ่งบนยอดสุวรรณบรรพตเป็นที่ตั้งของพระเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ขุดค้นพบที่เมืองกบิลพัสดุ์ สาธารณรัฐอินเดีย และตามที่ปรากฏคำจารึกเป็นหลักฐานพิสูจน์ได้ว่าเป็นของพระสมณโคดม จึงถือได้ว่าวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เป็นวัดที่มีความสำคัญกับประวัติศาสตร์ของชาติไทย และเกี่ยวเนื่องกับพระบรมราชจักรีวงศ์มาแต่ต้น พระมหากษัตริย์แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ได้พระราชทานพระราชทรัพย์บูรณปฏิสังขรณ์ก่อสร้างถาวรวัตถุและเสนาสนะสงฆ์สืบมาโดยลำดับ และทุกปีจะมีการจัดงานนมัสการพระบรมบรรพต (เจดีย์ภูเขาทอง) และประเพณีห่มผ้าแดง เพื่อบูชาองค์พระเจดีย์ ในวันขึ้น 13 ค่ำ 14 ค่ำ และขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 โดยมีประชาชนจากจังหวัดต่าง ๆ เดินทางมาร่วมงานและสักการะพระบรมสารีริกธาตุเป็นจำนวนมาก