ที่ประชุมผู้ถือหุ้น DITTO อนุมัติจ่ายหุ้นปันผลอัตรา 5 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นปันผล และจ่ายปันผลเงินสดในอัตราหุ้นละ 0.0111 บาท พร้อมแจกวอร์แรนต์ 5 หุ้นเดิมต่อ 1 วอร์แรนต์ วางแผนเตรียมย้ายเข้า SET ในอีก 3 ปี แจงมีแบ็คล็อกตุนในมือกว่า 1,500 ล้านบาท
วันที่ 22 เมษายน 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บมจ.ดิทโต้ (ประเทศไทย) หรือ DITTO รายงานการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2565 มีมติรับรองงบการเงินประจำปี 2564 รวมถึงอนุมัติจ่ายปันผลให้กับผู้ถือหุ้น สำหรับผลประกอบการงวดปี 2564 เป็นหุ้นสามัญในอัตรา 5 หุ้นเดิม ต่อ 1 หุ้นปันผล จำนวนไม่เกิน 88 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท
เทียบเป็นมูลค่าเท่ากับอัตราการจ่ายปันผลหุ้นละ 0.10 บาท พร้อมอนุมัติจ่ายปันผลเป็นเงินสดในอัตราหุ้นละประมาณ 0.0111 บาท โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 16 มีนาคม 2565 และกำหนดจ่ายเงินปันผลภายในวันที่ 20 พฤษภาคม 2565
นอกจากนี้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นยังได้อนุมัติการออกและจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิ หรือ วอร์แรนต์ ( DITTO-W1 ) อายุ 3 ปี จำนวนไม่เกิน 88 ล้านหน่วย มูลค่าหุ้นละ 0.50 บาท ให้กับผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้นในอัตราส่วน 5หุ้น ต่อ 1 หน่วยใบสำคัญแสดงสิทธิ์
โดยวอร์แรนต์ 1 หน่วย มีสิทธิซื้อหุ้นสามัญได้ 1 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ราคาใช้สิทธิคือ 40 บาทต่อหุ้น บริษัทจะกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับการจัดสรร DITTO-W1 (Record Date) ในวันที่ 29 เมษายน 2565
นอกจากนี้ยังได้อนุมัติการออกและจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทฯ ให้แก่กรรมการ และ/หรือ พนักงานของบริษัท และ/หรือบริษัทย่อย (ESOP-W1) อายุ 5 ปี จำนวนไม่เกิน 12,000,000 หน่วย โดยไม่คิดมูลค่า
นายฐกร รัตนกมลพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการ บมจ.ดิทโต้ (ประเทศไทย) กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของการออกใบสำคัญแสดงสิทธิ DITTO-W1 นั้นเพื่อเป็นเงินทุนรองรับการเติบโตของธุรกิจของบริษัทและบริษัทย่อยในอนาคต
สำหรับเป็นเงินทุนหมุนเวียนของบริษัทและการลงทุนในโครงการหรือธุรกิจใหม่ อีกทั้ง ยังเป็นการเตรียมความพร้อมในการย้ายเข้าไปเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในอีก 3 ปีข้างหน้า ตามแผนที่บริษัทวางไว้ ทั้งนี้คาดว่าจะนำวอแรนต์ DITTO-W1 เข้าจดทะเบียนในตลาด mai ได้ภายในไตรมาส 2 ของปีนี้
นายฐกร กล่าวว่า สำหรับในปี 2565 ทางกลุ่ม DITTO มีแบ็คล็อก(ยอดขายที่รอรับรู้รายได้จากการโอน) ในมือจนถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2565 มูลค่า 1,578 ล้านบาทโดยแบ่งในส่วน ของกลุ่มธุรกิจระบบบริหารจัดการเอกสาร 424 ล้านบาท และกลุ่มวิศวรรมด้านเทคโนโลยี 1,154 ล้านบาท
ซึ่งยังไม่รวมแบ็คล็อกจากธุรกิจกลุ่มเครื่องพิมพ์ เครื่อง POS และระบบไดร์ฟทรู โดยจะสามารถเริ่มทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นไป