ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า หลังเฟดส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย 0.5% เดือน พ.ค.
ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าต่อเนื่อง หลังประธานเฟดส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย 0.5% ในเดือน พ.ค. ขณะที่ปัจจัยในประเทศ ททท.เตรียมเชิญผู้ประกอบการหารือปลุกตลาดท่องเที่ยว ขณะที่เงินบาทยัง่อนค่า ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 34.22/23 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันอังคารที่ 26 เมษายน 2565 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (26/4) ที่ระดับ 34.08/10 บาท/ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (25/4) ที่ระดับ 34.03/05 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ดอลลาร์ยังคงแข็งค่าเทียบสกุลเงินหลัก หลังจากในช่วงปลายสัปดาห์ นายเจอโรม พาวเวลล์ ประะานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้กล่าวในการหารือเรื่องเศรษฐกิจโลกในที่ประชุมของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ว่า เฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.5% ในการประชุมวันที่ 3-4 พ.ค.นี้
โดยนายพาวเวลล์กล่าวว่า การที่อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐพุ่งขึ้นสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของเฟดแล้วราว 3 เท่า ทำให้เฟดเล็งเห็นว่า เป็นเรื่องเหมาะสมที่จะเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยมีความเป็นไปได้ว่าจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.5% ในการประชุมเดือน พ.ค.
นายพาวเวลล์ยังกล่าวด้วยว่า เขารับรู้ได้ว่า ขณะนี้นักลงทุนในตลาดการเงินต่างก็เห็นว่าเป็นเรื่องเหมาะสมที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.5% เพื่อรับมือกับตัวเลขเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ขณะเดียวกันนายพาวเวลล์ก็ตระหนักว่า เฟดอยู่ระหว่างเส้นแบ่งที่มีความอ่อนไหวระหว่างการควบคุมเงินเฟ้อและผลกระทบที่จะทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวลง
ทั้งนี้ นายพาวเวลล์มองว่า การฉุดดัชนีราคาผู้บริโภคให้ชะลอตัวลงอย่างรวดเร็วนั้น ถือเป็นสิ่งที่จำเป็น เนื่องจากเศรษฐกิจจะไม่สามารถขยายตัวได้ดีหากราคาผู้บริโภคไร้เสถียรภาพ นอกจากนี้ นายพาวเวลล์ยังกล่าวว่า ความต้องการแรงงานในสหรัฐอยู่ที่ระดับที่สูงเกินไป และเฟดยังมองไม่เห็นทางอื่น นอกจากการใช้นโยบายคุมเข้มด้านการเงินเพื่อควบคุมอุปสงค์ด้านสินค้าและบริการ และเพื่อให้ภาคธุรกิจลดความต้องการแรงงาน เนื่องจากขณะนี้ตลาดแรงงานอยู่ในภาวะที่ร้อนแรงมาก
ทั้งนี้ หลังการแสดงความเห็นของนายพาวเวลล์ (FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนักมากถึง 97.6% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.5% ในการประชุมเดือน พ.ค. ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง
สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ททท.เตรียมเชิญสมาคมผู้ประกอบการหารือ เพื่อสรุปแผนกระตุ้นการตลาดท่องเที่ยว โดยตลาดในประเทศจะหารือ 27 เม.ย. 2565 และตลาดต่างประเทศจะหารือวันที่ 29 เม.ย. 2565
ทั้งนี้ในการประชุมจะสรุปแผนกระตุ้นการท่องเที่ยว เป้าหมายนักท่องเที่ยวต่างชาติและนักท่องเที่ยวไทยเที่ยวไทย รวมถึงเป้าหมายรายได้จากการท่องเที่ยว หลังมติศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ผ่อนคลายเกณฑ์การเดินทางเข้าไทย 1 พ.ค.นี้
โดยระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 34.04-34.27 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 34.22/23 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้านี้ (26/4) ที่ระดับ 1.0728/30 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (25/4) ที่ระดับ 1.0735/37 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร หลัง Ifo ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเศรษฐกิจของเยอรมนี เปิดเผยผลสำรวจที่ระบุว่า บริษัทเยอรมนีราว 40% ได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น และเกือบครึ่งต้องการลดการลงทุนเพราะเหตุผลดังกล่าว
สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า ค่าก๊าซและค่าไฟฟ้าของครัวเรือนเยอรมนีพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อเดือนที่ผ่านมา ขณะที่ราคาก๊าซธรรมชาติและราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นหลังรัสเซียบุกยูเครน ก็ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อรายปีของเยอรมนีแตะระดับสูงสุดในรอบ 40 ปีเมื่อเดือน มี.ค. ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0674-1.0738 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0678/80 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (26/4) ที่ระดับ 127.43/45 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (25/4) ที่ระดับ 128.18/20 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ หลังรัฐบาลญี่ปุ่นจะอัดฉีดงบประมาณราว 6.2 ล้านล้านเยน เพื่อเป็นเงินอุดหนุนและใช้สำหรับมาตรการอื่น ๆ ที่มุ่งบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจจากราคาเชื้อเพลิงและวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้นเนื่องจากสงครามในยูเครน
ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 127.36-128.23 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 128.10/12 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญสัปดาห์นี้ ได้แก่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือน มี.ค.ของสหรัฐ (26/4), ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐเดือน เม.ย. จาก CB (26/4), ประมาณการ GDP สหรัฐไตรมาส 1/2022 (28/4), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานสหรัฐ (28/4), ดัชนีใช้จ่ายส่วนบุคคลพื้นฐานของสหรัฐ (29/4), ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐจาก UoM (29/4), คาดการณ์อัตราเงินเฟ้อเดือน เม.ย. จาก UoM (29/4)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -0.60/-0.80 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ +1.70/2.50 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ