ผุดไอเดีย! ให้นายกฯมีอำนาจสั่งจนท.รัฐ-ผู้เชี่ยวชาญ-คนนอก มาเป็น พนง.สืบสวนได้
คกก.ปฏิรูป ตร.ผุดไอเดียให้นายกฯ มีอำนาจสั่ง “จนท.รัฐ-ผู้ทรงคุณวุฒิ-ผู้เชี่ยวชาญ” มาเป็นพนักงานสืบสวนคดีบางประเภทได้ หาก ผบ.ตร. ร้องขอขีดเส้นระยะเวลาสอบสวนชัดเจนไม่ให้ล่าช้า พร้อมห้ามหน.สถานีเรียกคืน-โอนสำนวนโดยพลการ เปิดช่องโอนคนภายนอกเป็น พนง.สืบสวนสอบสวนได้
เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม มีรายงานข่าวจากคณะกรรมการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม(ตำรวจ) ที่มีพลเอก บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ เป็นประธานกรรมการ ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาข้อเสนอของคณะอนุกรรมการด้านการบังคับใช้กฎหมายและระบบการสอบสวนคดีอาญา ที่มีนายธานิศ เกศวพิทักษ์ เป็นประธาน ซึ่งนอกจากจะเสนอให้ปรับปรุงโครงสร้าง ของพนักงานสอบสวน การกำหนดตำแหน่ง การจัดสรรอัตรากำลังให้เหมาะสมให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ สร้างความก้าวหน้าในสายอาชีพ สร้างความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่แล้ว ยังมีข้อเสนอให้ยกระดับความก้าวหน้าของสายงานสืบสวนให้มีความเสมอภาคเท่าเทียมกับตำรวจสายงานอื่นๆ โดยให้ตำแหน่งพนักงานสืบสวนสอบสวน สามารถเจริญเติบโตได้จนถึงตำแหน่งผู้ช่วย รองและเจริญต่อไปได้จนถึงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการสร้างกลไก ตรวจสอบสำนวน และการทำความเห็นทางคดีนั้น ยังคงให้หัวหน้าสถานีตำรวจเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน มีอำนาจลงความเห็นว่าสมควรเสนอพนักงานอัยการสั่งฟ้องคดีหรือไม่ หากมีความเห็นแย้งกันกับพนักงานสืบสวนสอบสวนก็ให้หัวหน้ากลุ่มงานสืบสวนสอบสวนระดับกองบังคับการเป็นผู้ชี้ขาด
ส่วนการเรียกคืนหรือโอนสำนวนคดีนั้น ไม่ให้หัวหน้าสถานีตำรวจ เรียกคืนหรือโอนสำนวนคดีไปให้คนอื่นทำโดยพลการ เว้นแต่การปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานสืบสวนสอบสวนนั้นๆ จะล่าช้า หรือมีข้อบกพร่องอย่างมีนัยสำคัญ ไม่เป็นกลาง ถูกร้องเรียนหรือปรากฏว่าพนักงานสืบสวนสอบสวนนั้นๆ เข้าไปมีส่วนได้เสีย ก็ให้เรียกคืนสำนวน และสั่งให้โอนสำนวนคดีไปยังพนักงานสืบสวนสอบสวนคนอื่นได้ ตามเงื่อนไขและกฎเกณฑ์ที่กำหนดขึ้น
สำหรับเรื่องการรับโอนบุคคลภายนอกมาเป็นพนักงานสืบสวนสอบสวน เพื่อให้เป็นไปตามข้อสั่งการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นั้น มีข้อเสนอจากคณะอนุกรรมการด้านการบังคับใช้กฎหมายและระบบการสอบสวนคดีอาญาว่า ให้รับโอนบุคคลภายนอกที่ไม่ใช่ตำรวจ แต่มีความรู้ความสามารถทางนิติศาสตร์และการพิจารณาอรรถคดี เข้ามาปฏิบัติหน้าที่เป็นพนักงานสืบสวนสอบสวนได้ และในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการสืบสวนสอบสวน เรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะนั้น ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติอาจเสนอให้นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลมีคำสั่งตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ ผู้ทรงคุณวุฒิ หรือผุูเชี่ยวชาญมาปฏิบัติหน้าที่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อช่วยเหลือในการสืบสวนสอบสวนคดีนั้นได้ และให้ถือเป็นพนักงานสืบสวนสอบสวนในคดีที่ได้รับแต่งตั้ง และในกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อความโปร่งใส และให้สังคมเกิดความเชื่อมั่นในความเป็นธรรม หรือเพื่อประสิทธิภาพในการสอบสวนคดีเฉพาะทาง
คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) อาจมีมติแต่งตั้งให้บุคคลที่มีความรู้ความสามารถเป็นผู้เชี่ยวชาญ และมีความซื่อสัตย์สุจริต จนเป็นที่ประจักษ์ ให้เป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบในการสอบสวนคดีใดคดีหนึ่งเป็นการเฉพาะคดีก็ได้ ในการปฏิบัติหน้าที่เป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบดังกล่าว พนักงานสืบสวนสอบสวนผู้รับผิดชอบเฉพาะคดีมีอำนาจแต่งตั้งให้พนักงานสืบสวนสอบสวนคนใดหรือพนักงานอัยการคนใดเป็นผู้ช่วยเหลือในการสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานก็ได้
นอกจากนี้ คณะอนุกรรมการด้านการบังคับใช้กฎหมาย และระบบการสอบสวนคดีอาญา ยังเห็นสมควรกำหนดกรอบระยะเวลาการปฏิบัติหน้าที่ในการสอบสวนทุกขั้นตอน เพื่อให้ประชาชนได้รับความยุติธรรม โดยไม่ล่าช้า รวมทั้งให้ใช้นิติวิทยาศาสตร์เพื่อประโยชน์ในการสอบสวนโดยให้มีหน่วยงานนิติวิทยาศาสตร์เพื่อประโยชน์ในการสอบสวนโดยมีหน่วยงานนิติวิทยาศาสตร์มากกว่า 1 หน่วยงาน ที่มีอิสระจากกัน และให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล
มาตรการสำคัญอีก 5 ประการ ที่คณะอนุกรรมการเห็นสมควรกำหนดขึ้น เพื่อความเป็นธรรมในคดีอาญา คือ 1.ให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาค และเคร่งครัด ห้ามเลือกปฏิบัติ 2.ให้สร้างกลไกควบคุมป้องกันมิให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้อำนาจสอบสวนโดยวิธีการที่มิชอบด้วยกฎหมาย อันจะนำไปสู่การดำเนินการด้วยวิธีการอันโหดร้ายหรือไร้มนุษยธรรม 3.มีมาตรการป้องกันการควบคุมหรือคุมขังโดยไม่จำเป็น เพื่อป้องกันมิให้ผู้ต้องหาหลบหนีเท่านั้น คำขอประกันผู้ต้องหาจะต้องได้รับการพิจารณาอย่างรวดเร็ว ไม่เรียกหลักประกันเกินควรแก่กรณี ให้กำหนดหลักเกณฑ์การใช้ดุลพินิจ สั่งประกันอย่างชัดเจน คำสั่งไม่อนุญาต ต้องระบุเหตุผลตามกฎหมายอย่างชัดแจ้ง
4.กำหนดให้มี”พนักงานสืบสวนสอบสวนผู้ช่วย” ในการทำหน้าที่ช่วยเหลือพนักงานสืบสวนสอบสวนในระดับต่างๆ ในการจัดเก็บพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์การจัดทำเอกสารประกอบสำนวนการสอบสวนหรืออื่นๆ ตามระเบียบที่กำหนด และ 5.ควรเปิดกว้างให้มีพนักงานสืบสวนสอบสวนที่เป็นเพศหญิง เพื่อความเสมอภาคและเท่าเทียมระหว่างหญิงกับชาย
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้สอบถาม นายมานิจ สุขสมจิตร ประธานอนุกรรมการด้านการสื่อสารกับสังคม ในคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ ได้รับคำชี้แจงว่าข้อเสนอดังกล่าวนั้นได้มีการพิจารณาไปแล้วซึ่งคณะอนุกรรมการด้านการบังคับใช้กฎหมาย และระบบการสอบสวนได้รับเอาข้อสังเกตุบางประการไปปรับปรุง หลังจากนั้นจะได้นำไปถามความเห็นประชาชนตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยมาตรา 77 ได้กำหนดไว้ให้กระทำ และเมื่อได้นำความเห็นมาปรับแก้อีกครั้งหนึ่งแล้วก็จะได้นำเสนอรัฐบาล ให้เสร็จเรียบร้อยภายในเดือนเมษายน 2561
ที่มา มติชนออนไลน์