Long COVID ฟื้นฟูง่าย ๆ ด้วยการออกกำลังกาย 5 สัปดาห์ เช็กวิธี
รพ.จุฬาลงกรณ์ เผยวิธีการฟื้นฟูอาการ Long COVID ด้วยการออกกำลังกาย ในระยะ 5 สัปดาห์
วันที่ 4 พฤษภาคม 2565 โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ระบุว่า Long COVID คือ กลุ่มอาการหรือความผิดปกติภายหลังจากที่มีการติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งในปัจจุบันมีแนวทางในการฟื้นฟูทั้งสภาพร่างกายโดยการออกกำลังกาย สำหรับผู้ที่มีอาการ Long COVID สามารถฟื้นฟูร่างกายได้ง่าย ๆ ด้วยการออกกำลังกายในแต่ระยะ โดยอ้างอิงข้อมูลจาก อ.พญ.ฑิมภ์พร วิทูรพงศ์ ฝ่ายเวชศาสตร์ฟื้นฟู ดังนี้
สัปดาห์ที่ 1
เตรียมความพร้อมของร่างกาย ควรใช้การเดิน ฝึกการหายใจเข้า-ออก ให้สุดแบบช้า ๆ ให้อยู่ในระดับไม่เหนื่อยหรือเหนื่อยเล็กน้อย
สัปดาห์ที่ 2
ออกกำลังในระดับเบา เช่น การเล่นโยคะเบา ๆ การทำงานบ้านเบา ๆ และเพิ่มระยะเวลาเป็นวันละ 10-15 นาที และให้อยู่ในระดับรู้สึกเหนื่อยเพียงเล็กน้อย
สัปดาห์ที่ 3
ออกกำลังกายในระดับปานกลาง เน้นการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างต่อเนื่อง เช่น การปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ วิ่งเหยาะ ๆ เป็นต้น
สัปดาห์ที่ 4
เพิ่มความซับซ้อนในการเคลื่อนไหว เช่น การวิ่งเปลี่ยนทิศทาง การวิ่งไปทางด้านข้าง และสามารถสลับวันในการออกกำลังกายได้เพื่อไม่ให้ร่างกายอ่อนเพลีย
สัปดาห์ที่ 5
ในระยะนี้สามารถกลับไปออกกำลังได้ตามปกติ และสามารถเพิ่มระดับความหนักของการออกกำลังได้เท่าที่สามารถทำได้
โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ระบุว่า หากรู้สึกอ่อนเพลีย หรืออ่อนล้าในวันถัดไปแนะนำให้พัก และลดระดับความหนักของการออกกำลังกายลง
ก่อนหน้านี้ (16 มี.ค.) นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ออกมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับภาวะลองโควิดว่า ลองโควิดเป็นกลุ่มอาการที่เกิดขึ้นหลังจากที่การติดเชื้อได้จบสิ้น (เชื้อไม่พบแล้ว) พร้อมเผย 8 ข้อที่ควรรู้เกี่ยวกับภาวะลองโควิด
1. อาการของลองโควิด ไม่ขึ้นอยู่กับความหนักเบาของอาการที่เป็นตอนแรก
2. เกิดได้ทุกอายุ ได้ทุกเพศ
3. เกิดอาการได้ตั้งแต่หัวจดเท้า หลายระบบหรืออวัยวะพร้อมกัน
4. อาการที่มีขณะติดเชื้อไม่สงบ แม้ว่าการติดเชื้อจบไปแล้ว และทอดยาวนานกว่k 3 เดือนต่อไปอีก หรืออาการที่เกิดขึ้นเป็นอาการใหม่
5. กลุ่มอาการเป็นลักษณะที่เรารู้จักกันดีมานานแล้วในรูปของ Chronic fatique syndrome หรือ Myalgia encephalomyelitis แต่โควิดเกิดได้รุนแรงและยาวนานกว่าไวรัสตัวอื่น ๆ มาก
6. กลุ่มอาการทางสมองและจิตอารมณ์พบได้ 30% หรือมากกว่า และส่งผลทำให้เฉื่อยชา คิดช้า ความจำสั้น สมองเสื่อมและอารมณ์แปรปรวน โดยเฉพาะคนที่เป็นอยู่แล้วหรือกำลังจะเป็น โรคสมองเสื่อม เช่น อัลไซเมอร์ หรือพาร์กินสัน
7. หลักในการบำบัดต้องพิสูจน์ให้แน่ชัดว่ายังมีการอักเสบอยู่ในร่างกายและในสมองหรือไม่ และถ้ามีต้องทำการยับยั้งโดยคำนึงถึงผลข้างเคียงของยาที่ใช้รักษาด้วย
8. จากปรากฏการณ์นี้อาจเป็นเครื่องเตือนใจว่า ไม่ควรปล่อยตัวให้ติด เพราะอาจเคราะห์ร้ายระยะยาว