เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ลองโควิด Long COVID อันตรายแค่ไหน ไม่ติดโควิดทำไมจึงดีที่สุด

20 เม.ย. 2565 | 12:12น.
ภาวะลองโควิด 1

ภาวะลองโควิด 1

หลายคนชะล่าใจ ปล่อยให้ตนเองเป็นหนึ่งในผู้ป่วยโควิด-19 แต่หารู้ไม่ว่าจะมีผลกระทบระยะยาวตามที่แพทย์หลายคนออกมาเตือน

แม้จะมีข้อมูลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายออกมาบอกว่า การติดเชื้อโควิด-19 ในระยะหลังนี้จะมีอาการและโอกาสการเสียชีวิตที่น้อยลง จากปัจจัยของการกลายพันธุ์ของสายพันธุ์โควิด รวมไปถึงผู้ที่ได้รับวัคซีนมีจำนวนมากขึ้น

แต่ในขณะเดียวกัน ข้อมูลอีกด้านหนึ่งจากแพทย์แสดงให้เห็นว่า การไม่ติดเชื้อจะดีที่สุด เพราะแม้จะไม่มีเชื้อในร่างกายผู้ป่วยแล้ว แต่สิ่งที่จะเกิดตามมาได้ คือ ภาวะลองโควิด (Long COVID) ที่มีมากกว่า 200 อาการ และพบได้ในทุกระบบของร่างกาย

ลองโควิดกระทบความจำ-เหนื่อยล้า

รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ อาจารย์ประจำคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ข้อมูลเกี่ยวกับภาวะลองโควิดผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยได้อ้างอิงข้อมูลจากงานวิจัยของต่างประเทศเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2565 ที่ผ่านมา

รศ.นพ.ธีระระบุว่า ผลการศึกษาจากงานวิจัยกว่า 80 ชิ้น โดย Ceban F และคณะ พบว่าคนที่เคยติดเชื้อโรคโควิด-19 จะมีโอกาสเป็นภาวะลองโควิด โดยจะมีอาการเหนื่อยล้าอ่อนเพลียได้ถึง 1 ใน 3 มีปัญหาด้านความจำราว 1 ใน 5

ผู้หญิงพบอาการลองโควิดดังกล่าวมากกว่าผู้ชายราว 1.5 เท่า ผู้ใหญ่พบอาการลองโควิดดังกล่าวมากกว่าเด็ก 3 เท่า ผู้ป่วยที่มีอาการลองโควิดดังกล่าว 1 ใน 3 มีอาการที่ติดตามน้อยกว่า 6 เดือน อีก 1 ใน 3 ก็พบได้ยาวนานกว่า 6 เดือน โดยยังไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดเมื่อใด เนื่องจากข้อจำกัดในการติดตามผลของแต่ละงานวิจัย

ที่สำคัญคือ อาการลองโควิดพบว่าเกิดได้ในคนที่ติดเชื้อโรคโควิด-19 ทั้งที่ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล (non-hospitalized) และที่ป่วยจนต้องรักษาในโรงพยาบาล (hospitalized)

ทั้งนี้ มีงานวิจัยหลายชิ้นที่ทีมวิจัยทบทวนบ่งชี้ว่า มีการตรวจพบสารเคมีในเลือดที่บ่งบอกถึงกระบวนการอักเสบอย่างต่อเนื่องในกลุ่มคนที่เป็นลองโควิด ซึ่งน่าจะมีส่วนอธิบายอาการผิดปกติที่เกิดขึ้น และอาจสะท้อนถึงโอกาสที่จะทำให้เกิดปัญหาในระบบต่าง ๆ ของร่างกายในระยะยาวได้

ด้วยข้อมูลวิชาการที่มีในปัจจุบันย้ำว่า ควรป้องกันตัวอย่างเคร่งครัด ใส่หน้ากากเสมอสองชั้น ชั้นในเป็นหน้ากากอนามัย ชั้นนอกเป็นหน้ากากผ้า เลี่ยงที่แออัด ระบายอากาศไม่ดี งดปาร์ตี้สังสรรค์กับคนอื่น พบคนน้อยลงสั้นลง อยู่ห่าง ๆ

หากไม่สบายคล้ายหวัด เจ็บคอ ไอ ไข้ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและข้อ ควรรีบตรวจหาโควิดด้วย “ไม่ติดเชื้อ ย่อมดีที่สุด”

กระทบงาน ค่าใช้จ่าย ความสัมพันธ์ การใช้ชีวิต

ผ่านเวลามาถึงกลางเดือนเมษายน 2565 ซึ่งเป็นช่วงที่ผู้ติดเชื้อมีจำนวนอยู่ในหลักหมื่นและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รศ.นพ.ธีระได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลการศึกษาของ Chen C และทีมงานจากสหรัฐอเมริกาที่ได้วิเคราะห์อภิมาน เพื่อดูอัตราการเกิดภาวะลองโควิด หรือ Post COVID conditions ในผู้ที่ติดเชื้อโรคโควิด-19

ข้อมูลดังกล่าวถูกตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์สากลด้านโรคติดเชื้อ Journal of Infectious Diseases เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2565 ที่ผ่านมา โดยมีการทบทวนงานวิจัย 50 ชิ้น และนำ 41 ชิ้นมาวิเคราะห์อภิมาน

ผลการศึกษาพบว่า โดยเฉลี่ยแล้วทั่วโลกผู้ที่ติดเชื้อโรคโควิด-19 จะประสบปัญหาภาวะลองโควิดสูงถึง 43% (ช่วงความเชื่อมั่นตั้งแต่ 39-46%)

ทั้งนี้ คนที่ติดเชื้อแล้วป่วยจนต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลจะเกิดปัญหาภาวะลองโควิดได้ 54% (ช่วงความเชื่อมั่นตั้งแต่ 44-63%) ซึ่งถือว่ามีความเสี่ยงสูงกว่าคนที่ติดเชื้อแต่ไม่ต้องนอนโรงพยาบาลที่พบว่ามีปัญหาภาวะลองโควิด 34% (ช่วงความเชื่อมั่นตั้งแต่ 25-46%)

ถ้าเปรียบเทียบระหว่างทวีปจะพบว่า ทวีปเอเชียมีผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 ที่ประสบปัญหาภาวะลองโควิดสูงที่สุดคือ 51% (ช่วงความเชื่อมั่นตั้งแต่ 37-65%) ส่วนทวีปยุโรปพบประมาณ 44% (ช่วงความเชื่อมั่นตั้งแต่ 32-56%) และทวีปอเมริกาเหนือ 31% (ช่วงความเชื่อมั่นตั้งแต่ 21-43%)

ดังนั้น สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาผลกระทบระยะยาวจากภาวะลองโควิดนั้นเป็นเรื่องที่พบบ่อยกว่าที่คาดการณ์ และจะบั่นทอนสมรรถนะในการดำเนินชีวิตประจำวัน ความสัมพันธ์ และการทำงาน รวมถึงเป็นภาระค่าใช้จ่ายทั้งต่อผู้ป่วย ครอบครัว และประเทศในระยะยาว

การติดเชื้อจึงไม่ได้จบแค่หายหรือตาย แต่จะมีภาวะลองโควิดเป็นเส้นทางที่ 3 ซึ่งทางเส้นนี้เป็นทางที่ขรุขระและยาวไกล

“โปรดอย่าหลงคำลวง ภาพลวง ว่ามันกระจอก ก็แค่หวัดธรรมดา เอาอยู่ แป๊บเดียวก็หาย แวบเดียวก็ประจำถิ่น เพราะสุดท้ายแล้วคนรับกรรมคือคนที่หลงเชื่อแล้วทำตัวดี๊ด๊า ไม่ป้องกัน ส่วนกลุ่มลวงโลกก็ลอยตัว ไม่สนใจ และไม่รับผิดชอบ”

“การใช้ชีวิต ทำมาหากิน หรือศึกษาเล่าเรียนนั้น…ทำได้แน่นอน แต่ต้องมีสติ ปรับกระบวนการต่าง ๆ ให้ปลอดภัย เลี่ยงกิจกรรมเสี่ยง พฤติกรรมเสี่ยง และสถานที่เสี่ยง และป้องกันตัวอย่างเป็นกิจวัตร ไม่ติดเชื้อย่อมดีที่สุด”

“ใส่หน้ากากเสมอ…เรื่องนี้เป็นหัวใจสำคัญ เพราะคือปราการด่านสุดท้ายของแต่ละคน”

ลองโควิด เคราะห์ร้ายระยะยาว

ขณะเดียวกัน นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็ได้ออกมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับภาวะลองโควิดก่อนหน้านี้ (16 มี.ค.) ว่า ลองโควิดเป็นกลุ่มอาการที่เกิดขึ้นหลังจากที่การติดเชื้อได้จบสิ้น (เชื้อไม่พบแล้ว) พร้อมเผย 8 ข้อที่ควรรู้เกี่ยวกับภาวะลองโควิด

1. อาการของลองโควิด ไม่ขึ้นอยู่กับความหนักเบาของอาการที่เป็นตอนแรก

2. เกิดได้ทุกอายุ ได้ทุกเพศ

3. เกิดอาการได้ตั้งแต่หัวจดเท้า หลายระบบหรืออวัยวะพร้อมกัน

4. อาการที่มีขณะติดเชื้อไม่สงบ แม้ว่าการติดเชื้อจบไปแล้ว และทอดยาวนานกว่k 3 เดือนต่อไปอีก หรืออาการที่เกิดขึ้นเป็นอาการใหม่

5. กลุ่มอาการเป็นลักษณะที่เรารู้จักกันดีมานานแล้วในรูปของ Chronic fatique syndrome หรือ Myalgia encephalomyelitis แต่โควิดเกิดได้รุนแรงและยาวนานกว่าไวรัสตัวอื่น ๆ มาก

6. กลุ่มอาการทางสมองและจิตอารมณ์พบได้ 30% หรือมากกว่า และส่งผลทำให้เฉื่อยชา คิดช้า ความจำสั้น สมองเสื่อมและอารมณ์แปรปรวน โดยเฉพาะคนที่เป็นอยู่แล้วหรือกำลังจะเป็น โรคสมองเสื่อม เช่น อัลไซเมอร์ หรือพาร์กินสัน

7. หลักในการบำบัดต้องพิสูจน์ให้แน่ชัดว่ายังมีการอักเสบอยู่ในร่างกายและในสมองหรือไม่ และถ้ามีต้องทำการยับยั้งโดยคำนึงถึงผลข้างเคียงของยาที่ใช้รักษาด้วย

8. จากปรากฏการณ์นี้อาจเป็นเครื่องเตือนใจว่า ไม่ควรปล่อยตัวให้ติด เพราะอาจเคราะห์ร้ายระยะยาว

แพทย์เตือน ไม่ติดเชื้อดีที่สุด

ทั้งนี้ จะเห็นว่าความเห็นจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญไปในทางเดียวกันว่า การป้องกันตนเองเป็นสิ่งสำคัญ และการไม่ติดเชื้อโควิด-19 เป็นสิ่งดีที่สุด

ลองโควิดเกิดขึ้นได้อย่างไร

ข้อมูลจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พบว่า ภาวะลองโควิดสามารถเกิดขึ้นได้จาก 4 สาเหตุประกอบด้วย

  1. มีเชื้อไวรัสหลงเหลือในอวัยวะต่าง ๆ ทำให้เกิดการอักเสบต่อเนื่อง
  2. การอักเสบในหลายอวัยวะ ทำให้อวัยวะผิดปกติแบบถาวร ส่งผลต่อสุขภาพระยะยาว
  3. ผลกระทบจากการรักษาและนอนโรงพยาบาลในระยะเวลานาน
  4. ระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติภายหลังการติดเชื้อ

200 อาการลองโควิด พบทุกระบบร่างกาย

สำหรับสัญญาณเตือนภาวะลองโควิดมีมากกว่า 200 อาการ พบได้ในทุกระบบของร่างกาย แบ่งอาการที่พบได้บ่อย 3 กลุ่ม คือ

  1. อ่อนเพลีย
  2. หายใจไม่เต็มอิ่ม ทำกิจกรรมปกติได้ลดลง เหนื่อยง่ายขึ้น
  3. ภาวะสมองเสื่อม เช่น ขาดสมาธิ ไม่สามารถจดจ่อในสิ่งที่จะทำ ความจำลดลง มีปัญหาการนอนหลับ ความสามารถในการควบคุมความคิด อารมณ์ และพฤติกรรมลดลง

นอกจากนี้ อาจจะพบอาการอื่น ๆ อีก เช่น

  • ใจสั่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด เส้นเลือดสมองอุดตัน ลิ่มเลือดอุดตันในอวัยวะต่าง ๆ
  • ปวดหู หรือมีเสียงในหู
  • ปวดท้อง ท้องเสีย กินอาหารได้น้อยลง
  • ชา ปวดกล้ามเนื้อและข้อ
  • ไม่ได้กลิ่น รับรสได้ไม่ดี
  • ผื่นตามตัว ผมร่วง
  • รอบประจำเดือนมาไม่ปกติ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สถานการณ์โควิด-19 โควิด-19