เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กรมศุลกากร ยึด ‘LSD แสตมป์เมา’ ยาเสพติดแบบสติกเกอร์การ์ตูน ป้องกันระบาดในกลุ่มเยาวชน
Finance กรมศุลกากร ยึด ‘LSD แสตมป์เมา’ ยาเสพติดแบบสติกเกอร์การ์ตูน ป้องกันระบาดในกลุ่มเยาวชน
บริดจสโตน ส่ง “POTENZA SPORT EVO” เจาะตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงและรถอีวี
Automotive บริดจสโตน ส่ง “POTENZA SPORT EVO” เจาะตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงและรถอีวี
ส่องโปรเจ็กต์พันล้าน “สะพานคนเดินข้าม” แม่น้ำเจ้าพระยา แลนด์มาร์กใหม่ “ชัชชาติ 2”
Real Estate ส่องโปรเจ็กต์พันล้าน “สะพานคนเดินข้าม” แม่น้ำเจ้าพระยา แลนด์มาร์กใหม่ “ชัชชาติ 2”
ย้อนดูเศรษฐกิจกัมพูชา หลังปิดด่านชายแดนทางบกกับไทย ครบ 1 ปี
World ย้อนดูเศรษฐกิจกัมพูชา หลังปิดด่านชายแดนทางบกกับไทย ครบ 1 ปี
บีโอไอ เคลียร์ชัดส่งเสริมลงทุนยึดคุณภาพโครงการไม่ใช่สัญชาติผู้ลงทุน หนุนร่วมทุนปรับตัวสู่ EV
Economic บีโอไอ เคลียร์ชัดส่งเสริมลงทุนยึดคุณภาพโครงการไม่ใช่สัญชาติผู้ลงทุน หนุนร่วมทุนปรับตัวสู่ EV
จากแสนสิริสู่ผู้นำประเทศ: “เศรษฐา ทวีสิน” คว้ารางวัลเกียรติยศ Thailand Zero Dropout ยกระดับแคมเปญภาคเอกชนสู่ “วาระแห่งชาติ” พลิกโฉมโครงสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาไทย
Real Estate จากแสนสิริสู่ผู้นำประเทศ: “เศรษฐา ทวีสิน” คว้ารางวัลเกียรติยศ Thailand Zero Dropout ยกระดับแคมเปญภาคเอกชนสู่ “วาระแห่งชาติ” พลิกโฉมโครงสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาไทย
‘อนุทิน’ ชี้ 1 ปี ชายแดนไทย-กัมพูชา ย้ำประชาชนใช้ชีวิตได้ไม่ต้องกังวล
Politics ‘อนุทิน’ ชี้ 1 ปี ชายแดนไทย-กัมพูชา ย้ำประชาชนใช้ชีวิตได้ไม่ต้องกังวล
น้ำมันไทยไม่ขาด มีสำรองใช้ 108 วัน พร้อมดึงกองทุนฯ ลดราคา แม้ติดลบ 6.4 หมื่นล้าน
Economic น้ำมันไทยไม่ขาด มีสำรองใช้ 108 วัน พร้อมดึงกองทุนฯ ลดราคา แม้ติดลบ 6.4 หมื่นล้าน
ก.ล.ต. กล่าวโทษ ‘สุภาพร พิมพงษ์’ รายเดียว ยื่นข้อมูลเท็จถือหุ้น TRUE
Finance ก.ล.ต. กล่าวโทษ ‘สุภาพร พิมพงษ์’ รายเดียว ยื่นข้อมูลเท็จถือหุ้น TRUE
ปกรณ์ เผยตรวจสอบโกงสอบท้องถิ่น จบแล้ว มีภาครัฐ-เอกชนเอี่ยวนับ 100 ชีวิต
Politics ปกรณ์ เผยตรวจสอบโกงสอบท้องถิ่น จบแล้ว มีภาครัฐ-เอกชนเอี่ยวนับ 100 ชีวิต
ดูทั้งหมด

แย่งซื้อปาล์มเก็งราคาพุ่ง เอกชนฉวยจังหวะส่งออกทำกำไร

07 พ.ค. 2565 | 08:54น.
ปาล์ม

ตลาดน้ำมันปาล์มอลหม่าน หลังอินโดนีเซียห้ามส่งออกน้ำมันปาล์ม ส่งผลราคาปาล์มทะลายพุ่งพรวดทะลุ 12 บาท/กก. กรมการค้าภายในเรียก โรงสกัด-โรงรีไฟน์-ชาวสวนปาล์มประชุมด่วน หาทางตรึงราคาน้ำมันปาล์มบรรจุขวด หวั่นผู้ประกอบการแห่ส่งน้ำมันปาล์มออกนอกประเทศ

สั่งเพิ่ม Safety Stock น้ำมันปาล์มจาก 200,000 ตันเป็น 300,000 ตัน แลกไม่คุมราคาน้ำมันปาล์มบรรจุปี๊บ-ปาล์มขายโรงงานอุตสาหกรรม พร้อมชงสูตรใหม่เก็บภาษี-ค่าธรรมเนียมส่งออกน้ำมันปาล์มดึงเงินชดเชยราคาปาล์มขวด

สถานการณ์ราคาน้ำมันปาล์มวิกฤตหนัก หลังรัฐบาลอินโดนีเซียมีคำสั่งห้ามส่งออกน้ำมันปาล์ม (น้ำมันปาล์มดิบ/บริสุทธิ์-โอเลอิน-น้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว) มีผลตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน เป็นต้นมา เพื่อแก้ปัญหาน้ำมันปาล์มในประเทศขาดแคลน และมีราคาแพง (ตั้งเป้าให้ราคาน้ำมันปรุงอาหารลดลงมาเหลือลิตรละ 14,000 รูเปียห์ หรือประมาณ 33 บาท)

ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันปาล์มในตลาดโลกทะยานสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน และลุกลามไปยังน้ำมันพืชประเภทอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น น้ำมันถั่วเหลือง-น้ำมันดอกทานตะวัน-น้ำมันข้าวโพด ต่างก็ปรับราคาสูงขึ้นโดยเฉพาะตลาดน้ำมันพืชปรุงอาหารในประเทศไทย ปรากฏน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์กับน้ำมันถั่วเหลืองขายในราคาเดียวกัน คือ ขวดละ 69-70 บาท จากที่่ผ่านมา น้ำมันปาล์มจะมีราคา “ต่ำกว่า” น้ำมันถั่วเหลือง

เพิ่มสต๊อกปาล์มแสนตัน

นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ประชุมร่วมกับตัวแทนกลุ่มผู้ประกอบการโรงสกัด/โรงกลั่นน้ำมันปาล์ม-ชาวสวนปาล์ม เพื่อหารือถึงแนวทางในการบริหารจัดการน้ำมันปาล์ม

หลังจากอินโดนีเซียห้ามส่งออกน้ำมันปาล์มเพื่อการบริโภค โดยได้ตั้ง “คณะทำงาน” ร่วมกันเพื่อมอนิเตอร์สถานการณ์ และสร้างความสมดุลให้ทั้งผู้ผลิต-ผู้บริโภค และเกษตรกรอยู่ได้

“เชื่อว่ามาตรการที่อินโดนีเซียใช้ชะลอส่งออกน่าจะเป็นในช่วงระยะสั้น ๆ เท่านั้น เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย อินโดนีเซียก็จะกลับมาส่งออกอีก หากเทียบกันตอนนี้อินโดนีเซียเป็นผู้ผลิตน้ำมันปาล์มอันดับ 1 ปริมาณ 200 ล้านตัน มีสต๊อกประมาณ 5-6 ล้านตัน

เทียบกับไทย ซึ่งเป็นผู้ผลิตอันดับ 3 ห่างกันมาก โดยไทยผลิตน้ำมันปาล์มดิบประมาณ 3 ล้านตัน ตอนนี้มีสต๊อกอยู่ประมาณ 200,000 ตัน (ตัวเลข ณ วันที่ 2 พฤษภาคม สต๊อกน้ำมันปาล์มดิบ 180,835 ตัน)” นายวัฒนศักย์กล่าว

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นกรมการค้าภายในได้สั่งให้เพิ่มปริมาณสต๊อกเพื่อความมั่นคง (safety stock) จากเดิมกำหนดไว้ที่ 200,000 ตัน ให้เพิ่มขึ้นมาอีก 100,000 ตัน เป็น 300,000 ตัน และขอความร่วมมือผู้ประกอบการให้ “ตรึงราคา” น้ำมันปาล์มขวดไว้ที่ 64-66 บาท เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคมากนัก

ส่วนการประเมินสถานการณ์ผลผลิตปาล์มในเดือนพฤษภาคม ซึ่งจัดเป็นช่วง peak ของผลปาล์มในประเทศ คาดว่าจะมีผลปาล์มทะลายออกมาประมาณ 2 ล้านตัน

“แต่ยังไม่จำเป็นต้องใช้มาตรการจำกัดการส่งออกน้ำมันปาล์ม เพราะช่วงนี้ถือเป็นภาวะตลาดขาขึ้น การส่งออกจะช่วยสร้างรายได้กลับสู่ประเทศได้อย่างมาก ซึ่งจะส่งผลดีต่อทางด้านเกษตรกรด้วยราคาผลปาล์มวันนี้สูงขึ้น แต่ก็ต้องประคับประคองสถานการณ์ไว้” นายวัฒนศักย์กล่าว

ผลปาล์มพุ่งทะลุ 12 บาท/กก.

ด้านแหล่งข่าวจากสมาคมปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มแห่งประเทศไทยกล่าวว่า ราคารับซื้อผลปาล์มน้ำมันในหลายพื้นที่ของประเทศ ณ วันที่ 5 พฤษภาคม 2565 ได้ปรับราคาสูงขึ้นเกินกว่า 12 บาทต่อกิโลกรัมไปแล้ว โดยราคาผลปาล์มในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปรับขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 11.40-12.10 บาท

จังหวัดกระบี่ กิโลกรัมละ 11.20-12.10 บาท ซึ่งถือเป็นระดับราคาสูงสุดรอบใหม่ จากที่ราคาผลปาล์มจากแหล่งสำคัญเฉลี่ยอยู่ที่ กก.ละ 10 บาท ในช่วงเดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้ราคาน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ปรับขึ้นจากก่อนหน้านี้ กิโลกรัมละ 55-56 บาท มาเป็นกิโลกรัมละ 59-62 บาท

“ราคารับซื้อผลปาล์มหน้าป้ายบางจุดก็ทะลุ 12 ต่อ กก.ไปแล้ว ตามปกติแต่ละโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มจะจ่ายสูงกว่าราคารับซื้อหน้าป้ายประมาณ 20-30 สต. ขึ้นอยู่กับคุณภาพและปริมาณด้วย ถ้าเป็นลานเทชั้นดี ปาล์มคุณภาพดี ปริมาณเยอะก็จะบวกเพิ่มเยอะมาก” แหล่งข่าวกล่าว

ส่วนการที่กรมการค้าภายในสั่งเพิ่มปริมาณ safety stock น้ำมันปาล์มจาก 200,000 ตัน เป็น 300,000 ตัน หรือเพิ่มขึ้นอีก 100,000 ตันนั้น โดยแจ้งว่าเพื่อรักษาปริมาณน้ำมันปาล์มในประเทศให้ราคามีเสถียรภาพ ไม่ให้สูงมากเกินไป หากการส่งออกน้ำมันปาล์มมีราคาดีกว่า

แต่นั่นหมายความว่า โรงสกัดน้ำมันปาล์มดิบก็ต้องไปหาเงินเพื่อเพิ่มสภาพคล่องมาแย่งซื้อผลปาล์มในช่วงที่ราคากำลังสูง “เราต้องใช้เงินซื้อผลปาล์มมากกว่าปีที่ผ่านมา 2-3 เท่า แต่พอสกัดออกมาเป็นน้ำมันปาล์มดิบแล้วไปขายก็ยังมีเครดิตเทอม 30 วันเหมือนเดิม”

ทั้งนี้ มีรายงานข่าวเข้ามาว่า ในที่ประชุมร่วมมีการหารือกันหลายแนวทาง เช่น หากปริมาณสต๊อกน้ำมันปาล์มต่ำกว่า 300,000 ตัน ก็ควรห้ามส่งออกดีหรือไม่ ซึ่งทางกรมการค้าภายในหวั่นว่าจะกระทบกับราคาผลปาล์ม หากประกาศห้ามส่งออกน้ำมันปาล์ม จึงเสนอให้มีการเก็บภาษีส่งออก (ค่าธรรมเนียมพิเศษ)

แต่ยังไม่ได้มีการกำหนดเรตว่า จะกำหนดเท่าไร เพื่อนำเอาภาษีนั้นมาชดเชยให้กับการตรึงราคาน้ำมันปาล์มขวด แม้ว่าแนวทางนี้ ผู้ประกอบการน้ำมันปาล์ม (โรงสกัด-โรงรีไฟน์) ก็ยังได้รับผลกระทบ เพราะอาจจะมีการกดราคารับซื้อผลปาล์มเพื่อไปจ่ายเป็นภาษีส่งออก “แต่คิดว่าเป็นทางออกที่ดีที่สุด”

แลกตรึงราคาปาล์มขวด 1 ลิตร

สำหรับการขอความร่วมมือเพื่อ “ตรึงราคา” น้ำมันปาล์มขวด (1 ลิตร) ไว้ที่ขวดละ 64-66 บาทนั้น ผลการหารือร่วมกันทุกฝ่ายมองว่า “สามารถทำได้” เพราะเป็นการกำหนดมาตรการเฉพาะในส่วนของน้ำมันปาล์มขวด ซึ่งคิดเป็นประมาณ 40% หรือราว 40,000 ตัน ส่วนราคาน้ำมันปาล์มที่ขายให้ภาคส่วนอื่น (น้ำมันปาล์มปี๊บ-น้ำมันปาล์มเพื่ออุตสาหกรรม) นั้น ไม่มีการควบคุมราคาจำหน่าย แต่จะขายเป็นราคาตลาด

ล่าสุด “ประชาชาติธุรกิจ” ออกสำรวจตลาดน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์บรรจุขวดในห้างสรรพสินค้าชั้นนำพบว่า ราคาจำหน่ายเกือบทุกยี่ห้ออยู่ที่ขวดละ 69-70 บาท หรือสูงกว่าราคาที่จะขอความร่วมมือให้ตรึงราคาไปแล้ว และหากคำนวณโครงสร้างราคา ประมาณการเบื้องต้นระหว่างราคาผลปาล์มน้ำมัน-ราคาน้ำมันปาล์มดิบ-ราคาจำหน่ายปลีกน้ำมันปาล์ขวดจะพบว่า

ที่ระดับราคาผลปาล์ม 10 บาท/กก. จะต้องขายน้ำมันปาล์มขวดประมาณ 70 บาท หากผลปาล์มขึ้นไปถึง 11-12 บาท/กก. เหมือนในปัจจุบัน จะต้องขายปลีกน้ำมันปาล์มบรรจุขวดถึง 75-80 บาท ส่วนการที่จะขายน้ำมันปาล์มขวดในราคาขวดละ 64-66 บาทนั้น ราคาผลปาล์มจะต้องไม่เกิน 9-10 บาท/กก.

ส่วนที่โรงงานรีไฟน์ “ยอม” ที่จะตรึงราคาน้ำมันปาล์มขวดไว้ที่ 64-66 บาทนั้น มีการตั้งข้อสังเกตว่า อาจจะเป็นการแลกเปลี่ยนกันระหว่างการยอมตรึงราคาน้ำมันปาล์มขวด กับ 1) การไม่ควบคุมการจำหน่ายน้ำมันปาล์มบรรจุปี๊บและน้ำมันปาล์มเพื่อการอุตสาหกรรม และ 2) การไม่ควบคุมหรือจำกัดการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ ซึ่งขณะนี้ราคาในตลาดโลกสูงมาก และเชื่อว่าปริมาณการส่งออกน้ำมันปาล์มจะต้องเพิ่มสูงขึ้นเพื่อทำกำไร

หาจุดสมดุลปาล์ม

นายกฤษดา ชวนะนันท์ กรรมการผู้จัดการ บมจ.วิจิตรภัณฑ์ปาล์มออยล์ (VPO) นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สถานการณ์ราคาปาล์มที่ปรับตัวสูงขึ้น เป็นเพราะมีการส่งออกมากขึ้น ในช่วงของไตรมาส 1/2565 เทียบกับไตรมาส 1/2564 จากปริมาณผลผลิตที่เพิ่มมากขึ้นกว่าปกติ 70,000 ตัน และเป็นจังหวะที่ตลาดโลกมีความผันผวน

“ปริมาณการผลิตน้ำมันปาล์มในตลาดโลกลดลง” ส่วนกรณีที่รัฐบาลอินโดนีเซียที่ห้ามส่งออกน้ำมันปาล์มนั้น เชื่อว่าจะเป็นมาตรการชั่วคราวเท่านั้น เพราะถึงอย่างไรอินโดนีเซียก็จะต้องระบายสต๊อกน้ำมันปาล์ม เพื่อป้องกันไม่ให้แท็งก์เก็บปาล์มเต็ม

ด้านความต้องการใช้น้ำมันปาล์มภายในประเทศก็มีการปรับลดลง แต่ยังไม่มาก โดยปกติไทยจะใช้น้ำมัน CPO ประมาณ 220,000 ตัน แต่ภายหลังจากรัฐบาลปรับลดมาตรการใช้ไบโอดีเซลจากส่วนผสมของน้ำมัน B7 เหลือเป็น B5 ก็ทำให้ความต้องการใช้น้ำมันปาล์มลดลงประมาณ 20,000 ตัน เหลือ 180,000 ตัน

“แนวโน้มในไตรมาส 2/2565 ความต้องการตลาดโลกยังคงสูง ราคาในตลาดล่วงหน้าก็ยังสูง แต่ผมมองว่าราคาผลปาล์มในประเทศไม่น่าจะสูงไปถึง 13 บาท/กก. เพราะมันมีเรื่องของดีมานด์และซัพพลายเข้ามาเกี่ยวข้อง เมื่อราคาสูงไม่สมเหตุสมผล ดีมานด์ก็อาจจะลดลง และมีปัจจัยจากมาตรการของอินโดนีเซีย ซึ่งต้องรอดูความชัดเจนจากนี้อีกหนึ่งเดือน ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร

ความยากตอนนี้ก็คือ เมื่อมีแนวโน้มราคาขึ้น ทางผู้ประกอบการก็ต้องบริหารจัดการสต๊อกน้ำมันปาล์ม ตอนนี้ก็สต๊อกกันไม่เยอะ และต้องคอยมอนิเตอร์สถานการณ์ เพราะมีความผันผวนมาก ตัวเลขต่าง ๆ มีความเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะตัวเลขผลผลิตกับตัวเลขการส่งออกน้ำมันปาล์ม

ซึ่งปัจจัยหลักมาจากตลาดโลก น้ำมันพืชชนิดอื่นอย่างน้ำมันทานตะวันที่หายไปเลย จากปัญหาสงครามรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งเป็นแหล่งผลิต-ส่งออกน้ำมันทานตะวันหลักของโลก” นายกฤษดากล่าว

ส่วนการบริหารจัดการปาล์มน้ำมันของประเทศขณะนี้ กรมการค้าภายในจะต้องหา “จุดสมดุล” ให้ทุกฝ่ายอยู่ร่วมกันได้ ราคาผลปาล์มที่ 9 ถึง 10 บาท/กก. ก็ถือว่าเป็นราคาที่สูง และเกษตรกรก็มีกำไรในระดับที่สูงมากด้วย ส่วนแนวทางการปรับเพิ่มสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบ (safety stock) อีก 100,000 ตันนั้น

เห็นว่าปัจจุบันจำนวนโรงสกัดน้ำมันปาล์มเพิ่มสูงขึ้นมาก ดังนั้นหากกระจายออกไปให้ทุกโรงช่วยกันสต๊อกซื้อรายละ 2,000-3,000 ตัน ก็น่าจะคิดเป็นสัดส่วนไม่มากนัก แต่หลังจากนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าจะเก็บสต๊อก หรือจะขายออกไป

โรงงานถั่วเหลืองเร่งผลิตเต็มที่

ด้าน นายคุณา วิทยฐานกรณ์ นายกสมาคมผู้ผลิตน้ำมันถั่วเหลืองและรำข้าว กล่าวว่า กรณีที่ราคาน้ำมันปาล์มปรับสูงขึ้น ถามว่าผู้ผลิตน้ำมันถั่วเหลืองจะได้รับส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นหรือไม่นั้น นายคุณายืนยันว่า ตอนนี้ส่วนแบ่งตลาดของน้ำมันปาล์มยังอยู่ที่ 60-70%

ขณะที่น้ำมันถั่วเหลืองอยู่ที่ 20% ของปริมาณการใช้น้ำมันทั้งหมด และขณะนี้ทางโรงงานผู้ผลิตน้ำมันถั่วเหลืองทั้ง 4 โรง ต่างก็มีการเร่งกำลังการผลิตเต็มที่แล้ว ถึงแม้ว่าจะมีช่องว่างในตลาดน้ำมันพืชเกิดขึ้น แต่ก็คงไม่สามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้มากกว่านี้

“ตอนนี้ต้นทุนการผลิตก็ปรับตัวสูงขึ้น จากราคาเมล็ดถั่วเหลืองที่เพิ่มขึ้น 20-30% ตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคมถึงเมษายน 2565 ทั้งยังมีต้นทุนค่าขนส่งที่เพิ่มสูงขึ้น หลังจากการปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซล และการปรับขึ้นราคา package ทั้งกล่อง เม็ดพลาสติก เหล็กทำปี๊บ ล้วนแต่เป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้น

ในขณะที่ราคาจำหน่ายน้ำมันถั่วเหลือง ทางสมาคมก็ได้ให้ความร่วมมือในการตรึงราคาไว้ที่ระดับ 64-65 บาท ในส่วนของน้ำมันบรรจุขวดเท่านั้น แต่สถานการณ์ราคาของไทยอาจจะมีปรับเปลี่ยน ภาคเอกชนได้จับตามองนโยบายของกระทรวงพลังงานขณะนี้ หลังจากมีกระแสข่าวจากกระทรวงพลังงานที่ระบุว่า

จะมีการพิจารณาทบทวนการใช้ไบโอดีเซลเพื่อให้ส่วนผสมของน้ำมันดีเซลลดลงเหลือ B3 จากก่อนหน้านี้ที่ลดการใช้ B7 เหลือ B5 เพื่อลดแรงกดดันต่อราคาน้ำมันไบโอดีเซล หากมีการปรับเปลี่ยนจะกระทบต่อราคาผลผลิตปาล์มในฤดูกาลใหม่” นายคุณากล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ปาล์ม