Skip to content

งบประมาณ 2566 : กระทรวงเศรษฐกิจรับ 1.95 ล้านล้านบาท

31 พ.ค. 2565 | 17:52น.
งบประมาณ 2566 : กระทรวงเศรษฐกิจรับ 1.95 ล้านล้านบาท

เปิดงบ 13 หน่วยงานรัฐบาล เกินครึ่งหนึ่งของงบประมาณทั้งหมด ที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ 2565-2566 

กระทรวงเศรษฐกิจ 13 หน่วยงาน ประกอบด้วย กระทรวงการคลัง กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงคมนาคม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงอุตสาหกรรม  กระทรวงพลังงาน กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน และรัฐวิสาหกิจ

เนื่องจากกระทรวงและหน่วยงานทางเศรษฐกิจ ต้องรับผิดชอบกับเศรษฐกิจ ชีวิตปากท้องของผู้คน โดยเฉพาะในยุคการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ประชาชนขาดรายได้ รวมถึงวิกฤตจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ส่งผลให้ราคาสินค้าต่าง ๆ  รวมถึงราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งอาจจะต้องมีมาตรการเยียวยา

ทั้ง 13 หน่วยงานได้รับการจัดสรรจากร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 วงเงิน 3.185 ล้านล้านบาท กว่า 1,958,002.8 ล้านบาท เกินครึ่งหนึ่งของงบประมาณทั้งหมด ดังนี้

1.งบฯกลาง 590,470 ล้านบาท เทียบกับปี 2565 เพิ่มขึ้น 3,060.7 ล้านบาท เป็นค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานของรัฐ 76,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,000 ล้านบาท เงินเบี้ยหวัด บำเหน็จ บำบาญ 322,790 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12,190 ล้านบาท

เงินที่ใช้เป็นเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น วงเงิน 92,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,400 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการบรรเทา แก้ไขปัญหา และเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 วงเงิน 3,000 ล้านบาท ลดลง 13,362 ล้านบาท

กระทรวงการคลัง 285,230.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11,627.6 ล้านบาท แบ่งออกเป็น สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง 1,269 ล้านบาท กรมธนารักษ์ 3,789.4 ล้านบาท กรมบัญชีกลาง 1,530.8 ล้านบาท กรมศุลกากร 3,641.2 ล้านบาท

กรมสรรพสามิต 2,217.3 ล้านบาท กรมสรรพากร 9,247 ล้านบาท สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ 117.2 ล้านบาท สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ เพิ่มขึ้น 12,017.4 ล้านบาท เป็น 261,908.8 ล้านบาท สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง 929.7 ล้านบาท สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) 580.0 ล้านบาท

2.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา 5,330.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 238.9 ล้านบาท แบ่งออกเป็น สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา 676 ล้านบาท กรมการท่องเที่ยว 1,775.8 ล้านบาท กรมพลศึกษา 646.5 ล้านบาท มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ 1,874.4 ล้านบาท องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) 358.1 ล้านบาท

3.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 126,067.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16,214.5 ล้านบาท แบ่งออกเป็น สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 1,085.7 ล้านบาท กรมการข้าว เพิ่มขึ้น 15,305.4 ล้านบาท เป็น 17,343.3 ล้านบาท กรมชลประทาน 77,532.5 ล้านบาท กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ 1,222.7 ล้านบาท กรมประมง 3,499.9 ล้านบาท

กรมปศุสัตว์ 5,230.3 ล้านบาท กรมฝนหลวงและการบินเกษตร 2,173.5 ล้านบาท กรมพัฒนาที่ดิน 3,948.4 ล้านบาท กรมวิชาการเกษตร 3,068.5 ล้านบาท กรมส่งเสริมการเกษตร 4,975.9 ล้านบาท กรมส่งเสริมสหกรณ์ 2,586.9 ล้านบาท

กรมหม่อนไหม 525.8 ล้านบาท สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม 1,395.2 ล้านบาท สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ 226.5 ล้านบาท สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร 601.9 ล้านบาท
สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) 454.7 ล้านบาท สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (องค์การมหาชน) 195.4 ล้านบาท

4.กระทรวงคมนาคม 180,502 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7,337.7 ล้านบาท แบ่งออกเป็น สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม 517.9 ล้านบาท กรมการขนส่งทางบก 3,548.8 ล้านบาท กรมการขนส่งทางราง 116.4 ล้านบาท กรมเจ้าท่า 4,732.5 ล้านบาท

กรมทางหลวง 118,837.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5,489.6 ล้านบาท กรมทางหลวงชนบท 47,160.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,308.6 ล้านบาท กรมท่าอากาศยาน จำนวน 5,303.2 ล้านบาท สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร 285.2 ล้านบาท

5.กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 6,822.1 ล้านบาท ลดลง 3.1 ล้านบาท แบ่งออกเป็น สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 586.6 ล้านบาท กรมอุตุนิยมวิทยา 2,125.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 363.9 ล้านบาท

สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 1,343.9 ล้านบาท สำนักงานสถิติแห่งชาติ 1,226.8 ล้านบาท สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ 571.9 ล้านบาท สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล 967.7 ล้านบาท

6.กระทรวงพลังงาน 2,707.4 ล้านบาท เท่าเดิม แบ่งออกเป็น สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน 501.9 ล้านบาท กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ 262.8 ล้านบาท กรมธุรกิจพลังงาน 239 ล้านบาท กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน 1,564.1 ล้านบาท สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน 139.6 ล้านบาท

7.กระทรวงพาณิชย์ 6,489.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 144.4 ล้านบาท แบ่งออกเป็น สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ 1,591.2 ล้านบาท กรมการค้าต่างประเทศ 389 ล้านบาท กรมการค้าภายใน 911.2 ล้านบาท
กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ 311.8 ล้านบาท กรมทรัพย์สินทางปัญญา 461.4 ล้านบาท กรมพัฒนาธุรกิจการค้า 483.6 ล้านบาท กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ 1,872.7 ล้านบาท

สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า 141.2 ล้านบาท สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) 56.3 ล้านบาท สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) 118.7 ล้านบาท สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) 152.4 ล้านบาท

8.กระทรวงมหาดไทย 325,578.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10,065.8 ล้านบาท แบ่งออกเป็น สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย 6,184.7 ล้านบาท กรมการปกครอง 43,363.9 ล้านบาท กรมการพัฒนาชุมชน 5,016.7 ล้านบาท

กรมที่ดิน 6,597.8 ล้านบาท กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 4,782.9 ล้านบาท กรมโยธาธิการและผังเมือง 34,837.6 ล้านบาท กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น 224,795.3 ล้านบาท

9.กระทรวงแรงงาน 54,338.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4,636.6 ล้านบาท แบ่งออกเป็น สำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน 1,019.7 ล้านบาท กรมการจัดหางาน 1,126.5 ล้านบาท กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน 1,687.6 ล้านบาท
กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน 1,030.1 ล้านบาท สำนักงานประกันสังคม 49,432.2 ล้านบาท สถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (องค์การมหาชน) 42.4 ล้านบาท

10.กระทรวงอุตสาหกรรม 4,490.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 149.7 ล้านบาท แบ่งออกเป็น สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม 918.3 ล้านบาท กรมโรงงานอุตสาหกรรม 477 ล้านบาท กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม 1,010 ล้านบาท

กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ 351.5 ล้านบาท สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย 573.9 ล้านบาท สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม 930.6 ล้านบาท 7.สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม 229.5 ล้านบาท

11.รัฐวิสาหกิจ 162,989.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35,124.2 ล้านบาท แบ่งออกเป็น การกีฬาแห่งประเทศไทย 1,602.3 ล้านบาท การเคหะแห่งชาติ 957.3 ล้านบาท การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย 3,272.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 401.5 ล้านบาท

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย 90.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 79 ล้านบาท การประปานครหลวง 41.9 ล้านบาท การประปาส่วนภูมิภาค 3,018.6 ล้านบาท การยางแห่งประเทศไทย 27.8 ล้านบาท

การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย 21,524.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8,773.8 ล้านบาท การรถไฟแห่งประเทศไทย 22,727.4 ล้านบาท ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย 277.9 ล้านบาท

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร 84,508.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15,041.8 ล้านบาท ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย 90.3 ล้านบาท ธนาคารออมสิน 8,256.1 ล้านบาท ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 718.7 ล้านบาท

บริษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม 7,111.1 ล้านบาท สถาบันการบินพลเรือน 200.8 ล้านบาท สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย 615.9 ล้านบาท

บริษัทบริหารสินทรัพย์ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย จำกัด ไม่ได้รับงบประมาณ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ 4,074.1 ล้านบาท องค์การจัดการน้ำเสีย 747.4 ล้านบาท องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร 47.6 ล้านบาท

องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ 996.1 ล้านบาท องค์การสวนพฤกษศาสตร์ 137.1 ล้านบาท องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย 1,784.5 ล้านบาท องค์การสะพานปลา 15 ล้านบาท องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ 146 ล้านบาท

12.ทุนหมุนเวียน 206,985.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11,615.2 ล้านบาท ประกอบด้วย ทุนหมุนเวียนที่มีฐานะเป็นนิติบุคล ได้แก่ กองทุนการออมแห่งชาติ 334.2 ล้านบาท กองทุนจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ 60 ล้านบาท
กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา 6,073.8 ล้านบาท กองทุนยุติธรรม 18 ล้านบาท กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ 154.2 ล้านบาท

ทุนหมุนเวียนที่ไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคล ได้แก่ กองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม 577.7 ล้านบาท กองทุนการท่าอากาศยานอู่ตะเภา 71.3 ล้านบาท

กองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม 35,514.6 ล้านบาท กองทุนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย 6 ล้านบาท กองทุนเพื่อการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ 20 ล้านบาท กองทุนคุ้มครองเด็ก 40 ล้านบาท

กองทุนผู้สูงอายุ 70 ล้านบาท กองทุนส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ 5 ล้านบาท กองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม 75 ล้านบาท กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 17,011.9 ล้านบาท
กองทุนจัดรูปที่ดิน 1,035 ล้านบาท กองทุนปรับโครงสร้างการผลิตภาคเกษตรเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ ไม่ได้รับงบประมาณ กองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร 750 ล้านบาท

กองทุนส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ 300 ล้านบาท กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี 462.3 ล้านบาท กองทุนส่งเสริมการเผยแพร่พระพุทธศาสนาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 9.2 ล้านบาท กองทุนส่งเสริมงานจดหมายเหตุ 14.9 ล้านบาท

กองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม 76.1 ล้านบาท กองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย 6.2 ล้านบาท กองทุนภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย 50 ล้านบาท กองทุนการแพทย์ฉุกเฉิน 1,050.3 ล้านบาท

กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ 142,297.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,747.7 ล้านบาท กองทุนเพื่อการสืบสวนและสอบสวนคดีอาญา 505 ล้านบาท กองทุนพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ไม่ได้รับงบประมาณ
กองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา 157 ล้านบาท กองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง 90 ล้านบาท กองทุนป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ 150 ล้านบาท

13.งบประมาณปี 2566 วงเงินกว่า 3.185 ล้านล้านบาท งบฯเงินอุดหนุนมีสัดส่วนต่องบประมาณ 1,122,946.5 ล้านบาท เทียบกับงบประมาณปี 2565 เพิ่มขึ้น 52,969.5 ล้านบาท แบ่งออกเป็น

  • การบริหารทั่วไปของรัฐ 129,561.7 ล้านบาท
  • การป้องกันประเทศ 3,999 ล้านบาท
  • การรักษาความสงบภายใน 34,626.9 ล้านบาท
  • การเศรษฐกิจ 310,089.9 ล้านบาท
  • การสิ่งแวดล้อม 1,088.1 ล้านบาท
  • การเคหะและชุมชน 84,561.3 ล้านบาท
  • การสาธารณสุข 29,143.6 ล้านบาท
  • การศาสนา วัฒนธรรม และนันทนาการ 6,318.2 ล้านบาท
  • การศึกษา 181,942.4 ล้านบาท
  • การสังคมสงเคราะห์ 341,615.4 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม หากดูเฉพาะงบฯเงินอุดหนุนของกระทรงเกษตรและสหกรณ์ มี 16,819.1 ล้านบาท

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พ.ร.บ.งบประมาณ