เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
EXIM BANK ปลื้มหลักสูตร EXIM 2X จับคู่ธุรกิจสำเร็จ 90 คู่เจรจา หนุนสินเชื่อ-ประกันการส่งออกกว่า 544 ล้าน
Finance EXIM BANK ปลื้มหลักสูตร EXIM 2X จับคู่ธุรกิจสำเร็จ 90 คู่เจรจา หนุนสินเชื่อ-ประกันการส่งออกกว่า 544 ล้าน
TSD ยืนยันระบบถูกแฮ็กไม่มีข้อมูล “ยอดหุ้น” หลุด-มีแค่ข้อมูลส่วนบุคคลเกือบ 10 รายการ
Finance TSD ยืนยันระบบถูกแฮ็กไม่มีข้อมูล “ยอดหุ้น” หลุด-มีแค่ข้อมูลส่วนบุคคลเกือบ 10 รายการ
อุตสาหกรรมชิปเดือด ผวา เครื่องยิงชิปจีน ?
Tech อุตสาหกรรมชิปเดือด ผวา เครื่องยิงชิปจีน ?
คลังเตรียมออกเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก ธ.ก.ส. ครบ 60 ปี
Finance คลังเตรียมออกเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก ธ.ก.ส. ครบ 60 ปี
กองทุนน้ำมันติดลบ 6.57 หมื่นล้าน หลังหนี้สินสูงกว่าแสนล้าน
Economic กองทุนน้ำมันติดลบ 6.57 หมื่นล้าน หลังหนี้สินสูงกว่าแสนล้าน
“แพลนบี” ชวนชาวไทยชม Immersive Art เฉลิมพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ 10 หน้าอาคารสถิตไทยชโย หัวมุมถนนดำเนินกลาง
Business “แพลนบี” ชวนชาวไทยชม Immersive Art เฉลิมพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ 10 หน้าอาคารสถิตไทยชโย หัวมุมถนนดำเนินกลาง
ตำรวจไซเบอร์ เตือนนักลงทุนข้อมูลรั่วจาก TSD มีโอกาสถูก “หลอกซ้ำซ้อนจากวิกฤต” แนะวิธีป้องกัน
Finance ตำรวจไซเบอร์ เตือนนักลงทุนข้อมูลรั่วจาก TSD มีโอกาสถูก “หลอกซ้ำซ้อนจากวิกฤต” แนะวิธีป้องกัน
ยันฮี ชี้ LGBTQ+ Healthcare อนาคตใหม่ธุรกิจการแพทย์ – Medical Tourism ไทย
Business ยันฮี ชี้ LGBTQ+ Healthcare อนาคตใหม่ธุรกิจการแพทย์ – Medical Tourism ไทย
The Senior รพ.ผู้สูงอายุนำ “หุ่นยนต์สัตว์เลี้ยง” เสริมการดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อมแนวทางบำบัดแบบไม่ใช้ยา
Business The Senior รพ.ผู้สูงอายุนำ “หุ่นยนต์สัตว์เลี้ยง” เสริมการดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อมแนวทางบำบัดแบบไม่ใช้ยา
จีนส่งสัญญาณยอมรับ ‘ภาษีทรัมป์’ หลังโดน 12.5 % Section 301
World จีนส่งสัญญาณยอมรับ ‘ภาษีทรัมป์’ หลังโดน 12.5 % Section 301
ดูทั้งหมด

วิกฤตราคาน้ำมัน ดร.ปิยสวัสดิ์ เล่าบทเรียนอดีต-อนาคตพลังงานไทย

06 มิ.ย. 2565 | 13:09น.

ดร.ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ อดีตข้าราชการ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ผู้เชื่อมั่นเรื่องการเปิดเสรี และการสร้างแรงจูงใจ เป็นคำตอบที่ยั่งยืนของการพัฒนาพลังงาน

สถานการณ์ราคาน้ำมันแพงทะยานขึ้นไม่เว้นแต่ละวัน สะเทือนการใช้ชีวิตประชาชน เกษตรกร ธุรกิจ อุตสาหกรรมทุกหย่อมหญ้า

เป็นส่วนสำคัญของที่มา-การพุ่งขึ้นของอัตราเงินเฟ้อพุ่งขึ้นเป็น 7.10 % ทำลายสถิติในรอบ 13 ปี ณ ในเดือนพฤษภาคม 2565 ตามรายงานของกระทรวงพาณิชย์ระบุว่า ปัจจัยหลัก คือ ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น  ทั้งราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาในตลาดโลก การยกเลิกการตรึงราคาก๊าซหุงต้มทำให้ราคาทยอยปรับเพิ่มขึ้นแบบขั้นบันได และการปรับเพิ่มค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft)

แม้ว่าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเพื่อประคองราคาและสถานการณ์ เมื่อ 16 พฤษภาคม 2565 ให้ต่ออายุลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลให้เป็น 5 บาทต่อลิตรไปอีก 2 เดือน (ตั้งแต่ 21 พ.ค.- 20 ก.ค. 2565) เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน แต่ราคาขายปลีกก็ยังพุ่งต่อเนื่อง จากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่มีความผันผวน

อะไรคือแนวทางการบริหารจัดการที่เหมาะสม การแทรกแซงหรือการปล่อยเสรี ยังเป็นทางสองแพร่ง สำหรับการกำหนดนโยบาย ที่ฝ่ายการเมืองยังคำนึงถึงคะแนนความนิยม กับการต้องใช้เงินงบประมาณ และเงินกู้มหาศาล เพื่อบริหารจัดการราคาพลังงาน ที่ปัจจัยส่วนใหญ่ยังมาจากนอกประเทศ

“ประชาชาติธุรกิจ” ชวนติดตามอ่านวิสัยทัศน์ ดร.ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ ซึ่งเป็นบุคคลที่บุกเบิกอุตสาหกรรมพลังงานคนสำคัญของประเทศไทย ตามที่บทสัมภาษณ์ ในหนังสือครบรอบ 50 ปี กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร THE MAKING OF THE MODERN THAI ECONOMY ระบุไว้ ดังนี้

ดร.ปิยยสวัสดิ์ เท้าความ จุดกำเนิดอุตสาหกรรม ไว้ว่า ก่อนปี 1980 แหล่งพลังงานในประเทศที่เป็นเชื้อเพลิงฟอสซิลถือว่าไม่มีเลย ก่อนจะมีการค้นพบแหล่งก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย และพบแหล่งถ่านหินใหญ่ที่แม่เมาะในปี 1980 การพัฒนาจึงค่อยเริ่มต้นทำให้การพึ่งพาพลังงานจากต่างประเทศเริ่มลดลง ถามว่าบังเอิญไหม เป็นการค้นพบโดยความตั้งใจ เพราะคงไม่มีใครบังเอิญเดินไปแล้วก็พบแหล่งน้ำมันและก๊าซ อย่างบางประเทศที่อยู่ดี ๆ ก็เห็นน้ำมันไหลขึ้นมาจากดิน แหล่งน้ำมันใหญ่ของเราอยู่ในทะเลจึงต้องอาศัยการสำรวจ ซึ่งใช้เงินทุนมหาศาล

และเทคโนโลยีของเราเองก็ไม่มี ต้องอาศัยบริษัทน้ำมันต่างชาติ จริง ๆ แล้วจุดเริ่มต้นสำคัญที่ทำให้เกิดการพัฒนา คือการออกข้อบัญญัติปิโตรเลียมในปี 1971 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเชิญชวนให้บริษัทน้ำมันต่างชาติเข้ามาหาแหล่งก๊าซและน้ำมันในไทย

ปัญหาจากวิกฤตการณ์ราคาน้ำมัน ช่วงวิกฤตการณ์น้ำมันครั้งที่ 1 ปี 1973 ตอนนั้นไทยได้รับผลกระทบเยอะมาก น้ำมันขาดแคลน นโยบายบริหารจัดการน้ำมันก็ไม่มีประสิทธิภาพ เพราะอาศัยการควบคุมราคาเป็นหลัก กองทุนน้ำมันฯก็ยังไม่มี รัฐบาลก็เลยจัดตั้งขึ้นมาในภายหลัง และต่อมาก็มีการตั้ง ปตท.ขึ้นในปี 1978

หลังจากนั้นไม่นานเกิดวิกฤตการณ์น้ำมันอีกครั้งในปี 1979 ประเทศไทยได้รับผลกระทบเยอะ ทั้งจากการที่แหล่งปิโตรเลียมในประเทศยังพัฒนาขึ้นมาไม่เรียบร้อย และจัดการบริหารนโยบายด้านพลังงานที่ยังไม่ทันต่อเหตุการณ์ เช่น ถ้าราคาน้ำมันในตลาดโลกสูงขึ้น แนวคิดสมัยนั้นคือตรึงราคาขายปลีกในประเทศเอาไว้ เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบโดยไม่ให้บริษัทน้ำมันปรับราคาขึ้น หรือไม่ก็เอาเงินจากที่อื่นมาอุดหนุน

ผลคือการใช้น้ำมันไม่ลดลง ในขณะที่ความขาดแคลนถูกซ้ำเติมด้วยการที่บริษัทน้ำมันปรับราคาไม่ได้ กลายเป็นว่ายิ่งขาดแคลนหนักขึ้นไป ประเทศพัฒนาแล้วเขาเรียนรู้จากวิกฤตการณ์น้ำมันครั้งแรก เมื่อเกิดครั้งที่สอง เขาปรับราคาขายปลีกขึ้น การขาดแคลนจึงไม่รุนแรงเท่ากับครั้งแรก

ในยุคนายกฯ เปรม (พลเอกเปรม ติณสูลานนท์) สิ่งแรกที่ทำคือ ลดราคาดีเซลและก๊าซหุงต้ม ผลคือทำให้เกิดความแตกต่างสูงขึ้น ระหว่างราคาน้ำมันเบนซินกับดีเซล และก๊าซหุงต้ม คนก็เลยเปลี่ยนไปใช้ดีเซล ถึงขนาดที่ว่าเอาเครื่องยนต์เบนซินออก และเอาเครื่องยนต์ดีเซลใส่เข้าไปแทน หรือไม่ก็ปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์เบนซินให้สามารถใช้ก๊าซแอลพีจีได้

ฉะนั้นการใช้เบนซินลดลง แต่ไปโผล่ที่การใช้ดีเซลกับก๊าซหุงต้มแทน มาตรการในเรื่องของราคาส่งผลต่อการใช้ที่บิดเบือนไปหมด กระทั่งในที่สุดรัฐบาลตระหนักถึงความสำคัญของการใช้กลไกทางเศรษฐศาสตร์และแรงจูงใจทางเศรษฐศาสตร์ในการบริหารนโยบายพลังงาน จนกระทั่งระบบราคาน้ำมันลอยตัวมาใช้เพื่อแยกการปรับราคาน้ำมันออกจากการตัดสินใจทางการเมือง

ในยุคโชติช่วงชัชวาล ช่วงแรกหลังจากที่เริ่มส่งก๊าซได้จริง ประชาชนทั่วไปอาจจะยังไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นเรื่องของโชติช่วงชัชวาลเท่าไหร่ เพราะว่าปริมาณการผลิตก๊าซในช่วงนั้นยังค่อนข้างน้อย รวมถึงคนยังได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นในวิกฤตการณ์น้ำมันครั้งที่ 2 ในช่วงตรงกันข้าม คนทำงานเองก็อาจจะตื่นเต้นเกินไป เพราะพอผู้เชี่ยวชาญบอกว่าแหล่งน้ำมันของเราใหญ่มหาศาล ก็มีการแก้ไขพระราชบัญญัติปิโตรเลียมเพื่อปรับส่วนแบ่งให้รัฐมากขึ้น

สุดท้ายปรากฏว่าแหล่งน้ำมันกำแพงเพชรเป็นเพียงกระเปาะเล็ก ๆ แรงจูงใจในการพัฒนาแหล่งปิโตรเลียมใหม่จึงหยุดชะงักทันที การแก้ไขมาเริ่มต้นในช่วงของรัฐบาลนายกฯเปรมคือ Thailand 3 ถือเป็นการสร้างแรงจูงใจขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งในการพัฒนาแหล่งก๊าซและน้ำมันในประเทศ ทำให้มีการพัฒนามากมายจนเป็นอย่างที่เราเห็นทุกวันนี้

สำหรับอนาคตพลังงานไทย ดร.ปิยสวัสดิ์ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญมากในเรื่องพลังงาน คือการที่รัฐเปิดให้เอกชนเข้ามามีบทบาทในกิจการพลังงาน ซึ่งแต่เดิมผูกขาดโดยรัฐวิสาหกิจอย่างเข้มงวด เพราะมันสร้างธุรกิจไทยจำนวนมากที่มีความสามารถทางด้านพลังงาน ไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน ก๊าซ หรือว่าพลังงานหมุนเวียน มองย้อนไป 30 ปีก่อน การเปลี่ยนแปลงนโยบายให้เอกชนผลิตไฟฟ้าได้ถูกต่อต้านพอสมควร

ช่วงแรกระเบียบจึงอาจไม่เอื้ออำนวยต่อเอกชน มีการใส่เงื่อนไขทางด้านเทคนิคที่ทำให้ต้นทุนของเอกชนสูงขึ้นโดยไม่มีความจำเป็น ในครม.ก็มีการถกเถียงกันว่าเขียนระเบียบแบบนี้ออกมาจะไม่มีผลจูงใจเอกชน ผมบอกว่าออกมาก่อนเถอะ เอาแค่นี้ให้ได้ก่อนแล้วค่อย ๆ เปลี่ยน แล้วก็เป็นจริง คือออกมาอาจจะไม่ถูกใจ แต่พอเห็นแล้วว่าไม่มีปัญหา ก็ค่อยเปลี่ยนกฎเกณฑ์ให้คล่องตัวและเอื้ออำนวยต่อการลงทุนมากขึ้น

จนในที่สุด เราเห็นผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายเล็ก รายใหญ่เต็มไปหมด จนสามารถไปลงทุนได้ทั่วโลกเหมือนทุกวันนี้

พลังงานหมุนเวียนกลายเป็นตัวแปรสำคัญแล้วทุกวันนี้ ประเทศไทยก็คงหนีไม่พ้น เพราะในที่สุดแล้วโลกจะต้องเดินไปสู่การใช้พลังงานหมุนเวียนในสัดส่วนที่สูงมากขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แม้ในช่วงเปลี่ยนผ่านอาจยังต้องมีก๊าซและน้ำมันก่อนที่จะค่อย ๆ ลดบทบาทลงไป แต่ตลาดพลังงานหมุนเวียนในประเทศไทยไม่ได้ใหญ่เท่าไหร่ เพราะฉะนั้นธุรกิจพลังงานหมุนเวียน ถ้าจะโตจริง ๆ จะต้องไปต่างประเทศ โตในไทยอย่างเดียวไม่พอ

สิ่งที่เรายังไม่ได้เดินไปสุด คือเรายังไม่ได้เปิดเสรีให้ผู้ใช้งานเลือกได้ว่าจะซื้อไฟฟ้าจากใคร รวมถึงเรายังไม่ได้ตั้งตลาดซื้อขายไฟฟ้าขึ้นมา ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นทั่วโลก แต่ยังไม่เกิดขึ้นในไทย เรายังต้องซื้อไฟฟ้าจากการไฟฟ้า แทนที่จะซื้อจากใครก็ได้ ทำให้กิจการสายไฟฟ้ายังเป็นกิจการที่ผูกขาด และผู้รับซื้อไฟฟ้ารายเดียวคือ กฟผ. ก็ยังมีลักษณะผูกขาดอยู่ เมื่อไฟฟ้าผูกขาดก็ทำให้ก๊าซยังค่อนข้างผูกขาด แม้จะเริ่มมีการเปิดเสรีให้ผู้จัดหาก๊าซอื่นสามารถใช้บริการท่อส่งก๊าซของ ปตท.ได้แล้ว

แต่ก็ยังทำงานไม่เต็มที่ ในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกแทบทุกประเทศ เขาเปิดไฟฟ้าเสรีก่อนที่จะเปิดเรื่องของก๊าซเสรี ส่วนพลังงานหมุนเวียนก็ยังเป็นอีกเรื่องที่มีข้อจำกัดในเรื่องของกฎระเบียบที่ไม่เอื้อ โดยเฉพาะการติดตั้งโซลาร์เซลล์เพื่อให้ประชาชนผลิตไฟฟ้าใช้เองได้

สิ่งเหล่านี้ทำให้ต้นทุนไฟฟ้าสูงกว่าที่ควรจะเป็น แต่ตัวที่น่าห่วงที่สุดคือการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ซึ่งนโยบายของเรายังมองใกล้เกินไป ยังไม่มีนโยบายของประเทศที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแบบระยะยาว แล้วถ้าเราไม่มีนโยบายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อะไรจะเกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมไทยในอนาคตการวางแผนในด้านพลังงานเป็นการลงทุนระยะยาว ต้องคำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

ทั่วโลกหลายประเทศมีเป้าหมายแล้วว่าจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเหลือศูนย์เมื่อใด เพราะฉะนั้นธุรกิจไทยที่ลงทุนหรือทำธุรกิจในต่างประเทศเยอะ จำเป็นจะต้องดูเป้าหมายนี้ให้ชัดเจน ถ้าจะดูแค่เป้าหมายของรัฐบาลไทยอาจจะสายเกินแก้ในอนาคต

เรื่องการลดบทบาทภาครัฐควรจะเป็นมาตั้งนานแล้ว เราคุยเรื่องนี้กันมาตั้งแต่ 30 ปีที่แล้ว ยกตัวอย่างการอนุรักษ์พลังงาน มีมติ ครม.ในเรื่องนี้เยอะมาก ไม่ค่อยได้ผลเท่าไหรหรอก แต่ก็ออกกันมา เวลาจะแก้ที ถ้าเป็นสมัยท่านนายกฯ เปรม ท่านเป็นราชการ จะแก้อะไรก็ลำบาก ต้องอธิบายแล้วอธิบายอีก

แต่พอมาสมัยท่านนายกฯ อานันท์ ผมรวบรวมเอามติ ครม.ต่าง ๆ เกี่ยวกับการประหยัดพลังงานได้ประมาณ 20 กว่ามติ เพื่อจะไปขอแก้อันนั้นอันนี้ อันละนิดอันละน้อย  เพราะผมยังชินอยู่กับการที่ผู้กำหนดนโยบายไม่ยอมแก้อะไรมากมาย พอเข้าไปในที่ประชุม ประทับใจมากเลย ท่านนายกฯอานันท์มองขึ้นมา 5 วินาทีแล้วบอกว่า ผมว่าเอางี้ดีกว่า ยกเลิกหมดเลยดีไหม แล้วจะมติแบบไหนก็พิมพ์ออกมาทีเดียว ง่ายที่สุด

“ถ้าจะมีมาตรการใหม่ กำหนดใหม่ง่ายกว่า ไม่ต้องเสียดายของเก่ามาก เอาของใหม่ใส่มาง่ายกว่าที่จะไปตามแก้ของเก่า สิ่งเหล่านี้มันจะเกิดขึ้นก็ด้วยวิสัยทัศน์ของผู้นำ” ดร.ปิยสวัสดิ์กล่าวสรุปตอนท้าย