อยู่กับเผด็จการ อานันท์ ปันยารชุน เล่าคืนรัฐประหาร ผมไม่แทงคุณข้างหลัง

อานันท์ ปันยารชุน เล่าคืนรัฐประหาร
ภาพจากหนังสือ THE MAKING OF THE MODERN THAI ECONOMY

บทสัมภาษณ์อดีตนายกรัฐมนตรี อานันท์ ปันยารชุน ในหนังสือ 50 ปี กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร THE MAKING OF THE MODERN THAI ECONOMY เล่าเหตุการณ์การจัดตั้งรัฐบาล หลังรัฐประหาร พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ โดย พล.อ.สุจินดา คราประยูร

อานันท์ ปันยารชุน วัย 89 ปี อดีตนายกรัฐมนตรี คนที่ 18 ผู้ถือกำเนิดขึ้น 2 เดือน หลังเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ 2475 เป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี ด้วยเหตุแห่งการรัฐประหาร 23 กุมภาพันธ์ 2534 และต้องกลับหลังหันเข้าทำเนียบอีกครั้งเป็นสมัยที่ 2 หลังเหตุการณ์ “พฤษภาทมิฬ” ในกลางปี 2535

เจ้าของวาทกรรม “การบริหารอย่างโปร่งใส” และฉายา “ผู้ดีรัตนโกสินทร์” ให้สัมภาษณ์กับทีมงานหนังสือ 50 ปี กลุ่มธุรกิจเกียรตินาคิน THE MAKING OF THE MODERN THAI ECONOMY เผยแพร่ในช่วงปลายเดือนมีนาคม 2565 ในชื่อตอน THE EXCELLENCY คัดท้ายผ่านความท้าทายด้วยภาวะผู้นำ

“ประชาชาติธุรกิจ” คัดจากบางตอนที่ “อานันท์” เล่าถึงเส้นทางนักการทูตผ่านเข้าสู่วงการเมือง ในวงล้อมทหารยุคเผด็จการ เปลี่ยนผ่านไปจนถึงการร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับประชาชน 2540 และนาทีที่ถูกเรียกให้ไปเป็นนายกรัฐมนตรี ขณะทำธุระส่วนตัวอยู่ในห้องน้ำ ฉากของคำสัญญากับคณะรัฐประหาร คำใหญ่ ๆ เรื่องการไม่แทงข้างหลังกันและกัน

ถูกเรียกให้เป็นนายกรัฐมนตรี ตอนอยู่ในห้องน้ำ

“อานันท์” เล่านาทีที่ตัดสินใจว่า “ผมออกจากราชการมาแล้ว ไม่เคยคิดเรื่องการเมือง มาอยู่สหยูเนี่ยน มาเป็นรองประธานสภาอุตสาหกรรมฯ แล้วมาเป็นนายกสมาคมศิษย์เก่านักเรียนอังกฤษ เพื่อช่วยเขาระดมทุน เช้าวันเสาร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ (2534) ที่คุณสุจินดา คราประยูร ปฏิวัติรัฐบาลพลเอกชาติชาย ผมนึกอย่างเดียวว่าตาย—คืนนี้จะจัดงานระดมทุนได้ไหม”

Advertisment

“แต่ในที่สุดในสัปดาห์หลังปฏิวัติ คุณสุจินดาก็ติดต่อผมมา บอกว่า พี่ ๆ มาเป็นนายกฯหน่อย ผมบอก ช้าก่อน นั่งคุยอะไรกันอยู่ชั่วโมงครึ่ง และบอกว่าผมยังให้คำตอบไม่ได้ เพราะวันนั้นที่คุยเป็นศุกร์บ่าย ผมต้องปรึกษาภรรยาและครอบครัวด้วย ขอให้คำตอบวันจันทร์เช้า”

“คืนนั้น ผมก็ไปกินเลี้ยงส่วนตัว กลับบ้านสองยาม พอวันเสาร์ สาย ๆ ผมยังนั่งอยู่ในห้องน้ำ คุณสุจินดาก็โทร.มาบอกว่า พี่ ๆ ผมจะขอคำตอบเช้าวันนี้ เพราะว่าบ่ายจะบินไปภูพิงค์ฯ เข้าเฝ้าพระเจ้าอยู่หัวแล้ว ผมก็บอกว่า ผมกลับบ้านมาศุกร์กลางคืนยังไม่ได้พบภรรยาเลย เช้ามาเข้าห้องน้ำ ยังไม่ได้ทันปรึกษาหารือใคร”

“ยิ่งกว่านั้น ผมอ่านข่าวอยู่ในห้องน้ำ รสช.ไปตั้งสภานิติบัญญัติขึ้นมาร่างรัฐธรรมนูญแล้ว ไม่ได้เอ่ยถึงรัฐบาลเลย แบบนี้ถ้าผมรับ หมายความว่ารัฐบาลไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเรื่องการจัดทำรัฐธรรมนูญเลยหรือ คุณสุจินดาบอก พี่ ๆ ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ผมบอกแย่แล้วเมืองไทย มีการตั้งสภานิติบัญญัติ มีคนพร้อมเพรียง แต่ผู้ก่อการจริง ๆ ไม่รู้เรื่อง ผมก็เลยต้องรับ ไม่อย่างนั้นประเทศชาติแย่แน่”

น้ำมันแพง-ผมไม่แทงคุณข้างหลัง

“เพราะมันมีทั้งปัญหาน้ำมันราคาสูง การบุกคูเวต เศรษฐกิจกำลังตกต่ำ มานึกย้อนหลัง เรารับไปได้ยังไง ฐานทางทหารก็ไม่มี ฐานนักการเมืองก็ไม่มี แต่ทำให้ตกผลึกว่าต้องสร้างฐานใหม่ คือฐานอำนาจประชาชน”

Advertisment

“หลังจากนั้น คุณสุจินดาขอให้ผมไปกินข้าวเย็นที่สวนรื่นฯ เข้าไปสองข้างโต๊ะมีทหาร 22 คน ผมรู้จักคุณสุจินดาคนเดียว พอเริ่มกินข้าว ผมก็บอกว่าคุณไม่รู้จักผม ผมก็ไม่รู้จักพวกคุณ แต่คนทำงานด้วยกันต้องรู้จักกันในระดับหนึ่ง แล้วเล่าว่าผมเป็นคนยังไง บอกเขาว่าผมทำอะไร ผมจะพยายามอธิบายให้เข้าใจว่าผมมีเหตุผลอย่างไร แต่การตัดสินใจอยู่ที่ผม”

“และบอกว่า หนึ่ง ต้องยกเลิกกฎอัยการศึกโดยเร็วที่สุด และสอง ปล่อยคุณชาติชาย (พ.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ) ผมจะไม่แทงคุณข้างหลัง และคุณก็อย่ามาแทงข้างหลังก็แล้วกัน พูดให้รู้เรื่องไปเลย พอออกมาผมให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ตามนั้น”

“…พอไปได้สัก 6-7 เดือน ตามข่าวทหารอยากให้ผมออก แต่ไม่กล้าปลด เพราะตอนนั้นรู้แล้วว่าขืนปลดผมเป็นเรื่องแน่ เพราะผมมีฐานประชาชนแล้ว ในส่วนของการทำงาน ผมมีหลักฐานว่าผมรู้อะไร และผมรู้ว่าอะไรผมไม่รู้ และผมรู้ว่าอะไรที่ผมไม่สามารถเรียนรู้ได้ อันแรกก็โอเค อันที่สองเรารู้ว่าเราไม่รู้อะไร เราต้องขวนขวายหาความรู้เพิ่มเติม คุยกับคนที่รู้เรื่อง”

วาทกรรมโปร่งใสในคณะรัฐมนตรี

“เพราะฉะนั้นการจัดตั้งรัฐบาลของผม ผมก็ตั้งจากคนที่ผมรู้จัก หรือเพื่อน แต่ไม่ได้ตั้งรัฐบาลเพราะเขาเป็นเพื่อน ผมตั้งเพราะ หนึ่ง ผมรู้ว่าเขาไม่โกงกิน สอง เป็นคนที่คุยกันรู้เรื่อง ไม่ต้องเห็นด้วยกับเราทุกอย่าง แต่พร้อมที่จะปรับความเข้าใจซึ่งกันและกัน สาม ต้องเป็นคนที่เอียงไปทางเสรีนิยม คือขวาจัดก็ไม่เอา ซ้ายจัดก็ไม่เอา ต้องเป็นพวก free marketeers ส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นข้าราชการหรืออดีตข้าราชการทั้งสิ้น มันหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะผมไม่รู้จักใคร”

“ผมพูดเสมอว่า หลักการไม่เปลี่ยน วิธีการเปลี่ยนได้เสมอ ต้องเป็นคนที่ Practical ตอนเปิดประชุมแรก ผมพูดเลย ห้ามโกงกิน ในอดีตผมไม่อยากรู้เรื่อง แต่ตั้งแต่วันนี้ไป หยุด สอง ต้องทำด้วยความโปร่งใส เพื่อประโยชน์ของประชาชน ผมจะเปิดให้มีการอภิปรายในที่ประชุมทุกเรื่อง ทุกคนไม่มีจำกัด เพราะผมก็อยากฟังความเห็น แต่มาถึงจุดหนึ่งที่มีการอธิบายไปแล้ว ผมจะเอาอย่างนี้ ด้วยความเห็นชอบของพวกคุณ ไม่ต้อง unanimous (เอกฉันท์) แต่ต้องเป็น consensus (ฉันทามติ) ก็จะสรุปเป็นนโยบาย ซึ่งพอออกไปข้างนอก ทุกคนห้ามพูดขัดแย้ง มันก็เลยออกมาเป็น Unified Government สร้างความเชื่อ สร้างศรัทธา”

รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน-ชายแดนใต้

“ในตอนนั้น บอกให้ผมไปเป็นประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญปี 2540 ผมก็ยอมรับไป โชคของชีวิตผมคือผมรับเป็นประธานกรรมการอะไรต่าง ๆ ผมไม่เคยมีความรู้ในเรื่องเหล่านั้นมาก่อน ผมรับเป็นนายกรัฐมนตรี ผมก็ไม่รู้เรื่อง ไปเป็นกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ ผมก็ไม่เคยอ่านรัฐธรรมนูญไทยมาก่อน ไปเป็นประธานสมานฉันท์ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ผมก็ไม่เคยรู้ประวัติศาสตร์ปัตตานีหรือไปสามจังหวัดเลย อันนี้เป็นกำไรชีวิตของผม ผมไม่รู้ แต่ผมรู้ว่าผมเรียนได้ ผมก็เรียนแต่ผมจะไม่ไปรับสิ่งที่ผมรู้ว่าผมไม่สามารถเรียนรู้ได้”

“เรื่องนี้ขั้นตอน (process) มันใช้ได้ เรื่องการร่างรัฐธรรมนูญเกิดขึ้นภายในสภาเองโดยคุณบรรหาร (ศิลปอาชา) ท่านเป็นนักการเมืองรุ่นใหญ่ที่คนนับถือตั้งคณะขึ้นมาศึกษา และเมื่อมีคณะศึกษาแล้วก็ได้ผลว่าควรจะต้องมีการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่มีสัดส่วนองค์ประกอบของสมาชิกเป็นตัวแทนประชาชน คุณบรรหารก็เห็นด้วย”

“ดังนั้น การที่สภาเป็นผู้ให้กำเนิด สสร.ขึ้นมาเอง นี่ก็ถือเป็นข้อดีประการหนึ่ง เมื่อรับ ผมขอว่าไม่ทำในรูปแบบเป็นกรรมาธิการ เพราะไม่อย่างนั้นต้องประชุมกันตามกฎเกณฑ์และข้อบังคับของการประชุม พูดกัน 2 นาทีเดี๋ยวก็ขอแย้งกันแล้ว มันไม่จบ ผมไม่เอา ขอทำเป็นแบบคณะทำงาน (working group) และในการประชุมของเราจะเชิญสื่อเข้าร่วมได้ทุกครั้ง เพราะว่าเราต้องอาศัยสื่ออธิบายให้ประชาชน”

กระบวนการทั้งหมดมันเป็นเรื่องต่อเนื่องไปจากจุดประสงค์ ถ้าเรามีจิตใจที่ต้องการสร้างฐานประชาชน ทุกอย่างทำแล้วมันจะไปถึงประชาชนโดยอัตโนมัติ แต่ถ้าเราเกิดคิดอะไรที่ไม่ coherent หรือคิดอะไรที่มันไม่ practical หรือคิดอะไรที่มันไม่ logical มันก็ยุ่ง มันก็เลอะเทอะ