เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“พิพัฒน์” ร่วมยินดี “วัดพระมหาธาตุฯ” ขึ้นทะเบียนมรดกโลก เร่งโครงข่ายคมนาคมเชื่อม “เส้นทางแห่งศรัทธา” รับนักท่องเที่ยวทั่วโลก
Politics “พิพัฒน์” ร่วมยินดี “วัดพระมหาธาตุฯ” ขึ้นทะเบียนมรดกโลก เร่งโครงข่ายคมนาคมเชื่อม “เส้นทางแห่งศรัทธา” รับนักท่องเที่ยวทั่วโลก
จับตา 3 ส.ค. ศาลแพ่งไต่สวนคดีฟ้อง “Meta” สภาผู้บริโภคจี้แพลตฟอร์มร่วมรับผิดภัยโฆษณาปลอม
News จับตา 3 ส.ค. ศาลแพ่งไต่สวนคดีฟ้อง “Meta” สภาผู้บริโภคจี้แพลตฟอร์มร่วมรับผิดภัยโฆษณาปลอม
‘เท้ง’ ย้ำ ’ปชน.‘ ไม่มีแนวคิดล้มโครงการ 30 บาท ยันหนุนแก้เพื่อความยั่งยืน-ไม่ลดสิทธิประชาชน
Politics ‘เท้ง’ ย้ำ ’ปชน.‘ ไม่มีแนวคิดล้มโครงการ 30 บาท ยันหนุนแก้เพื่อความยั่งยืน-ไม่ลดสิทธิประชาชน
“จักรภพ” หนุน PMAT ดันร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพ HR ยกระดับการบริหารคนสู่มาตรฐานสากล
HR “จักรภพ” หนุน PMAT ดันร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพ HR ยกระดับการบริหารคนสู่มาตรฐานสากล
‘ปกรณ์’ เผย กฎหมายเนรเทศฉบับใหม่ ต่างด้าวทำ ‘วิปริต’ ให้กลับประเทศได้ทันที
Politics ‘ปกรณ์’ เผย กฎหมายเนรเทศฉบับใหม่ ต่างด้าวทำ ‘วิปริต’ ให้กลับประเทศได้ทันที
Synology เตือนภัย Agentic AI เขย่าไซเบอร์ชู ISO 27001 รับมือความเสี่ยงองค์กร
Tech Synology เตือนภัย Agentic AI เขย่าไซเบอร์ชู ISO 27001 รับมือความเสี่ยงองค์กร
ยกระดับด่านสะเดาแห่งใหม่ หนุนการค้า-เที่ยวชายแดน
Economic ยกระดับด่านสะเดาแห่งใหม่ หนุนการค้า-เที่ยวชายแดน
เชียงใหม่รับมือเศรษฐกิจซบ ดึง ‘Wellness Summit’ ปลุกเมืองท้ายปี
Economic เชียงใหม่รับมือเศรษฐกิจซบ ดึง ‘Wellness Summit’ ปลุกเมืองท้ายปี
ส่งออกครึ่งปีหลังเหนื่อย รับมือ ‘ม.301-สงครามรอบใหม่’
Economic ส่งออกครึ่งปีหลังเหนื่อย รับมือ ‘ม.301-สงครามรอบใหม่’
ทุ่มเวนคืน 8.8 พันล้าน เร่ง ‘วงแหวนรอบ 3’ ฝั่งตะวันออก  
Real Estate ทุ่มเวนคืน 8.8 พันล้าน เร่ง ‘วงแหวนรอบ 3’ ฝั่งตะวันออก  
ดูทั้งหมด

พระราชประวัติ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8

09 มิ.ย. 2565 | 09:36น.
พระราชประวัติ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8

เปิดพระราชประวัติ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร รัชกาลที่ 8 แห่งราชวงศ์จักรี

“วันอานันทมหิดล” ตรงกับวันที่ 9 มิถุนายนของทุกปี เนื่องจากเป็นวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร รัชกาลที่ 8 แห่งราชวงศ์จักรี

“ประชาชาติธุรกิจ” นำเสนอพระราชประวัติ เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร รัชกาลที่ 8 เนื่องใน “วันอานันทมหิดล” วันคล้ายวันสวรรคต ผู้พระราชทานกำเนิด “แพทย์จุฬาฯ”

ข้อมูลจากหอสมุดแห่งชาติและคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ ระบุว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร เสด็จพระราชสมภพ วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน 2468 ณ โรงพยาบาลไฮเดลเบิร์ก ประเทศเยอรมนี

เป็นพระราชโอรสพระองค์แรกในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มีสมเด็จพระเชษฐภคินี และสมเด็จพระอนุชา 2 พระองค์ ได้แก่ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เป็นพระบรมราชปิตุลาธิบดีในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

เช้าวันที่ 20 กันยายน 2468 ที่วังสระปทุม สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ได้รับโทรเลขแจ้งการประสูติของพระราชนัดดา พระองค์ทรงพอพระทัยอย่างยิ่ง “หลานฉันเกิดแล้ว เมื่ออาทิตย์เช้า พอฉันตื่นนอน ได้รับโทรเลขก็นึกรู้ว่าคงบอกมาว่าหลานเกิด…ฉันดีใจเหลือเกินที่หลานเกิดเป็นผู้ชาย และเกิดวันที่ 20 ด้วย”

ที่พระองค์ทรงดีใจเช่นนี้ เนื่องจากเพราะว่าวันที่ 20 กันยายน ตรงกับวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงขอพระราชทานนามจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงพระกรุณา โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ทรงพระราชทานพระนามว่า “อานันทมหิดล”

ขณะที่ทรงประทับอยู่ในยุโรปนั้น สมเด็จพระบรมราชชนก ทรงช่วยสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี อภิบาลพระโอรสด้วยความเอาใจใส่ ทรงเป็นครอบครัวที่อบอุ่นยิ่ง

เมื่อถึงเดือนพฤษภาคม 2471 สมเด็จพระบรมราชชนก เสด็จนิวัตกลับประเทศไทย ในครานั้นวังสระปทุมสดใสมีชีวิตชีวาอย่างยิ่ง การเสด็จนิวัตครั้งนี้ พระบรมราชชนก ทรงตั้งพระทัยในการปฏิบัติหน้าที่แพทย์อย่างจริงจัง

พระองค์ทรงสมัครเป็นแพทย์ประจำบ้านที่โรงพยาบาลแมคคอร์มิค ที่จังหวัดเชียงใหม่ ได้เพียง 3 สัปดาห์ พระองค์ทรงพระประชวร และเสด็จกลับมาประทับยังวังสระปทุม พระองค์เสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2472

จากนั้นเจ้านายเล็ก ๆ  3 พระองค์ทรงประทับอยู่วังสระปทุมในพระอภิบาลของสมเด็จพระราชชนนี

หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิถุนายน 2475 วันที่คณะราษฎรกระทำการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ในปีต่อมาสมเด็จพระราชชนนีทรงพาพระโอรส และพระธิดา เสด็จไปทรงศึกษาต่อ ณ เมืองโลซาน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ระหว่างนั้นพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ทรงคลายพระวิตก ถึงพระราชนัดดา ซึ่งประทับห่างไกลกัน ทรงรับไปรษณียบัตรทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรายงานให้ทรงทราบ ในฐานะพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า และทรงมีพระอาวุโสสูงสุด ในพระบรมวงศานุวงศ์ในวลานั้น

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 วัยเยาว์
ภาพ : จุฬาลงกรณราชสันตติวงศ์ พระบรมราชวงศ์แห่งประเทศไทย พร้อมพระราชนิพนธ์คำปรารภ โดยสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา / ศิลปวัฒนธรรม

พระองค์เสด็จขึ้นทรงราชย์ เป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 8 แห่งราชวงศ์จักรี เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2478 ขณะที่มีพระชนมพรรษาเพียง 9 พรรษา และประทับที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ดังนั้นจึงมีการแต่งตั้งคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เพื่อทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินจนกว่าพระองค์จะทรงบรรลุนิติภาวะ

พระองค์เสด็จนิวัตพระนครครั้งแรก ภายหลังทรงราชย์ เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2481 ข้อมูลจาก ศิลปวัฒนธรรม ระบุว่า เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พุทธศักราช 2481 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ประทับรถสามล้อเสด็จพระราชดำเนินมาทรงทอดพระเนตรและทรงเปิดงานฉลองรัฐธรรมนูญ ซึ่งงานฉลองรัฐธรรมนูญปีนั้นจัดขึ้นที่สวนสราญรมย์

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 วัยเยาว์
ภาพ : ศิลปวัฒนธรรม

จากนั้นในปี 2482 คณะราษฎร ได้ยกฐานะให้วันที่ 24 มิถุนายน เป็น “วันชาติ” พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร ที่ทรงครองราชย์ในช่วงเวลานั้น ขณะที่ประทับ ณ เมืองโลซาน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ในหลวงรัชกาลที่ 8 ทรงส่งพระราชโทรเลข เพื่อทรงอวยพรประชาชนชาวไทยในวาระโอกาสวันชาติ ซึ่งเป็นการแสดงถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ต่อผองไทยทั้งปวง และความใส่พระทัยต่อกิจการบ้านเมืองของพระมหากษัตริย์ ซึ่งพระองค์ทรงเขียนพระราชโทรเลขที่มีเนื้อความที่เป็นการอวยพรแก่ชาวไทย ดังนี้

จากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โลซาน ถึงคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ กรุงเทพฯ

“เนื่องในโอกาสอันเป็นมหามงคลแห่งวันชาติของเรานี้ ข้าพเจ้าขอแสดงความปรารถนามาด้วยความยินดียิ่ง ขอให้ประชาชาติของเราและชาวไทยจงมีความสุขสมบูรณ์ทุกประการ”

(พระปรมาภิไธย) อานันท

ในหลวง รัชกาลที่ 8 ทรงส่งพระราชโทรเลข เพื่อทรงอวยพรประชาชนชาวไทยในวาระโอกาสวันชาติ
ภาพ : ศิลปวัฒนธรรม

ในวันชาติ 2 ปีต่อมา ในหลวงรัชกาลที่ 8 ก็ทรงส่งพระราชโทรเลขข้อความอวยพรประชาชนไทยเช่นเดิม แต่หลังจาก 2484 พระราชโทรเลขอวยพรประชาชนก็ขาดช่วงไป เนื่องในเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 ที่กำลังอุบัติขึ้นในทวีปยุโรป เป็นผลให้การสื่อสารทางโทรเลขไม่เป็นที่สะดวก พระราชโทรเลขอวยพรคราวนั้นจึงเป็นคราวสุดท้าย

หลังจากที่พระองค์สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษา ที่โรงเรียนเอกอล นูแวล เมืองโลซาน ระหว่างปิดภาคเรียนฤดูร้อน สมเด็จพระบรมราชชนนี ได้โปรดให้อาจารย์จากประเทศไทย ทวนความรู้ทางอักษรไทย ภาษาไทย ความรู้ทางศาสนา ประวัติศาสตร์ไทย ศิลปวัฒนธรรมไทย ที่เหมาะสมกับกาลสมัย และชนมายุ ทรงเลือกวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยโลซาน ในระดับอุดมศึกษา พร้อมกับการศึกษาในวิชาการปกครอง และเศรษฐศาสตร์ เพื่อเตรียมพระองค์สำหรับการเป็นพระมหากษัตริย์

สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พร้อมด้วยพระราชโอรส 2 พระองค์
ภาพ : เจ้านายเล็ก ๆ – ยุวกษัตริย์ / ศิลปวัฒนธรรม

เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้สิ้นสุดลง รัฐบาลได้กราบบังคมทูลเชิญพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จนิวัตประเทศไทยครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2488 ขณะนั้นทรงมีพระชนมายุได้ 21 พรรษา

ในวันที่ 9 พฤษภาคม 2489 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร รัชกาลที่ 8 ทรงลงพระปรมาภิไธยพระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม “ท่ามกลางอุดมสันนิบาต พระบรมวงศานุวงศ์และทูตานุทูต ผู้แทนนานาประเทศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เสนามาตยราชบริพาร เฝ้าเบื้องบาทบงกช พรั่งพร้อมกันโดยอนุกรม”

ในวันที่ 9 พฤษภาคม 2489 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร์ รัชกาลที่ 8 ทรงลงพระปรมาภิไธยพระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
ภาพ : ศิลปวัฒนธรรม

จากนั้นวันที่ 3 มิถุนายน 2489 เวลา 9 นาฬิกา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระอนุชาในขณะนั้น ตัดสินพระทัยเสด็จประพาสสำเพ็ง ชุมชนชาวจีน ซึ่งเป็นพื้นที่ขัดแย้ง จากเหตุวิวาท จลาจลระหว่างชาวจีนและชาวสยาม ที่มีมูลเหตุจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ตามรายงานของมติชน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระอนุชาในขณะนั้น ตัดสินพระทัยเสด็จประพาสสำเพ็ง
ภาพ : ศิลปวัฒนธรรม

การตัดสินพระทัยในครั้งนั้น ได้รับการทักท้วง เพราะรัฐบาลเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย แต่ทรงมีรับสั่งให้สำนักราชเลขานุการในพระองค์ แจ้งยืนยันให้รัฐบาลทราบ เพราะทั้งรัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 6 ก็เคยเสด็จพระราชดำเนินมาแล้ว

เมื่อชาวจีนในสำเพ็งได้ทราบข่าวอันน่ายินดีนี้ ต่างได้ร่วมแรงร่วมใจกันเก็บกวาดขยะ สิ่งรกรุงรังเพื่อเตรียมสถานที่รอรับเสด็จ ถึง 7 ซุ้ม ระยะทางยาว 3 กิโลเมตร

จากน้ำพระทัยอันเปี่ยมล้นด้วยพระเมตตาบารมีตลอดเช้าวันนั้น พลิกสถานการณ์กลับกลายเป็นความรักความผูกพัน ความบาดหมางระหว่างชาวจีน-ชาวสยาม มลายหายไปเป็นปลิดทิ้ง

ก่อนถึงกำหนดการเสด็จพระราชดำเนินกลับไปทรงศึกษาต่อที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพียง 4 วัน เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2489 พระองค์เสด็จสวรรคตด้วยทรงต้องพระแสงปืน ณ ห้องพระบรรทม พระที่นั่งบรมพิมาน ภายในพระบรมมหาราชวัง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ราชวงศ์จักรี