ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า หลังประธานเฟดยันเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยสู้เงินเฟ้อ
ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า หลังประธานเฟดยันเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยสู้เงินเฟ้อ ขณะที่ปัจจัยในประเทศจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้น หลังทางการผ่อนคลายมาตรการจำกัดการเดินทาง ส่งผลให้ช่วง 5 เดือนแรกปีนี้ มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยแล้ว 1.3 ล้านคน
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 30 มิถุนายน 2565 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (30/6) ที่ระดับ 35.25/27 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (29/6) ที่ระดับ 35.16/18 บาท หลังนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวยืนยันว่า เฟดมีความมุ่งมั่นในการสกัดเงินเฟ้อ แม้การใช้นโยบายคุมเข้มทางการเงินจะชะลอการขยายตัวทางเศรษฐกิจ แต่ก็จะไม่สร้างความเสี่ยงที่รุนแรง
“เรามีความมุ่งมั่นที่จะใช้เครื่องมือทั้งหมดที่เรามีเพื่อทำให้เงินเฟ้อปรับตัวลง ซึ่งการทำดังกล่าวก็คือการลดการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ซึ่งแม้จะมีความเสี่ยง แต่ผมก็มองว่านี่ไม่ใช่ความเสี่ยงใหญ่ที่สุดต่อเศรษฐกิจ โดยความผิดพลาดมากกว่าที่อาจเกิดขึ้นก็คือความล้มเหลวในการรักษาเสถียรภาพด้านราคา” นายพาวเลล์กล่าวในการประชุมประจำปีของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่จัดขึ้นที่โปรตุเกสในวันนี้
ทั้งนี้ ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ผู้บริโภคคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อจะพุ่งแตะ 5.3% ในช่วง 1 ปีข้างหน้า โดยสูงกว่าระดับ 4.2% ที่มีการสำรวจในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว
สำหรับปัจจัยภายในประเทศ น.ส.ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายบริหารการสื่อสารองค์กร ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงดุลบัญชีเดินสะพัดในเดือน พ.ค. ขาดดุล 3,716 ล้านดอลลาร์ โดยยังขาดดุลติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 ต่อจาก เม.ย. ที่ขาดดุลบัญชีเดินสะพัด 3,057 ล้านดอลลาร์
ซึ่งการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดดังกล่าว เป็นผลจากอยู่ในช่วงฤดูกาลส่งกลับกำไรและเงินปันผลของบริษัทต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในไทย อย่างไรก็ดี คาดว่าการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดจะเริ่มลดลงในช่วงไตรมาส 3 และ 4 เนื่องจากจะมีรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเริ่มกลับเข้ามา และทั้งปีคงจะขาดดุลไม่สูงไปกว่าระดับที่ ธปท.เคยประเมินไว้ที่ 8 พันล้านดอลลาร์
ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ตามการผ่อนคลายมาตรการจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศหลังโควิดคลี่คลาย ส่งผลให้กิจกรรมในภาคบริการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวปรับดีขึ้น โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าในไทยเดือน พ.ค. อยู่ที่ 5.2 แสนคน
ส่งผลให้ในช่วง 5 เดือนแรกปีนี้ (ม.ค.-พ.ค.) มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยแล้ว 1.3 ล้านคน ซึ่งมีส่วนช่วยทำให้ดัชนีผลผลิตภาคบริการปรับตัวดีขึ้นด้วย ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 34.96-35.25 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 35.15/17 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้านี้ (30/6) ที่ระดับ 1.0445/47 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อพุธ (29/6) ที่ระดับ 1.0506/08 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ตามการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0425-1.046 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0428/30 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (30/6) ที่ระดับ 136.64/66 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (29/6) ที่ระดับ 136.16/18 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมญี่ปุ่น (METI) เปิดเผยวันนี้ (30 มิ.ย.) ว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นเดือน พ.ค. ทรุดตัวลงมากที่สุดในรอบ 2 ปี เมื่อเทียบรายเดือน โดยได้รับแรงกดดันจากการใช้มาตรการล็อกดาวน์เพื่อสกัดโควิด-19 และภาวะขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์และชิ้นส่วนชนิดอื่น ๆ กระทบผู้ผลิต ซึ่งเพิ่มความวิตกกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจที่กำลังเผชิญความยากลำบากในการฟื้นตัว
การทรุดตัวลงของผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน พ.ค.ดังกล่าวเน้นย้ำถึงความท้าทายที่ญี่ปุ่นกำลังเผชิญในการสยบภาวะชะงักงานด้านอุปทาน และราคาวัตถุดิบและพลังงานที่อยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 135.96-136.80 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 136.21/23 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อชิคาโก (30/6), ดัชนี PMI ภาคการผลิตสหรัฐ (1/7)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -1.70/-1.50 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -2.3/0 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ