เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ศุภจี เปิดผลเจรจาสหรัฐล่าสุด 3 ข้อ ดันไทยลงทุนพลังงาน-เกษตรเพิ่ม ลดนำเข้าเครื่องบิน
Economic ศุภจี เปิดผลเจรจาสหรัฐล่าสุด 3 ข้อ ดันไทยลงทุนพลังงาน-เกษตรเพิ่ม ลดนำเข้าเครื่องบิน
“สุรศักดิ์” รมว.ท่องเที่ยว ถกบอร์ด ททท. มอบ 7 นโยบายเชิงรุก พร้อม 3 บิ๊กโปรเจ็กต์บูสต์ท่องเที่ยวไฮซีซั่น
Business “สุรศักดิ์” รมว.ท่องเที่ยว ถกบอร์ด ททท. มอบ 7 นโยบายเชิงรุก พร้อม 3 บิ๊กโปรเจ็กต์บูสต์ท่องเที่ยวไฮซีซั่น
สศค. ชี้ส่งออกเดือน มิ.ย. ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 24 จับตาสถานการณ์ตะวันออกกลาง
Economic สศค. ชี้ส่งออกเดือน มิ.ย. ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 24 จับตาสถานการณ์ตะวันออกกลาง
เปิดตัว North Star Park – BISA โรงเรียนนานาชาติสำหรับนักเรียน–นักกีฬา
Uncategorized เปิดตัว North Star Park – BISA โรงเรียนนานาชาติสำหรับนักเรียน–นักกีฬา
‘The Odyssey’ สัปดาห์ที่ 2 ทุบสติถิรายได้หนังตลอดกาล คริสโตเฟอร์ โนแลน
SD ‘The Odyssey’ สัปดาห์ที่ 2 ทุบสติถิรายได้หนังตลอดกาล คริสโตเฟอร์ โนแลน
กกพ. เปิดรับฟังความเห็นค่าไฟบ้านใหม่ ดัน 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท/หน่วย-ขยายสิทธิบ้านเช่า หอพัก
Economic กกพ. เปิดรับฟังความเห็นค่าไฟบ้านใหม่ ดัน 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท/หน่วย-ขยายสิทธิบ้านเช่า หอพัก
สยาม ทาคาชิมายะ จัดงาน ‘Matcha Meets Tea’ ส่งตรงจากอาซากุซะและอุจิ
Biz Movement สยาม ทาคาชิมายะ จัดงาน ‘Matcha Meets Tea’ ส่งตรงจากอาซากุซะและอุจิ
ราคาทองวันนี้ (27 ก.ค. 69) ดีดขึ้น 200 บาท รูปพรรณขายออก 65,850 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (27 ก.ค. 69) ดีดขึ้น 200 บาท รูปพรรณขายออก 65,850 บาท
ครม.เห็นชอบ ยุทธศาสตร์ Big Data ใช้ข้อมูลเคลื่อนเศรษฐกิจ ยกระดับไทยติดท็อป 25 โลก
Politics ครม.เห็นชอบ ยุทธศาสตร์ Big Data ใช้ข้อมูลเคลื่อนเศรษฐกิจ ยกระดับไทยติดท็อป 25 โลก
เกษตรฯ รับมือฝนปลาย ก.ค. คุมเข้มบริหารน้ำ เตือน 33 จังหวัดเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน
Economic เกษตรฯ รับมือฝนปลาย ก.ค. คุมเข้มบริหารน้ำ เตือน 33 จังหวัดเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน
ดูทั้งหมด

แบงก์ชาติเมียนมา สั่งธุรกิจ-ผู้กู้รายย่อย หยุดชำระหนี้ต่างประเทศ

18 ก.ค. 2565 | 13:16น.
เมียนมา จ๊าด ค่าเงิน

ธนาคารกลางเมียนมาออกคำสั่งให้ธนาคารที่ได้รับอนุญาต แจ้งลูกค้าธุรกิจและรายย่อย ระงับการจ่ายหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยแก่เจ้าหนี้ต่างประเทศ เพื่อรักษาปริมาณทุนสำรองเงินตราต่างประเทศที่ลดลงต่อเนื่อง

วันที่ 18 กรกฎาคม 2565 บลูมเบิร์ก รายงานว่า ธนาคารกลางเมียนมาออกคำสั่งให้บริษัทและผู้กู้ยืมเงินรายย่อยให้ระงับการชำระคืนหนี้เงินกู้ต่างประเทศไว้ก่อน โดยในจดหมายที่ธนาคารกลางส่งถึงธนาคารที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการให้ซื้อขายเงินตราต่างประเทศ ระบุให้แบงก์และลูกค้าระงับการชำระดอกเบี้ยและเงินต้นที่กู้จากต่างประเทศ

คำสั่งดังกล่าว เป็นสถานการณ์ล่าสุดที่ธนาคารกลางเมียนมาประกาศคำสั่งออกมา ตามมาตรการปกป้องทุนสำรองเงินตราต่างประเทศที่ลดลง

นายวิน ทอ รองผู้ว่าการธนาคารกลางเมียนมา ระบุว่า ในจดหมายที่ส่งถึงธนาคารที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการซื้อขายเงินต่างประเทศ ให้ระงับการชำระดอกเบี้ยและเงินต้นของเงินกู้สกุลเงินต่างประเทศ ที่ได้รับทั้งในรูปเงินสดและที่คล้ายเป็นเงินสด

อีกทั้งคำสั่งดังกล่าวยังระบุให้ธนาคารที่ได้รับใบอนุญาตต้องแจ้งแก่ลูกค้าที่มีหนี้ต่างประเทศให้ปรับตารางการชำระหนี้กับเจ้าหนี้ในต่างประเทศด้วย

ทั้งนี้ บลูมเบิร์กระบุว่า มีข้อมูลชี้ว่า บริษัทต่างประเทศในเมียนมามีเงินกู้ยืมในสกุลต่างประเทศอย่างน้อย 1,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 42,000 ล้านบาท)

โดยในหนี้ต่างประเทศเหล่านี้ เป็นหนี้เงินกู้ของธุรกิจต่างๆ เช่น บริษัท ออเรดู เมียนมา จำกัด (Ooredoo Myanmar) ซึ่งเป็นธุรกิจด้านโทรคมนาคม , บริษัท ซิตี้ สแควร์ คอมเมิร์ชเชียล จำกัด (City Square Commercial) ธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์, บริษัท อพอลโล ทาวเวอร์ เมียนมา จำกัด (Apollo Towers Myanmar) และ บริษัท อิราวดี กรีน ทาวเวอร์ จำกัด (Irrawaddy Green Towers) ซึ่ง 2 บริษัท หลังนี้ทำกิจการโครงข่ายเสาโทรคมนาคม

อย่างไรก็ตาม หลังการยึดอำนาจของรัฐบาลทหาร เมียนมาเข้มงวดกฎการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศอย่างมาก เนื่องจากค่าเงินจ๊าตเทียบดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลงไปถึง 1 ใน 3 ตั้งแต่ปีที่แล้ว หลังการรัฐประหาร เนื่องจากเงินตราต่างประเทศที่เป็นทุนสำรองของเมียนมา ซึ่งเก็บไว้ที่สหรัฐฯ ถูกระงับการเบิกถอน รวมถึงความช่วยเหลือต่าง ๆ จากต่างประเทศก็ถูกระงับ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการคว่ำบาตร ทั้งที่ เป็น 2 แหล่งหลักที่ซัพพลายเงินตราต่างประเทศให้เมียนมามาก่อน

กำหนดอัตราอ้างอิงแลกเงินคงที 1,850 จ๊าต/ดอลลาร์

บลูมเบิร์ก รายงานด้วยว่า ตั้งแต่เดือนเม.ย. ที่ผ่านมา รัฐบาลมีคำสั่งให้ผู้มีรายได้เป็นสกุลเงินต่างประเทศแปลงสกุลเงินของตนเป็นเงินจ๊าต (สกุลเงินท้องถิ่น) ที่อัตราอ้างอิงของธนาคารกลางที่ 1,850 จ๊าต/ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นมาตรการหนึ่งของรัฐบาล เพื่อป้องกันความผันผวนของสกุลเงินท้องถิ่น

พร้อมกันนั้น รัฐบาลยังสั่งห้ามนำเข้ารถยนต์ สินค้าฟุ่มเฟือย รวมถึงน้ำมันเชื้อเพลิง น้ำมันประกอบอาหาร เพื่อรักษาปริมาณเงินสำรองระหว่างประเทศ

แม้ว่า รัฐบาลจะยังอนุญาตให้ใช้เงินหยวนและเงินบาท เพื่อการค้าชายแดนกับจีนและไทยอยู่ก็ตาม

เปิดต่างชาติตั้งนอนแบงก์ หาเงินดอลลาร์เข้าประเทศ

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 14 ก.ค.ที่ผ่านมา ธนาคารกลางเมียนมายังอนุญาตให้ต่างชาติจัดตั้งสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร (นอน แบงก์) ในรูปแบบของการร่วมทุน (joint venture) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มทุนในสกุลเงินตราต่างประเทศ

ซึ่งเป็นขั้นตอนต่อเนื่องจากก่อนหน้านี้ที่รัฐบาลได้เพิกถอนคำสั่งจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจที่มีต่างชาติถือครองขั้นต่ำ 10 % ตามกฎหมายการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

ส่วนต้นเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา พล.ต.ซอ มิน ตุน โฆษกรัฐบาลทหาร กล่าวว่า เมียนมาต้องใช้เงินประมาณ 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 25,200 ล้านบาท) สำหรับการชำระคืนเงินกู้ในประเทศและต่างประเทศทุกปี

ส่วนรอยเตอร์ รายงานว่า ธนาคารกลางเมียนมาออกคำสั่งให้ธุรกิจและผู้กู้ยืมเงินต่างประเทศระงับการชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยสกุลเงินตราต่างประเทศเมื่อวันที่ 13 ก.ค. ที่ผ่านมา

โดยมีข้อความระบุในโซเชียลมีเดียในเมียนมาเผยแพร่ออกมาว่า “ตามกฎหมายการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศและกฎการจัดการเงินตราต่างประเทศ ให้การชำระหนี้ต่างประเทศที่เป็นทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยควรถูกระงับไว้ก่อน พร้อมกันนี้ให้ธนาคารที่ได้รับอนุญาตควรดำเนินการแจ้งแก่ลูกค้า…ในเรื่องเกี่ยวกับกำหนดการชำระหนี้”