เงินบาทอ่อนค่า เกือบหลุด 37 บาท ตลาดรอดูผลประชุม ECB คืนนี้
เงินบาท
ค่าเงินบาทอ่อนค่า ขณะตลาดรอดูผลประชุม ธนาคารกลางยุโรป (ECB) คืนนี้ คาดจะมีการปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้น 0.50% รวมทั้งยังรอติดตามผลประชุมเฟดในวันที่ 26-27 ก.ค.นี้ด้วย ก่อนปิดตลาดอ่อนค่าลงที่ระดับ 36.94/95 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 21 กรกฎาคม 2565 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (21/7) ที่ระดับ 36.77/78 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (20/7) ที่ระดับ 36.67/68 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ค่าเงินบาทอ่อนค่าต่อเนื่องจากการแข็งค่าของตลาดดอลลาร์สหรัฐ เนื่องด้วยนักลงทุนมีการปิดสถานะจากสินทรัพย์เสี่ยงมาถือครองเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐมากขึ้น จากความกังวลเรื่องภาวะเศรษฐกิจถดถอยก่อนการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในคืนวันนี้
สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐที่มีการเปิดเผยคืนวานนี้ ได้แก่ จำนวนผู้ยื่นขอสินเชื่อเพื่อการจำนอง ลดลง 6.3% โดยได้รับผลกระทบจากเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยกู้จำนองที่ปรับสูงขึ้น ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 22 ปี หรือนับตั้งแต่ปี 2543 นอกจากนี้ ยอดขายบ้านมือสองลดลงจากเดือนก่อนหน้า 5.4% หรือลดลงสู่ระดับ 5.12 ล้านยูนิต โดยปรับลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5
อย่างไรก็ดี ระหว่างวันค่าเงินบาทปรับตัวอ่อนค่าอย่างรวดเร็วจากแรงเทขายพันธบัตรสกุล Emerging โดยตลาดยังรอติดตามผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 26-27 กรกฏาคมนี้ โดยคาดว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% ทั้งนี้ ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 36.67-36.94 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 36.94/95 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้านี้ (21/7) ที่ระดับ 1.0185/89 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (20/7) ที่ระดับ 1.0238/42 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ยูโรอ่อนค่าแม้ว่าจะมีการคาดการณ์ว่า ECB อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2544 ในการประชุมที่จะมีขึ้นในวันนี้ โดยตลาดคาดว่าจะมีการปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้น 0.50% ซึ่งสูงกว่าที่มีการคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ที่ระดับ 0.25% และอาจมีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับการแก้ปัญหาภาระหนี้ของประเทศสมาชิก
นอกจากนี้ ตลาดยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้นถึง 8.6% ในเดือนมิถุนายน รวมทั้งสภาวะเศรษฐกิจที่กำลังเผชิญกับแนวโน้มถดถอย
สำหรับเรื่องของพลังงานในยุโรป รัสเซียได้กลับมาส่งออกก๊าซธรรมชาติผ่านทางท่อส่งก๊าซ Nord Stream 1 ในวันนี้ หลังจากปิดซ่อมบำรุงมาเป็นเวลา 10 วัน อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงมีความกังวลอยู่ เนื่องจากประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย กล่าวว่า รัสเซียอาจปรับลดปริมาณการส่งออกก๊าซผ่านท่อดังกล่าว รวมถึงอาจยุติการส่งออกก๊าซในอนาคต
ซึ่งภาพดังกล่าวอาจเพิ่มแรงกดดันต่อการฟื้นตัวเศรษฐกิจยุโรป โดยเฉพาะเรื่องของวิกฤตพลังงานและเงินเฟ้อที่อาจยังคงดำเนินต่อไป ทั้งนี้ ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0167-1.0229 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0178/80 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (20/7) ที่ระดับ 138.34/35 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าต่อเนื่องจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (20/7) ที่ระดับ 137.19/22 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในวันนี้ ผลสรุปเป็นไปตามการคาดการณ์ของตลาดที่ว่า BOJ จะยังคงดำเนินนโยบายแบบผ่อนคลายสวนทางกับนโยบายของธนาคารกลางในหลาย ๆ ประเทศ
โดยคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นไว้ที่ระดับ -0.01% และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีไว้ที่ระดับ 0.00% เนื่องมาจากอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำ ซึ่งมีการปรับลดคาดการณ์เงินเฟ้อสำหรับปีถัดไปจาก 1.4% ลงสู่ 1.1% รวมทั้งปรับคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจไว้ที่ระดับ 2.4% ลดลงจากระดับ 2.9% ทั้งนี้ ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 137.98-138.85 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 138.77/83 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ข้อมูลเศรษฐกิจที่มีกำหนดเปิดเผยในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้าน ยอดขายบ้านมือสองของสหรัฐ ประจำเดือนมิถุนายน (20/7), สต๊อกน้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) (20/7), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐ (21/7), ผลสำรวจภาคการผลิตของเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย (21/7) และดัชนี PMI (เบื้องต้น) เดือนกรกฎาคม (22/7)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -7.50/-7.00 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -3.50/-2.50 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ