กรมศุลส่อเก็บภาษีทั้งปีต่ำเป้า เริ่มข้อตกลง ACFTA สั่งเช็ก “ฟอร์มดี” เข้ม
กรมศุลฯออกประกาศรับข้อตกลงค้าเสรีอาเซียน-จีน ชี้บังคับใช้แล้ว 1 ม.ค.ที่ผ่านมา โอดอากรฮวบจาก 30% เหลือ 5% ทำรายได้หด ลั่นตรวจสอบ “ฟอร์มดี” สำแดงถิ่นกำเนิดสินค้าเข้ม ยอมรับปีงบประมาณ 2561 ส่อเก็บรายได้ต่ำเป้า เหตุประมาณการสูงเกิน เร่งดันเพิ่มอันดับยาก-ง่ายทำธุรกิจ
นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ได้ออกประกาศกรมศุลกากรที่ 187/2560 เรื่อง หลักเกณฑ์และพิธีการการยกเว้นอากรและลดอัตราอากรศุลกากรสำหรับของที่มีถิ่นกำเนิดจากอาเซียน เพื่อให้เป็นไปตามข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน (ACFTA) ซึ่งประกาศดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2561 เป็นต้นไป ทั้งนี้ ข้อตกลงการค้าเสรีดังกล่าวจะมีผลกับสินค้ารวม 703 รายการ
“เอฟทีเออาเซียน-จีนจะมีผลกับสินค้ารวม 703 รายการ โดยจะส่งผลกระทบทำให้อัตราอากรลดลงจาก 30% เหลือแค่ 5% ซึ่งในการนำเข้าสินค้า ทางกรมศุลกากรก็ต้องเข้มงวดเกี่ยวกับการใช้หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า หรือ Form D มากขึ้น” นายกุลิศกล่าว
ทั้งนี้ อัตราอากรที่ลดลงตามข้อตกลงการค้าดังกล่าวจะกระทบต่อรายได้ของกรมศุลกากร แต่ได้ประมาณการเอาไว้แล้ว โดยในปีงบประมาณ 2561 นี้ กรมศุลกากรได้รับเป้าหมายต้องนำส่งรายได้เข้าคลังทั้งสิ้น 111,000 ล้านบาท อย่างไรก็ดี คาดว่าจะจัดเก็บได้จริงที่ 101,000 ล้านบาท เนื่องจากเป้าหมายที่ตั้งไว้เพิ่มขึ้นมาก เมื่อเทียบกับที่จัดเก็บได้ในปีงบประมาณ 2560
ส่วนกรณีผลกระทบจากรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) จากจีนที่จะได้รับสิทธิจากข้อตกลงการค้าเสรี ACFTA จนทำให้อากรนำเข้าเหลือ 0% นั้น นายกุลิศ กล่าวว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีการหารือเรื่องนี้กันในสัปดาห์หน้า
นายกุลิศกล่าวด้วยว่า ในปีนี้กรมศุลกากรมีภารกิจสำคัญต้องเร่งผลักดันให้อันดับความยากง่ายในการทำธุรกิจ (Ease of Doing Business) ในด้านการค้าระหว่างประเทศของไทยดีขึ้น โดยในเดือน ม.ค.นี้จะดำเนินการ 3 โครงการร่วมกับการท่าเรือแห่งประเทศไทย และ บมจ.ท่าอากาศยานไทย ได้แก่ 1.ระบบการผ่านพิธีการทางศุลกากรล่วงหน้า (Prearrival Processing) เพื่อตรวจสอบความเสี่ยงของผู้ประกอบการล่วงหน้า
2.ระบบพิธีการศุลกากรว่าด้วยการถ่ายลำ (e-Transshipment) จากเดิมต้องสำแดงเอกสารถึง 19 ชนิด ก็จะใช้แค่ใบขนแสดงรายการประเภทสินค้าแบบกว้าง ๆ แทน ซึ่งเรื่องนี้เป็นข้อเสนอของทางหอการค้าแห่งประเทศไทยที่ต้องการให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของการถ่ายลำ จากเดิมที่ประเทศสิงคโปร์เป็นศูนย์กลางอยู่
และ 3.การปรับระบบพิธีการเกี่ยวกับตรวจสอบสินค้าระหว่างการขนส่งจากท่าเรือแหลมฉบังไปท่าเรือกรุงเทพ หรือขนส่งจากท่าเรือกรุงเทพไปท่าเรือแหลมฉบังที่ต้นทางเพียงจุดเดียว จากเดิมที่ต้องตรวจทั้ง 2 จุด
“ตอนนี้กำลังเตรียมออกประกาศที่เกี่ยวข้องกับ 3 โครงการนี้ ซึ่งจะเริ่มในเดือน ม.ค.นี้ จากที่ก่อนหน้านี้เราได้ทำโครงการระบบตัดบัญชีใบกำกับการขนย้ายสินค้าทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Matching) ร่วมกับการท่าเรือฯไปแล้ว” นายกุลิศกล่าว
เมื่อเร็ว ๆ นี้ กระทรวงการคลังรายงานผลการจัดเก็บรายได้รัฐบาลสุทธิช่วง 2 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2561 (ต.ค.-พ.ย. 2560) ว่า รัฐบาลจัดเก็บรายได้รวมได้ที่ 345,044 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 16,894 ล้านบาท อย่างไรก็ดี ในส่วนของกรมศุลกากรพบว่า ช่วง 2 เดือนแรกเก็บรายได้รวม 17,988 ล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการไป 1,412 ล้านบาท หรือ 7.3% แต่สูงกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้ว 5.8% ซึ่งเป็นผลจากการเก็บอากรขาเข้าต่ำกว่าเป้าหมายไป 1,643 ล้านบาท หรือ 8.6% เนื่องจากการใช้สิทธิพิเศษภายใต้ความตกลงเขตการค้าเสรีที่ขยายตัวต่อเนื่อง