เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

สนพ.รื้อใหญ่แผนไฟฟ้า PDP งัดมาตรา44 แก้สายส่งล่าช้า

11 ม.ค. 2561 | 08:02น.

สนพ.รื้อใหญ่ แผน PDP หลังปริมาณสำรองไฟฟ้าพุ่ง 30% เหตุ GDP พลาดเป้า ราคาน้ำมันร่วง ทั้งเผชิญความเสี่ยงใหม่ ๆ โครงการสายส่งไฟฟ้า 500 KV ของ กฟผ.เสร็จไม่ทัน เตรียมขอใช้ ม.44 แก้ปัญหาที่ดินปักเสาไฟแรงสูงพาดผ่าน

ปริมาณสำรองไฟฟ้าของประเทศ หรือ reserve margin ได้ถูกตั้งคำถามมาโดยตลอดว่า ปริมาณสำรองที่ระดับใดจึงจะมีความเหมาะสมกับประเทศไทย ซึ่งหมายถึงไม่เสี่ยงที่จะเกิดไฟตกดับ และไม่เป็นการลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้าที่มากเกินไปจนส่งผลกระทบกับราคาค่าไฟฟ้าที่จะเรียกเก็บจากผู้บริโภค โดยก่อนหน้านี้เป็นที่เข้าใจกันว่า ปริมาณสำรองไฟฟ้าถูกกำหนดไว้ที่ร้อยละ 15 ของความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (peak) ทว่าสภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ปรากฏปริมาณสำรองไฟฟ้าขยับเพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ 30 จากปัจจัยการขยายตัวทางเศรษฐกิจ หรือ GDP ไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ในแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ Power Development Plan 2558-2579 หรือ PDP ราคาน้ำมันตลาดโลกลดลงอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับความต้องการใช้ไฟฟ้าลดลงจากหลายปัจจัย ในขณะเดียวกันประเทศไทยต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงของโลกที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จนมีความ “เสี่ยง” ใหม่ ๆ เกิดขึ้นที่จะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางด้านพลังงาน

ทั้งหมดนี้มีผลทำให้สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เตรียม “ทบทวน” ปริมาณสำรองไฟฟ้าของประเทศเสียใหม่ ด้วยการเพิ่มความเสี่ยงที่ยังไม่เคยเกิดขึ้นมาเป็นโจทย์สำคัญ อันจะนำไปสู่คำตอบที่ว่า ปริมาณสำรองไฟฟ้าของประเทศไทยควรอยู่ที่ระดับใดจึงจะเหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

สำรองไฟพุ่งเกิน 30%

ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้ สนพ.กำลังอยู่ในระหว่างการศึกษาเชิงลึกถึงปริมาณสำรองไฟฟ้าของประเทศที่เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ทั้งนี้ ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) ฉบับที่ใช้อยู่ในปัจจุบันได้กำหนดปริมาณสำรองไฟฟ้ามีค่ามาตรฐานอยู่ที่ร้อยละ 15 ขณะที่ปริมาณสำรองที่เกิดขึ้นจริงในขณะนี้มากกว่าร้อยละ 30

โดยการศึกษาเชิงลึกครั้งนี้จะต้องนำทั้งความเสี่ยงที่เคยเกิดขึ้น กับความเสี่ยงที่ยังไม่เคยเกิดขึ้น มาเป็นสมมุติฐานในการศึกษาด้วย ยกตัวอย่าง 1) กรณีที่ท่อก๊าซธรรมชาติเส้นหลักจากอ่าวไทยเกิดปัญหาและไม่สามารถส่งก๊าซได้ กับ 2) กรณีที่ท่าเรือและคลังก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG terminal) ไม่สามารถจัดส่งก๊าซได้ โดยหากทั้ง 2 กรณีเกิดขึ้นจะกระทบต่อภาพรวมระบบไฟฟ้าของประเทศอย่างไรเนื่องจากระบบสายส่งไฟฟ้าของประเทศเป็นโครงข่ายที่เชื่อมโยงกันในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ก๊าซจากประเทศเมียนมาต้องหยุดซ่อมแท่นผลิต หรือระบบท่อมีปัญหาอย่างกะทันหัน ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ โรงไฟฟ้าที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ภาคตะวันตกรวม 6,000 เมกะวัตต์ (MW) ที่ใช้ก๊าซจากเมียนมาเป็นเชื้อเพลิง

“กำลังผลิตไฟจะหายไปทันที” ส่วนระบบสายส่งที่เชื่อมโยงกันจะเกิดการกระชากและเสี่ยงสูงที่จะเกิดไฟฟ้าดับนั้นหมายความว่า กำลังผลิตไฟฟ้าในระบบหายไปเป็นปริมาณเท่าไหร่ ก็ควรจะต้องมีกำลังผลิตในระดับเดียวกันเข้ามาทดแทน

“ก่อนหน้านี้ ความเสี่ยงที่เกิดขึ้น เช่น ก๊าซจากแหล่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ก๊าซจากเมียนมา เช่น เยดานาและเยตากุน หรือจากแหล่งพื้นที่ทับซ้อนไทย-มาเลเซีย (JDA) มีปัญหาต้องหยุดซ่อม เรารู้ล่วงหน้าและวางแผนตั้งรับได้ แต่ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ขึ้นกะทันหันจะต้องทำอย่างไร เราจึงต้องลอง assume ดูว่า ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น ภาพรวมของประเทศจะอยู่ได้หรือไม่ บนพื้นฐานของสำรองไฟฟ้าที่ร้อยละ 15 ก่อน ถ้าดูแล้วอยู่ไม่ได้ ก็ต้องดูว่าปริมาณสำรองที่สามารถรองรับสถานการณ์ปัญหาต่าง ๆ ได้ควรอยู่ที่ระดับใด” ดร.ทวารัฐกล่าว

ห่วงสายส่งล่าช้า

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางพลังงาน โดยเฉพาะช่วงรอยต่อสำคัญในปี 2564 ที่นอกเหนือจากการต้องเร่งเปิดประมูลแหล่งปิโตรเลียมสำคัญ 2 แหล่ง คือ แหล่งเอราวัณ-บงกช ซึ่งจะต้องกำหนดให้ผู้ชนะประมูลต้องรักษาระดับการผลิตก๊าซไว้ที่ปริมาณ 1,500 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน กับความเสี่ยงในกรณีของโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ที่ไม่สามารถเข้าระบบได้ทันตามกำหนดเวลา (2564) แล้ว ขณะนี้ยังมีความเสี่ยง “เพิ่มขึ้น” มาอีกอย่าง คือ การพัฒนาโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าขนาด 500 KV ทั่วประเทศ ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่ “คาดการณ์ว่ามันจะล่าช้าออกไปถึง 15 โครงการ” เนื่องจากการปักเสาพาดสายจะต้องผ่านที่ดินของหน่วยงานรัฐ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ป่าไม้ ป่าอนุรักษ์ รวมไปถึงพื้นที่อุทยานแห่งชาติ “ทำให้ต้องใช้เวลาเพื่อขออนุญาตเข้าใช้พื้นที่ปักเสาไฟฟ้าแรงสูง”

ทั้งนี้ มีพื้นที่ที่ค่อนข้างกังวล คือ ระบบสายส่งไฟฟ้าในภาคใต้ ที่จะต้องส่งกระแสไฟฟ้าจากภาคกลางลงไปเสริมความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่โรงไฟฟ้าในพื้นที่อย่างโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ “ยังไม่สามารถก่อสร้างได้ทันในปี 2564” เท่ากับว่าพื้นที่ภาคใต้ค่อนข้างเสี่ยงไฟฟ้าดับได้

“ในเรื่องของการพัฒนาระบบสายส่ง สนพ.ได้ให้ กฟผ.ทำรายละเอียดสรุปถึงปัญหาในการใช้ที่ดินที่จะตั้งเสาไฟฟ้าทั้งหมดและจะนำเสนอปัญหาต่อ ดร.ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เพื่อพิจารณาแนวทางแก้ไขต่อไป โดยโครงการสายส่งทั้ง 15 โครงการ จะต้องมาดูว่ามีกฎหมายหรือระเบียบใดเกี่ยวข้องในพื้นที่ที่จะต้องใช้บ้าง หากจะขอใช้พื้นที่จะอยู่ภายใต้เงื่อนไขใด เพราะไม่ได้หมายความว่า สายส่งไฟฟ้าของ กฟผ.จะได้รับการยกเว้นทุกอย่าง ตรงนี้อาจจะต้องใช้มาตรา 44 เพื่อให้ กฟผ.สามารถดำเนินการได้อย่างเป็นคู่ขนาน หรืออย่างน้อยคือเข้าไปสำรวจในพื้นที่ได้” ดร.ทวารัฐกล่าว

ล่าสุดมีรายงานข่าวจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เข้ามาว่า ได้สรุปรายละเอียดปัญหาการขยายสายส่งไฟฟ้าขนาด 500 KV ในพื้นที่ของหน่วยงานรัฐไว้แล้ว และจะส่งให้กระทรวงพลังงานในสัปดาห์หน้า หลังจากนั้นต้องรอให้ รมว.พลังงาน เสนอต่อ ครม.ให้พิจารณาหาแนวทางแก้ไข “ซึ่งตรงนี้อาจต้องใช้มาตรา 44 แก้ไขปัญหาสายส่งให้มีความรวดเร็วยิ่งขึ้น” โดยในทางทฤษฎีการขยายสายส่งไฟฟ้าขนาดใหญ่จะใช้เวลา 3-4 ปี แต่ในทางปฎิบัติจริงต้องใช้เวลาอย่างน้อยที่ 7-8 ปีขึ้นไป ซึ่งการขยายสายส่งทั้ง 15 โครงการ จะครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ กฟผ.ต้องใช้เงินลงทุนประมาณ 100,000 ล้านบาท ซึ่งตามแผนดำเนินการขยายสายส่งดังกล่าวจะต้องทยอยแล้วเสร็จตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การผลิตไฟฟ้า