สหรัฐฟ้องยูเอ็น รัสเซียบุกเกินเป้าหมายเดิม ต้องการลบยูเครนจากแผนที่โลก
เวทียูเอ็นร้อนอีกครั้ง เมื่อทูตสหรัฐกล่าวต่อสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ว่ารัสเซียพยายามเดินหน้ายึดเอาพื้นที่ภาคตะวันออกของยูเครน ต้องการลบยูเครนจากแผนที่โลก
วันที่ 30 กรกฎาคม 2565 สำนักข่าว เอพี รายงานว่า ลินดา โธมัส-กรีนฟิลด์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำสหประชาชาติ แถลงต่อคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ว่า มีสัญญาณชัดเจนขึ้นว่า รัสเซียวางรากฐานที่จะผนวกพื้นที่ภาคตะวันออกทั้งหมดของยูเครนเป็นของรัสเซีย
พื้นที่ดังกล่าวได้แก่ โดเนตสก์ และ ลูฮันสก์ ไล่ลงไปทางใต้ คือเคียร์ซอน และซาโปริชเชีย

ทูตสหรัฐกล่าวในการประชุมเมื่อวันที่ 29 ก.ค. ตามเวลาสหรัฐ ด้วยว่า รัสเซียใช้วิธีนำเจ้าหน้าที่ตัวแทนนอกกฎหมายเข้าไปยังพื้นที่ที่รัสเซียยึดได้ ด้วยเป้าหมายที่จะจัดฉากประชามติ หรือประกาศใช้กฎหมายที่จะให้พื้นที่นั้นผนวกรวมกับรัสเซีย
“แม้แต่นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซียก็เคยระบุว่านี่เป็นเป้าหมายของสงครามรัสเซีย” ทูตหญิงของสหรัฐกล่าว
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 ก.ค. นายลาฟรอฟแจ้งกับที่ประชุมอาหรับ ซัมมิต ที่กรุงไคโร ประเทศอียิปต์ ว่า เป้าหมายของรัฐบาลรัสเซียในยูเครนคือปลดปล่อยประชาชนจากระบอบที่ยอมรับไม่ได้

“แน่นอนว่าเราต้องการช่วยประชาชนยูเครนกำจัดระบอบนี้ที่ต่อต้านประชาชนและต่อต้านประวัติศาสตร์ออกไปให้หมดสิ้น” นายลาฟรอฟกล่าว ซึ่งถ้อยแถลงนี้ถูกมองว่า เป้าหมายของรัสเซียไปไกลกว่าภูมิภาคดอนบัส ที่เป็นเขตอุตสาหกรรมของยูเครน
ทูตหญิงสหรัฐฟ้องสหประชาชาติ อีกว่า มีหลักฐานการกระทำที่โหดร้ายป่าเถื่อน ทั้งการทิ้งระเบิดใส่โรงเรียนและโรงพยาบาล การสังหารเจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ และนักข่าว การทำร้ายพลเรือนที่ต้องการอพยพหนี การสังหารแบบวิธีประหารชีวิต เกิดขึ้นเป็นประจำในเมืองบูชา นอกกรุงเคียฟ และว่า มีชาวบ้านนับร้อยถูกฆ่าระหว่างการเข้ายึดครองของรัสเซีย
“มีหลักฐานว่ากองกำลังรัสเซียสอบสวน บังคับควบคุมตัว และส่งคัวพลเมิองยูเครนหลายร้อยหลายพันคน รวมถึงเด็กที่ถูกพรากจากบ้านและถูกส่งไปพื้นที่ห่างไกลในภาคตะวันออก” ทูตสหรัฐกล่าว

ทั้งนี้ ผู้อพยพชาวยูเครนเกือบ 2 ล้านคนถูกส่งไปรัสเซีย ซึ่งเป็นการกระทำเทียบเท่าอาชญากรรมสงคราม รัสเซียเรียกว่าเป็นการอพยพตามมนุษยธรรม เพื่อช่วยเหยื่อสงครามที่พูดภาษารัสเซียได้และต้องการไปอยู่บ้านใหม่
ด้านนาย ดมิทรี โปลยันสกี เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหประชาชาติ กล่าวต่อที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคง ว่ารัสเซียจะปฏิบัติการถอนลัทธินาทีและปลดอาวธทหารในยูเครนอย่างเต็มรูปแบบ
“จะต้องไม่มีการข่มขู่คุกคามไปยังดอนบัส หรือต่อรัสเซีย หรือต่อพรมแดนยูเครนที่แต่เริ่มเดิมที ประชาชนรู้สึกว่าได้ใช้ชีวิตอย่างที่พวกเขาต้องการได้อีก” ทูตรัสเซียกล่าว พร้อมเตือนชาติตะวันตกว่า การส่งอาวุธให้กับรัฐบาลยูเครน มีแต่จะเพิ่มความทุกข์ที่ลากยาวให้ประชาชนยูเครน เหมือนการราดน้ำมันเข้าไปในกองไฟ

ส่วนจีน มหามิตรของรัสเซีย ครั้งนี้ถูกทูตสหรัฐพูดถึงโดยไม่เอ่ยชื่อประเทศว่า เพื่อความมั่นคงของประเทศหนึ่ง เราไม่ควรปล่อยให้รังแกประเทศอื่นได้
ขณะที่นายเกิง ส่วง อุปทูตจีนประจำสหประชาชาติกล่าวตอบโต้ว่า การเอาความมั่นคงของประเทศตัวเองสำคัญเหนือประเทศอื่น โดยเสริมความแข็งแกร่งทางทหารของจนเอง ให้เหนือประเทศอื่นอย่างชัดเจนนั้น มีแต่จะนำไปสู่ความขัดแย้ง และการเผชิญหน้า
…..