ดัน Mandala บุกตลาดโลก อัพสเกลธุรกิจสู่เทค “ยูนิคอร์น”

เอกลักษณ์ ยิ้มวิไล

ปริมาณข้อมูลจำนวนมหาศาลในโลกโซเชียลที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่หยุดหย่อน ทำให้บริษัทต่าง ๆ ที่จะนำ “ข้อมูล” มาใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพจำเป็นต้องมีเครื่องไม้เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพมาช่วยวิเคราะห์ แยกแยะ และบริหารจัดการข้อมูลเหล่านั้นด้วย

mandala analytics AI เป็นหนึ่งในประเภทเครื่องมือ social listening analytics ที่พัฒนาขึ้นโดยบริษัท โอเชี่ยน สกาย เน็ตเวิร์ค จำกัด (Ocean Sky Network) เทคสตาร์ตอัพสัญชาติไทย ภายใต้การบริหารงานของ “เอกลักษณ์ ยิ้มวิไล” ผู้ก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

และเป็นหนึ่งในบริษัทไทยที่กระโดดเข้าสู่ธุรกิจนี้พร้อมกับเป้าหมายที่ไม่ธรรมดา ทั้งการวางแผนขยายตลาดไปทั่วโลก การสเกลอัพสู่เทคสตาร์ตอัพ “ยูนิคอร์น” และแผนระดมทุนในตลาดทุนไทย และในสหรัฐอเมริกา (dual list)

อะไรอยู่เบื้องหลังแนวคิดและความเชื่อมั่นนั้น “ประชาชาติธุรกิจ” มีคำตอบ

เทรนด์การใช้เอไอ-บิ๊กดาต้า

“เอกลักษณ์” กล่าวว่าก่อนหน้านี้ใคร ๆ ก็พูดถึง “บิ๊กดาต้า” และให้ความสำคัญกับการนำข้อมูลที่เกิดขึ้นในโลกดิจิทัลมาใช้ในหลายมิติ แต่มีปัญหาเกิดขึ้นตามมาจากข้อมูลที่มีมากจนล้นเกิน ทำให้ไม่สามารถแยกแยะและนำข้อมูลไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Advertisment

“เมื่อจะแก้ไขปัญหาอะไร เรามักจะหวนกลับไปหาประสบการณ์ส่วนบุคคล ใช้ความรู้สึกและอคติในการตัดสินใจ ขณะที่การจะว่าจ้างบริษัทวิจัย หรือเอาต์ซอร์ซต่าง ๆ ให้เข้ามารับผิดชอบด้านข้อมูลก็แพงเกินไป จากช่องว่างตรงนี้เราจึงพัฒนา mandala ขึ้นมาเป็นเครื่องมือช่วยจำแนกข้อมูล ทำให้ผู้ใช้บริการเข้าถึงความต้องการของผู้บริโภคบนโลกออนไลน์ได้ ไม่ว่าจะเป็นคนทำคอนเทนต์ คนออกแบบผลิตภัณฑ์ หรือจะใช้กำหนดนโยบาย และกลยุทธ์ของบริษัท เป็นต้น”

อย่างไรก็ตาม ยุคของบิ๊กดาต้าเลยจุดพีกมาแล้ว และกำลังเข้าสู่ยุคของเอไอ หรือเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (artificial intelligence : AI) ซึ่งปัจจุบันได้รับความสนใจ และมีบทบาทอย่างมาก จากความสามารถในการประมวลผลข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

โดยมีการคาดการณ์ว่าการใช้งานเอไอในตลาดทั่วโลกจะเติบโตถึงปีละ 37.3% (ระหว่างปี 2022-2030) และมีโอกาสเข้ามาทำงานแทนคนกว่า 400 ล้านคนทั่วโลก และจะมีตำแหน่งงานเกิดใหม่อีกราว 97 ล้านตำแหน่ง ที่มีศักยภาพทำงานร่วมกับเอไอ

“บริษัทเราในฐานะผู้ที่ทำเครื่องมือ mandala analytics วิเคราะห์บิ๊กดาต้าก็จะต้องมีเอไอเป็นตัวขับเคลื่อนเป็น mandala AI โดยบริการต่าง ๆ ทั้งหมดที่เรามีจะเชื่อมต่อฐานข้อมูลบิ๊กดาต้ากับทั้ง Meta, Google และอื่น ๆ ทำให้สามารถใช้ความสามารถของเอไอมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ของเราต่อไปได้”

Advertisment

แผนบนกระดาษ A3 สู่ตลาดโลก

“เอกลักษณ์” เล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้นของบริษัทว่า เกิดขึ้นเมื่อ 5 ปีก่อน ที่สร้างขึ้นมาจากไอเดียที่เขาเขียนบนกระดาษ A3 และทุนก้อนแรกที่ได้มาจากการยืมเงินมารดา และการขายมอเตอร์ไซค์คันโปรดของเขา

“จากอัลกอริทึ่มที่เขียนบนกระดาษ A3 เป็นเวลากว่า 4 ปีที่เราทุ่มเทพัฒนา mandala ขึ้นมา ผมต้องเขียนจดหมายถึงกูเกิล และ Meta เพื่อขอเชื่อมต่อระบบกับฐานข้อมูลของเขา จากวันที่มีทีมงาน 5 คน วันนี้เรามีพนักงาน 60 กว่าคน และผลิตภัณฑ์ด้านการวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ ที่ล้วนแล้วแต่สามารถใช้ศักยภาพของเทคโนโลยี AI ทำให้เครื่องมือเหล่านี้กลายเป็น mandala AI และพร้อมที่จะเปลี่ยนตัวเองไปสู่บริษัทเอไออย่างสมบูรณ์”

สาเหตุที่เพิ่งจัดงานเปิดตัวบริษัท Ocean Sky Network อย่างเป็นทางการเมื่อต้นเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา เนื่องจากเห็นว่าบริษัทผ่านช่วงเวลาในการสร้างระบบและเครื่องมือต่าง ๆ ไว้อย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ mandala AI ที่มีทั้งระบบ data analytics, CRM, social listening, CPD platform และอื่น ๆ

ซึ่งเป็น software as a services (SaaS) หรือการพัฒนา seed engine ที่เน้นการวิเคราะห์บิ๊กดาต้า เป็นเสิร์ชเอ็นจิ้น ระบบประเมินความเสี่ยง และเรตติ้ง ซึ่งจะช่วยในการตัดสินใจได้ และการพัฒนา paradigm engine ในฐานะ platform as a service ที่ช่วยให้นักพัฒนามีเทรนโมเดลเอไอได้ เป็นต้น

จากผลิตภัณฑ์พื้นฐานทั้งหมดที่มีสามารถให้บริการได้ครอบคลุมทั้งผู้ใช้งานทั่วไปที่สามารถ subscription เพื่อใช้เครื่องมือวิเคราะห์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นนักสร้างคอนเทนต์ นักการตลาด หรือนักพัฒนาธุรกิจ และพร้อมที่จะขยายบริการออกไปทำตลาดทั่วโลกได้ด้วย

“ในการทำตลาดองค์กร พื้นที่แรกที่ขยายไปจะเป็นโซนอเมริกา และละตินอเมริกา จริง ๆ เรามีลูกค้าอยู่ทั่วโลกอยู่แล้ว ล่าสุดกำลังเจราจากับลูกค้าชาวอิหร่านที่จะนำระบบไปใช้ในซาอุดีอาระเบีย”

สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่าการทำธุรกิไม่มีเส้นพรมแดนแล้ว จึงต้องมองออกไปที่ตลาดโลก ไม่จำกัดแค่ในประเทศไทย

“เทคโนโลยีของเราจะเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยที่มีคนทั่วโลกใช้งาน ซึ่งเครื่องมือด้านการวิเคราะห์ภาษา และประมวลผลจากเอไอ สามารถวิเคราะห์ภาษาได้ทั่วโลก และมีความแม่นยำสูง จึงสามารถสเกลไปได้อีกมาก”

AI เพิ่มโอกาสเสริมแกร่งธุรกิจ

“เอกลักษณ์” กล่าวว่า ปัจจุบัน mandala มีการใช้งานอย่างกว้างขวาง เพื่อใช้หาอินไซต์ของลูกค้า อันนำไปสู่การออกแบบผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ หากพ่วงความสามารถใหม่ ๆ ของเอไอเข้าไปได้ก็จะเจาะข้อมูลเชิงลึกได้ การนำไปใช้ก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น ตัวอย่างเช่น การเจาะเรื่องสีผลิตภัณฑ์ ซึ่งข้อมูลจากบิ๊กดาต้าสามารถระบุถึงความนิยมในสีของผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมในแต่ละสาขา ทำให้ผู้ประกอบการสต๊อกสินค้าตามความนิยมและตามที่คาดว่าจะขายได้หมด ลดปัญหาสินค้าค้างสต๊อกได้

และด้วยฟีเจอร์การวิเคราะห์คู่สี หรือโทนสีที่พูดถึงในโซเชียลมีเดียจะทำให้เห็นกลุ่มลูกค้า ความนิยม และแนวโน้มที่ผลิตภัณฑ์นั้น ๆ จะโดนใจผู้บริโภค นำไปสู่การออกแบบสีสันผลิตภัณฑ์ให้ตรงตามความต้องการของตลาดได้และในอนาคต mandala AI จะวิเคราะห์ใบหน้าและอารมณ์ผู้คนบนโลกออนไลน์ได้ จากฐานข้อมูลที่เชื่อมต่อกับ Meta และ Google

ทั้งมีฟีเจอร์สแกนข้อความจากวิดีโอที่ค้นหาคำพูดจากวิดีโอคลิปได้อย่างละเอียด จนถึงวินาทีที่มีคำพูดนั้น ๆ ปรากฏบนวิดีโอ รวมถึงสร้างและตกแต่ง “ภาพ” จากคำสั่งด้วยพลังของโมเดลภาษาอย่าง GPT

“เราจะเชื่อมต่อผลิตภัณฑ์ของเรากับฐานข้อมูล open AI ให้เป็น mandala GPT ทำให้สามารถสร้างข้อความและคอนเทนต์ รวมถึงเขียนโค้ดได้”

ลุยระดมทุนในไทย-แนสแดค

“เอกลักษณ์” กล่าวด้วยว่า บริษัทเพิ่งประสบความสำเร็จในการระดมทุนรอบแรกกับกลุ่มนักลงทุน เป็นจำนวนเงินราว 150 ล้านบาท แลกกับสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทราว 2.1% คาดว่าบริษัทจะนำเงินที่ได้ไปใช้ในการพัฒนาบริการและขยายตลาดในต่างประเทศ

“เรามีเป้าหมายก้าวไปสู่การเป็น 1 ใน 10 ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์วิเคราะห์ข้อมูล การตลาด และ AI ระดับโลก ในฐานะเทคสตาร์ตอัพยูนิคอร์นสัญชาติไทยภายในปี 2568 และวางแผนนำบริษัทระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯทั้งในไทย และใน Nasdaq ของอเมริกา

ล่าสุดเพิ่งแต่งตั้งบริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอเป็นที่ปรึกษาการเงิน ที่ผ่านมามีลูกค้าใช้บริการของบริษัทมากว่า 4 ปีแล้ว จึงมองว่าการ สเกลอัพจะทำให้บริษัทก้าวสู่การเป็นเทคยูนิคอร์นได้ตามเป้าที่วางไว้”

แม่ทัพ Ocean Sky Network ทิ้งท้ายว่า จะผลักดันบริษัทให้เข้าไปจดทะเบียนในทั้งสองตลาดให้ได้ โดยจะเริ่มที่ประเทศไทยก่อน เพื่อให้เป็นความภาคภูมิใจว่าบริษัทไทยสามารถไปบุกตลาดทั่วโลกได้ไม่แพ้ใคร

สตาร์ตอัพลูกครึ่งไทยญี่ปุ่น Opn เป้าหมายที่มากกว่า “ยูนิคอร์น”

โมเดล “ยูนิคอร์น” ถึงจุดเปลี่ยน ? เมื่อ “กำไร” สำคัญกว่าการเติบโต