เปิดแล้ว “เต่าบินคาเฟ่” ผุดพ็อปอัพสโตร์ เพิ่มเมนูไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟ

FSMART ดันธุรกิจ New S-Curve แปลงตู้เครื่องดื่มอัตโนมัติสู่ “เต่าบินคาเฟ่” เริ่ม ธ.ค. 2566 พร้อมเร่งขยายตู้ชาร์จไฟรถอีวี “GINKA” ครบ 5,000 จุด ใน 1 ปี

วันที่ 24 พฤศจิกายน 2566 นายณรงค์ศักดิ์ เลิศทรัพย์ทวี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) “FSMART” เจ้าของ “ตู้บุญเติม” และผู้ให้บริการเครื่องชาร์จรถไฟฟ้า “GINKA Charge Point” เปิดเผยว่า ตู้จำหน่ายเครื่องดื่มชงสดอัตโนมัติ “เต่าบิน” ภายใต้การบริหารของบริษัท ฟอร์ท เวนดิ้ง จำกัด ที่ฟอร์ท สมาร์ท ยังถือหุ้นเพื่อรับผลกำไรอยู่ 26.71% ยังคงมีแนวโน้มที่ดีต่อเนื่อง ทั้งในด้านของจำนวนตู้ จำนวนแก้ว รวมถึงยอดขาย

ล่าสุด “เต่าบิน” ได้ขยายไลน์ธุรกิจจากเครื่องดื่มชงสดในตู้อัตโนมัติ สู่การจำหน่ายเครื่องดื่มในรูปแบบพ็อปอัพสโตร์ “เต่าบินคาเฟ่” (TAO BIN CAFE) คาเฟ่อัตโนมัติบริการด้วยตนเอง ที่พร้อมเพิ่มเมนูไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟที่สามารถเพิ่มท็อปปิ้งได้ตามที่ชอบอีกด้วย

นายณรงค์ศักดิ์ เลิศทรัพย์ทวี
นายณรงค์ศักดิ์ เลิศทรัพย์ทวี

ในส่วนของ “คาเฟ่เต่าบิน” ทาง FSMART จะเป็นผู้บริหารจัดการ โดยประเดิมสาขาต้นแบบสาขาแรกในห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ ชั้น G ที่จะเปิดบริการได้ในเดือนธันวาคมนี้ ก่อนขยายสาขา “เต่าบินคาเฟ่” ให้มากขึ้นในปีต่อ ๆ ไป ซึ่งในอนาคตมีแผนที่จะเปิด “เต่าบินคาเฟ่” แบบ Stand Alone ที่มีการบริการทั้งอาหาร เครื่องดื่ม รวมถึงพื้นที่บริการลูกค้า โดยมีสถานีบริการชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า (EV Station) GINKA อยู่ด้านนนอก ถือเป็นการเพิ่มช่องทางและโอกาสในการหารายได้ให้กับบริษัทเพื่อสร้างการเติบโตแบบยั่งยืนในระยะยาว

“เต่าบินคาเฟ่ เป็นคาเฟ่อัตโนมัติยุคใหม่ เน้นบริการตัวเอง และถือเป็นการบริหารจัดการร้านคาเฟ่ที่แก้ไขปัญหาคาเฟ่ปัจจุบัน (Pain Point) ทั้งเรื่องเมนูที่หลากหลาย แต่สามารถควบคุมรสชาติได้ทุกแก้ว ตลอดจนการบริหารจัดการบุคคล ค่าใช้จ่าย และจัดการทางการเงินได้อย่างเป็นระบบ ช่วยเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จได้มากขึ้น”

อีกส่วนของธุรกิจอนาคต New S-Curve และการเติบโตในระยะยาว คือ เครื่องชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า “GINKA” ที่ยังดำเนินการขยายการติดตั้งในรูปแบบ AC Type กำลังไฟ 7.2 กิโลวัตต์ และ 22 กิโลวัตต์ แบบ 2 หัวชาร์จ Type 2 ตั้งแต่ไตรมาสที่ 3/2566 อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีการติดตั้งไปแล้วมากกว่า 30 จุดทั่วประเทศ ทั้งในเขตกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นตามแนวโน้มของยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าที่มากขึ้นตามลำดับ


คาดว่าสามารถติดตั้งได้ 100 จุดภายในสิ้นปีนี้ และต่อเนื่องไปถึงปีหน้าที่จะเพิ่มการขยายเครื่องชาร์จระบบ DC Type กำลังไฟ 120KW เข้ามา เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายติดตั้งให้ได้ 5,000 จุดภายใน 1 ปี