ไปรษณีย์ไทย ปัดฝุ่นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ช ส่งผลผลิตเกษตรกร-SMEs ทั่วไทยสู่ดิจิทัล

ไปรษณีย์ไทย

ไปรษณีย์ไทย อัพเกรดแพลตฟอร์ม ThaiPostMart ให้เป็นแพลตฟอร์ม e-Marketplace ของคนทุกรุ่น บุรุษไปรษณีย์เป็นเซลส์ คัดสินค้าคุณภาพจากท้องถิ่น ไม่เก็บค่า GP ดันธุรกิจรีเทลทั้งออนไลน์และออนไซต์หน้าร้าน 16 สาขาทั่วประเทศ

วันที่ 29 พฤศจิกายน 2566 ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า ในปีนี้ไปรษณีย์ไทยครบรอบ 140 ปี ได้พัฒนาแพลตฟอร์ม ThailandPostMart ให้เป็นแบรนด์ที่โดดเด่น เข้าถึงทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มคน New Gen ที่เน้นการสนับสนุนผู้ประกอบการ กลุ่มวิสาหกิจชุมชน และกลุ่มเกษตรกร พร้อมขยายโอกาสให้ร้านค้าชุมชนนำสินค้ามาขายบนแพลตฟอร์มดิจิทัลของไทย ในอีกมุมยังช่วยให้ประชาชนสามารถเลือกซื้อสินค้าได้ง่าย และสะดวกมากยิ่งขึ้น

“คาดว่ายอดสั่งซื้อในช่วงสิ้นปี 2566 จะพุ่งสูงขึ้น ซึ่งเป็นช่วงที่ประชาชนมีการจับจ่ายใช้สอยซื้อของขวัญส่งให้กันในเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่”

ด้าน ผศ.ดร.เอกก์ ภทรธนกุล – กรรมการ และประธานคณะอนุกรรมการด้านกลยุทธ์ขับเคลื่อนการตลาดและการสื่อสาร บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า คณะกรรมการไปรษณีย์ไทยมีนโยบายสนับสนุนและผลักดันให้ก้าวต่อไปของ ThailandPostMart ยกระดับสู่การเป็นแพลตฟอร์ม e-Martketplace ของไทย

“เป้าหมายระยะแรกเป็นการช่วยเกษตรกรและเอสเอ็มอีที่ยังทำแบรนด์ไม่เก่ง เข้าสู่ดิจิทัลได้ยาก เข้าถึงตลาดอีคอมเมิร์ช ดังนั้นเราจึงเก็บค่า บำรุงแพลตฟอร์มน้อย หรือไม่เก็บเลย เพื่อช่วยเกษตรกร ส่วนไปรษณีย์จะมีรายได้จากค่าส่งพัสดุมาเฉลี่ยให้อยู่แล้ว”

ในส่วนของช่องทางการสื่อสารการตลาดทำทั้งระดับบนลงล่าง หรือการใช้กระแส คือ ใช้อินฟลูเอนเซอร์ หรือเชฟ ที่มีชื่อเสียง ตัวอย่างที่เห็นได้คือการผลัดเปลี่ยนให้เชฟสอนทำอาหารเมนํหนึ่งซึ่งใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่นจากหลายแห่งทั่วประเทศ และ ปณท สามารถเสนอจัดชุดวัตถุดิบที่เชฟใช้ในเมนูนั้น ๆ เป็นแพ็กส่งให้ทำอาหารที่บ้าน

อีกส่วนที่ ปณท เชื่อมั่นคือล่างขึ้นบน คือการที่ ปณท มีบุรุษไปรษณีย์หรือ “พี่ไปรษฯ” ที่เป็นส่วนหนึ่งของชุมชนกว่า 20,000 คน เท่ากับมี “เซลส์แมน” 20,000 คนที่พร้อมจะขายตรง นำสินค้าจากชุมชนหนึ่งไปอีกที่หนึ่ง เพื่อขยายเป็นการตลาดแบบปากต่อปาก

“เชื่อว่า ThaiPostMart จะเป็นช่องทางการกระจายสินค้าเกษตร สินค้าชุมชน ที่คัดสรรโดยพี่ไปรฯ หรือบุรุษไปรษณีย์ ที่มีความเชี่ยวชาญและรู้จริง เข้าถึงทุกพื้นที่ ส่งให้ถึงมือลูกค้าด้วยบริการที่สะดวกรวดเร็วอย่าง EMS มุ่งเป็นศูนย์กลางรวบรวมสินค้าชุมชน หรือ โอท็อป “ตัวท็อป” จากทุกชุมชนทั่วประเทศไทย

“แม้ว่า ThaiPostMart จะเป็นอีคอมเมิร์ชแบบเว็บเบส แต่ก็มีคนเข้าใช้ราว 200,000 คน ซึ่งถือว่าเป็นห้างคนไทยที่มีคนเดินเยอะ แม้จะไม่สู้แพลตฟอร์มต่างชาติแต่มีศักยภาพนำสินค้าเกษตรเข้าสู่ระบบดิจิทัล”

ที่ผ่านมาเว็บไซต์ คละหมวดหมู่ทำให้สินค้ากระจัดกระจายหาได้ยาก การปรับโฉมใหม่ มีการแยกเป็นอาหาร วัตถุดิบ หัตถกรรม รวมถึง “ของหายาก” ที่มักจะถูกจองซื้อหมดเวลาวางขาย

ซึ่งแพลตฟอร์มจำหน่ายทั้งหน้าร้านที่ ปณ และแบบออนไลน์ ซึ่งเป็นการผสมผสานช่องทางการขายแบบออฟไลน์และออนไลน์เข้าด้วยกันเป็น Omni-channel ตามเทรนด์การตลาดในยุคนี้ ทุกช่องทางได้มีการปรับโฉมให้มีความทันสมัย โดนใจคนทุกเจนมากขึ้น รวมถึงปรับช่องทางการขายมีช้อปเป็นร้านแบรนด์ ThailandPostMart ที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

นายพสุ อุณหะนันทน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานธุรกิจองค์กร บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวเสริมว่า นอกเหนือจากการปรับโฉมใหม่แล้ว ThailandPostMart ยังได้แบ่งกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคบนแพลตฟอร์ม ออกเป็น 7 หมวด ประกอบด้วย

1.อาหาร อร่อยทั่วไทย
2. ขุมทรัพย์ของดี
3.สินค้าดีฝีมือเด็ด
4.ของดีตามฤดู
5.ของรักไปรษณีย์ไทย
6.นวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน และ
7.ของฮิตติดกระแส

เพื่อให้ปั้นสินค้าตัวท็อปแต่ละหมวดให้มีความชัดเจนในการสื่อสาร และสร้างให้สินค้าของไทยมีความโดดเด่น โดนใจในการเลือกซื้อมากขึ้น ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของไปรษณีย์ไทยที่ต้องการแสดงจุดยืนในการเป็นธุรกิจที่สนับสนุนคนไทยทุกคนที่มีความสามารถและมีความสร้างสรรค์ให้เข้ามาร่วมงานกับไปรษณีย์ไทยเพิ่มมากขึ้น


ThailandPostMart ถือเป็นแพลตฟอร์มเพื่อนผู้รู้ใจรูปแบบใหม่ ที่สะดวกง่ายดาย โดยปัจจุบันมีผู้ประกอบการขึ้นทะเบียนร้านค้ากว่า 800 ราย และมีสินค้าซึ่งเป็นตัวท็อปจากทั่วประเทศมากกว่า 5,000 รายการ ผู้ที่สนใจสามารถสั่งซื้อได้ทางออนไลน์ ทั้งเว็บไซต์ www.thailandpostmart.com และแอปพลิเคชั่น ThailandPostMart รวมทั้งหาซื้อที่ร้าน ThailandPostMart จำนวน 16 สาขาทั่วประเทศ