เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาน้ำมันวันนี้ (20 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
News ราคาน้ำมันวันนี้ (20 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
‘ซีพีแรม’ ขยับพอร์ตเจขาย 365 วัน ชิงตลาด 4.9 หมื่นล้าน
Business ‘ซีพีแรม’ ขยับพอร์ตเจขาย 365 วัน ชิงตลาด 4.9 หมื่นล้าน
วงร็อกชื่อดัง SWEET MULLET ประกาศการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ 2 สมาชิกยุติบทบาทสมาชิก
Biz Movement วงร็อกชื่อดัง SWEET MULLET ประกาศการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ 2 สมาชิกยุติบทบาทสมาชิก
เปิดตัว “ต้นสน เส้นเกาหลี” รับกระแส K-Food ชูจุดขายเส้นใส นุ่ม หนึบเด้ง อร่อยง่ายทุกเมนู
Business เปิดตัว “ต้นสน เส้นเกาหลี” รับกระแส K-Food ชูจุดขายเส้นใส นุ่ม หนึบเด้ง อร่อยง่ายทุกเมนู
แสนสิริ อวด “เดอะ สแตนดาร์ด เรสซิเดนท์ หัวหิน” บีชฟร้อนแรกของโลก พูลวิลล่า 100 ล้านหมดในสัปดาห์แรก
Real Estate แสนสิริ อวด “เดอะ สแตนดาร์ด เรสซิเดนท์ หัวหิน” บีชฟร้อนแรกของโลก พูลวิลล่า 100 ล้านหมดในสัปดาห์แรก
ก.ล.ต.เคลียร์ปม 3 เหรียญดิจิทัล สอบโยงเว็บ shuffle.com ขู่ฟันหากผิดเกณฑ์
Finance ก.ล.ต.เคลียร์ปม 3 เหรียญดิจิทัล สอบโยงเว็บ shuffle.com ขู่ฟันหากผิดเกณฑ์
‘มารีแอนน์’ จิตวิญญาณของฝรั่งเศส เทพีแห่งปฏิวัติ สวมกั๊กเหลืองกลางปารีส
World ‘มารีแอนน์’ จิตวิญญาณของฝรั่งเศส เทพีแห่งปฏิวัติ สวมกั๊กเหลืองกลางปารีส
ไตรภพ ประกาศเลิกกิจการ ‘บอร์น ออพเปอเรชั่น’ 30 พ.ย. เลิกจ้างพนักงานทั้งหมด
Business ไตรภพ ประกาศเลิกกิจการ ‘บอร์น ออพเปอเรชั่น’ 30 พ.ย. เลิกจ้างพนักงานทั้งหมด
ราคาทองวันนี้ (19 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 150 บาท รูปพรรณบาทละ 67,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (19 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 150 บาท รูปพรรณบาทละ 67,050 บาท
ขยับผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการ น้องพายุ ถูกตัดสิทธิ DQ น้องแมคลาเรน คว้าอันดับ 1
Biz Movement ขยับผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการ น้องพายุ ถูกตัดสิทธิ DQ น้องแมคลาเรน คว้าอันดับ 1
ดูทั้งหมด

ศึกเทคโนโลยี จีน-สหรัฐ สะเทือน Samsung

17 ธ.ค. 2566 | 20:04น.
สงครามจีน สหรัฐ

จีนเร่งลดการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างชาติ จี้เจ้าหน้าที่รัฐ 8 เมืองใช้สมาร์ทโฟนของจีน กระตุ้นแบรนด์ท้องถิ่น ทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ทดแทนเทคโนโลยีบิ๊กเทคสหรัฐ ด้านสินค้า Samsung ได้รับผลกระทบด้วย เร่งแก้เกมพัฒนาชิป 2 นาโนเมตร

“สงครามตัวแทน” ชิงเจ้าเทคโนโลยีระหว่าง จีน-สหรัฐอเมริกายังไม่มีทีท่าบรรเทาลงแม้แต่น้อย ฉากหน้าของศึกนี้มียักษ์ใหญ่ทางเทคโนโลยีเป็นตัวแทน แน่นอนว่าฝั่งหนึ่งคือ Apple-Huawei ที่ช่วงชิงการผลิตฮาร์ดแวร์ยอดนิยม เช่นเดียวกับฝั่งซอฟต์แวร์อย่าง Microsoft-Google และอื่น ๆ ที่ต่างถูกรัฐทั้งสองกีดกัน บีบให้จีนพัฒนาซอฟต์แวร์เอง และได้ขยายการกีดกันสินค้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากอเมริกา และล่าสุดลามถึงซัมซุงจากเกาหลีใต้ด้วย นั่นจะทำให้ Apple Inc. และ Samsung Electronics Co. ถูกตัดออกจากตลาดมือถือที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างจีน

ในช่วงปีที่ผ่านมา สหรัฐได้ร่างกฎหมายและข้อบังคับเกี่ยวกับการผลิตชิปและส่งออกเทคโนโลยี ส่งผลกับประเทสพันธมิตรด้วย โดยเฉพาะ ASML ผู้ที่ครอบครองเครื่องยิงชิปแบบลิโธกราฟี่ด้วยลำแสงอัลตร้าไวโอเล็ต (EUV – Extreme Ultra Violet)) สำหรับสร้างชิปล้ำสมัยเพียงผู้เดียวในโลก ก็ไม่มีสิทธิส่งเครื่องไปผลิตให้โรงงานชิปในจีน ทำให้แบรนด์เจ้าตลาดอย่าง Huawei เริ่มซบเซา

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจีนและ Huawei ไม่ยอมแพ้ มีการพัฒนาชิปล้ำสมัยออกมา ทั้งยังมีข่าวสะพัดเกี่ยวกับการแบนสมาร์ทโฟน และสินค้าจากอเมริกา โดยสนับสนุนเจ้าหน้าที่ของตนให้ใช้แบรนด์ท้องถิ่น

ล่าสุด สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า หน่วยงานรัฐในจีนและบริษัทที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลทั่วประเทศได้ออกคำสั่งให้พนักงานหยุดนำ iPhone และอุปกรณ์ต่างประเทศอื่น ๆ มาใช้ในการทำงาน ถือเป็นการห้ามอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน

ในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา บริษัทของรัฐ และหน่วยงานของรัฐหลายแห่งในอย่างน้อย 8 จังหวัด ฝนบริเวณชายฝั่งตะวันออกซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจของจีน อย่างเช่น ในปักกิ่ง และเทียนจิน เริ่มให้พนักงานทิ้งอุปกรณ์เทคโนโลยีต่างประเทศไว้ที่บ้าน และให้เริ่มใช้สินค้าแบรนด์ท้องถิ่น

ปรากฏการณ์นี้ถือเป็นการเร่งนโยบายจากปักกิ่ง ที่ต้องการจะเลิกใช้เทคโนโลยีของอเมริกาอย่างรวดเร็ว สอดคล้องกับความนิยมที่เพิ่มขึ้นของแบรนด์ในประเทศอย่าง Huawei Technologies Co. ในปีนี้จึงตัดสินใจขยายการห้ามใช้อุปกรณ์จากต่างประเทศ

ในขณะที่ซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ของจีนค่อย ๆ เข้ามาแทนที่ผลิตภัณฑ์ของอเมริกาในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ซอฟต์แวร์ Microsoft Corp. ไปจนถึงคอมพิวเตอร์ Dell และชิป Intel Corp. คำสั่งดังกล่าวขู่ว่าจะจัดการกับส่วนแบ่งการตลาดของ Apple อย่างรวดเร็วและโดยตรง

ในเดือนนี้บริษัทขนาดเล็กและหน่วยงานในเมืองระดับล่าง ในมณฑลเจ้อเจียง กวางตุ้ง เจียงซู และอันฮุย ไปจนถึงซานซีทางตอนเหนือ ซานตง เหลียวหนิง และเหอเป่ยตอนกลาง ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงงาน iPhone ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เริ่มออกคำสั่งด้วยวาจาต่อพนักงานให้เก็บมือถือต่างประเทศที่บ้านและใช้งานแบรนด์ท้องถิ่น

แม้ว่ากระแสข่าวเรื่องหน่วยงานรัฐจะมีมาตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมา ในช่วงนั้น “เหมา หนิง” โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีนได้ออกมาแถลงว่า จีนไม่ได้ออกกฎหมายและข้อบังคับเพื่อห้ามการซื้อแอปเปิ้ลหรือโทรศัพท์ยี่ห้อต่างประเทศ แต่อาจมีข้อกังวลเรื่องความปลอดภัยของอุปกรณ์อยู่บ้าง

โดยรวมแล้ว ผลิตภัณฑ์จาก 2 บริษัทคือ Samsung และ Apple กำลังถูกท้าทาย และต้องดิ้นรนเพื่อรักษาการเติบโตในตลาดจีน ซึ่งเป็นตลาดสินค้าไอทีที่ใหญ่ที่สุดในโลก

เมื่อจีนสนับสนุนการใช้งานแบรนด์ท้องถิ่นอย่าง Huawei ส่งผลให้ซอฟต์แวร์ที่เข้ากันได้เติบโตไปตามผู้ใช้ ขณะที่ผู้ผลิตมือถือรายยักษ์ของโลกอย่าง Samsung ซึ่งพึ่งพาซอฟต์แวร์จากโลกตะวันตก ก็ต้องเผชิญการสนับสนุนให้นิยมแบรนด์ท้องถิ่นอย่างมากเช่นเดียวกัน

แรงผลักดันนี้ทำให้ Samsung ภายใต้การสนับสนุนจากรัฐบาลเกาหลีใต้ต้องติดปีกเทคโนโลยีตัวเองให้เหนือกว่าจีนและสหรัฐ โดยเร่งการวิจัยชิปขนาด 2 นาโนเมตร ขณะที่โลกเทคโนโลยีปัจจุบันเพิ่งจะมีการผลิตชิป 3-5 นาโนเมตรในเชิงพานิชเท่านั้น (iPhone15 ใช้ชิป 3 นาโนเมตร) และได้ตั้งศูนย์วิจัยร่วมกับ ASML และ Samsung Electronics มูลค่า 1 ล้านล้านวอน (ประมาณ 27,000 ล้านบาท) เพื่อสร้างศูนย์วิจัยชิปเขตกรุงโซล

สำหรับ Apple ยิ่งสำคัญ เพราะใช้จีนในการผลิตอุปกรณ์ส่วนใหญ่ ทั้งตลาดมือถือในจีนยังทำรายได้ประมาณ 1 ใน 5 ให้กับ Apple

แม้ว่า Apple จะเริ่มย้ายฐานการผลิตไปยังอินเดียแล้ว แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า Apple ใช้เวลาปลุกปั้นโรงงานและซัพพลายเออร์ในจีนมามากว่า 20 ปี ทำให้ยากที่จะละทิ้งฐานผลิตแห่งนี้

ผลิตภัณฑ์ล่าสุดอย่าง iPhone15 มียอดขายในจีนตกต่ำกว่ารุ่นก่อนหน้าอย่างมีนัยยะสำคัญ นักวิเคราะห์เชื่อว่าการชะลอตัวของยอดขายไอโฟนนั้นเกิดจากการที่ Huawei เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ในเดือนสิงหาคม ซึ่งมีชิปประมวลผลขั้นสูงที่ผลิตในจีน แม้ว่าจีนจะอยู่ท่ามกลางการกีดกันเทคโนโลยีลิโธกราฟี จาก ASML

สื่อของรัฐบาลจีนตีข่าวว่า การผลิตชิปสำเร็จเป็นชัยชนะต่อการคว่ำบาตรของสหรัฐ ในขณะที่ฝ่ายนิติบัญญัติของสหรัฐเรียกร้องให้มีการสอบสวนถึงการละเมิดมาตรการคว่ำบาตรทางเทคโนโลยีที่เอื้อให้ Huawei และ SMIC (Semiconductor Manufacturing International Corporation) พัฒนาชิป 7 นาโนเมตรโดยปราศจากเครื่องยิงชิปจาก ASML