Google เปิดตัว “Gemini Advanced” โมเดล AI ตัวโหด ชน Microsoft

gemini advanced

“Google” พลิกโฉม “Bard” แชตบอตอัจฉริยะสู่ “Gemini” พร้อมเปิดตัว “Gemini Advanced” Generative AI ขั้นสูง ใช้บริการผ่านแพ็กเกจ Google One AI Premium ราคา 750 บาทต่อเดือน

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2567 หลังจาก “กูเกิล” (Google) เปิดตัว “Bard” แชตบอตอัจฉริยะของบริษัทเมื่อปีที่ผ่านมา และใช้ “Gemini” เป็นโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model หรือ LLM) ควบคุมการทำงานหลังบ้านอย่างเป็นทางการในเดือน ธ.ค. 2566 ล่าสุด Google ตัดสินใจพลิกบริการของ Bard และ Duet AI บน Google Workspace ให้มาอยู่ในชื่อว่า “Gemini” แทน

การตัดสินใจของ Google ครั้งนี้เป็นนัยที่สะท้อนถึงการให้ความสำคัญในการพัฒนาโมเดล AI ของตนเอง และการสู้ศึกกับคู่แข่งรายสำคัญอย่าง “ไมโครซอฟท์” (Microsoft) เนื่องจาก Gemini เป็น LLM ที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดของ Google มาพร้อมความสามารถแบบ “มัลติโมเดล” ที่รองรับการประมวลผลผ่านข้อมูลในรูปแบบข้อความ เสียง รูปภาพ และวิดีโอ

รายงานจาก Google ระบุด้วยว่า Gemini มีประสิทธิภาพเหนือกว่า GPT-4 ของ OpenAI ในหลากหลายด้าน เช่น การตอบคำถามหลายตัวเลือก (MMLU) Gemini Ultra ได้คะแนน 90.0% ส่วน GPT-4 ได้คะแนน 86.4% และการตอบปัญหาคณิตศาสตร์ (GSM8K) Gemini Ultra ได้คะแนน 94.4% ส่วน GPT-4 ได้คะแนน 92.0% เป็นต้น

ปัจจุบันผู้ใช้สามารถสนทนาในประเด็นต่าง ๆ กับ Gemini ที่ใช้ LLM เป็น Gemini Pro 1.0 ที่รองรับการให้บริการมากกว่า 40 ภาษา ครอบคลุมพื้นที่การให้บริการในประเทศและเขตแดนกว่า 230 แห่งได้ ซึ่งความสามารถในการโต้ตอบของแต่ละภาษาจะแตกต่างกันออกไป

อีกทั้ง Google ยังได้เปิดตัวบริการ Gemini Advanced ที่ใช้ LLM ที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดในตระกูล Gemini อย่าง Gemini Ultra 1.0 ออกมารองรับการทำงานที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นด้วย เช่น การเขียนโค้ดแบบอินเทอร์แอ็กทีฟ การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก เป็นต้น

Gemini Advanced พร้อมให้บริการในภาษาอังกฤษและครอบคลุมประเทศและเขตแดนต่าง ๆ กว่า 150 แห่งแล้ว โดย Google จะขยายการให้บริการไปยังภาษาอื่น ๆ เพิ่มเติมอีกในอนาคต ซึ่งผู้ที่สนใจใช้งาน Gemini Advanced สามารถสมัครผ่านแพ็กเกจ Google One AI Premium ในราคา 750 บาทต่อเดือน สามารถทดลองใช้เป็นเวลา 2 เดือนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

Gemini in Gmail
การใช้งาน Gemini ใน Gmail

นอกจากนี้ แพ็กเกจดังกล่าวยังมาพร้อมสิทธิประโยชน์อีกหลายอย่าง เช่น พื้นที่เก็บข้อมูลขนาด 2 TB และสามารถใช้ Gemini ใน Gmail, Google Docs, Google Slides, Google Sheets และอื่น ๆ ได้ในเร็ว ๆ นี้

ทั้งนี้ Google ได้เปิดให้บริการ Gemini บนสมาร์ทโฟนแล้ว ซึ่งผู้ใช้แอนดรอยด์จะสามารถใช้งานได้ผ่านแอปพลิเคชั่น Gemini และบริการ Google Assistant ส่วนผู้ใช้ iOS สามารถใช้งานได้ผ่านแอป Google โดยจะเริ่มให้บริการในสหรัฐอเมริกาเป็นที่แรก และให้บริการอย่างเต็มรูปแบบในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ก่อนจะขยายการให้บริการในอีกหลาย ๆ พื้นที่ ซึ่งรองรับการใช้งานทั้งภาษาอังกฤษ ญี่ปุ่น และเกาหลีด้วย

“ซันดาร์ พิชัย” (Sundar Pichai) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของอัลฟ่าเบท (Alphabet) กล่าวในเว็บบล็อกของ Google ว่า นักพัฒนาซอฟต์แวร์และธุรกิจต่าง ๆ จำนวนหลายแสนรายได้นำโมเดล Gemini ไปต่อยอดแล้ว ซึ่งความสามารถของ Gemini Advanced สะท้อนให้เห็นถึงการปลดล็อกนวัตกรรมอย่างกล้าหาญ ตลอดจนสร้างความก้าวหน้า และนำเทคโนโลยีนี้มาใช้อย่างมีความรับผิดชอบ


“เรากำลังฝึกโมเดล Gemini ของเราอย่างต่อเนื่อง โปรดติดตามอัพเดตใหม่ ๆ ที่เราจะนำมาแจ้งให้ทราบในโอกาสต่อไป”