Grab ชูกลยุทธ์ T.R.A.V.E.L จุดพลุเที่ยวไทยทะลุ 3.5 ล้านล้าน
Grab เปิดกลยุทธ์ T.R.A.V.E.L เดินหน้าเติมเต็มอีโคซิสเต็มการท่องเที่ยวผ่านบริการต่าง ๆ พร้อมหนุนไทยเป็น Tourism Hub สอดรับวิสัยทัศน์ Ignite Thailand จุดพลุรายได้จากการท่องเที่ยว 3.5 ล้านล้านบาท
วันที่ 15 พฤษภาคม 2567 นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า การทำให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ถือเป็นเป้าหมายของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาในปี 2567
นอกจากจะยกระดับประเทศไทยให้เป็น Tourism Hub หรือศูนย์กลางการท่องเที่ยวของภูมิภาคแล้ว ยังต้องการที่จะบรรลุเป้าหมายของการเป็น Aviation Hub ที่มีศักยภาพรองรับนักท่องเที่ยวและผู้เดินทางกว่า 150 ล้านคนต่อปีภายในปี 2573 ตามนโยบายและวิสัยทัศน์ Ignite Thailand ของรัฐบาล ที่มีอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็น 1 ใน 8 อุตสาหกรรมหลัก เป็นกลไกขับเคลื่อนไทยสู่การเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค และการเติบโตทางเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืน
“อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นจุดแข็งของประเทศไทย ทำให้ทางกระทรวงมีการตั้งเป้าหมายรายได้จากการท่องเที่ยวอยู่ที่ 3.5 ล้านล้านบาท โดยการที่จะบรรลุจุดมุ่งหมายดังกล่าว ต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจจากหน่วยงานทุกภาคส่วน”
ด้านนายวรฉัตร ลักขณาโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย (Grab) กล่าวว่า ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศและส่งเสริมเศรษฐกิจผ่านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
โดยแกร็บได้นำความเชี่ยวชาญในด้านเทคโนโลยี และความแข็งแกร่งของอีโคซิสเต็มของแกร็บที่ให้บริการครอบคลุมทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาเติมเต็ม และสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ไร้รอยต่อ ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เดินทางมายังประเทศไทย ผ่านกลยุทธ์ T.R.A.V.E.L ที่ประกอบไปด้วย 6 ประเด็นสำคัญ ดังนี้
T : Technological Integration นำเทคโนโลยีดิจิทัลอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยว
นักท่องเที่ยวในกลุ่ม FIT (Free Independent Travelers) หรือนักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยตนเองกลายเป็นคนกลุ่มใหญ่ที่เดินทางมาประเทศไทยในปัจจุบัน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวในกลุ่มนี้ แกร็บได้ออกแบบและพัฒนาเทคโนโลยีมาเพื่อรองรับความต้องการของนักท่องเที่ยว
ตั้งแต่การวางแผนการเดินทางไปจนถึงการอำนวยความสะดวกระหว่างการท่องเที่ยว เช่น หน้าจอต้อนรับนักท่องเที่ยว ที่ให้นักท่องเที่ยวสามารถสำรวจ และวางแผนการเดินทางบนแอปพลิเคชั่น Grab ตั้งแต่ก่อนมาถึงประเทศไทย
การพัฒนาแอปพลิเคชั่นให้มีหลายภาษา ทั้งอังกฤษ จีน ญี่ปุ่น และเกาหลี หรือการเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชั่นอื่น ๆ ให้สามารถใช้บริการเรียกรถของแกร็บ ผ่านแพลตฟอร์มอย่าง WeChat Booking.com และ Trip.com ได้ รวมถึงขยายช่องทางการชำระเงินดิจิทัลผ่าน Alipay และ Kakao Pay
R : Reliability & Safety การสร้างความเชื่อมั่นเรื่องความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
ความปลอดภัยเป็นปัจจัยหลักที่นักท่องเที่ยวคำนึงถึงในการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการเลือกที่พักหรือการใช้บริการขนส่งสาธารณะต่าง ๆ แกร็บจึงยกระดับความปลอดภัยผ่านการพัฒนา 3 ส่วนสำคัญ ได้แก่ เทคโนโลยีด้านความปลอดภัย เช่น ฟีเจอร์ Safety Centre สำหรับแจ้งขอความช่วยเหลือ หรือฟีเจอร์ Audio Protect เพื่อบันทึกเสียงระหว่างการเดินทาง
สร้างมาตรการด้านความปลอดภัย ด้วยการคัดกรองและอบรมพาร์ตเนอร์คนขับ พร้อมกำหนดมาตรฐานการให้บริการที่มุ่งเน้นด้านความปลอดภัย และการทำประกันเพื่อคุ้มครองทั้งผู้โดยสารและพาร์ตเนอร์คนขับ อีกทั้งยังจัดแคมเปญรณรงค์ส่งเสริมความปลอดภัย เช่น จับมือกับกรุงเทพมหานคร รณรงค์เรื่องการขับขี่ปลอดภัยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา
A : Accessibility การส่งเสริมการเดินทางเพื่อเข้าถึงเมืองหลักและเมืองรอง
ปัจจุบันนักท่องเที่ยวต่างชาติให้ความสนใจเมืองรองมากขึ้น สะท้อนจากรายได้จากการท่องเที่ยวเมืองรองในปีที่ผ่านมาที่เติบโตขึ้น 38% โดยแกร็บได้สร้างประสบการณ์การเดินทางแบบไร้รอยต่อ ด้วยบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชั่นที่มีให้บริการแล้วใน 71 จังหวัด ครอบคลุมทั้งเมืองหลักและเมืองรอง รวมถึงผนึกความร่วมมือกับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เปิดจุดรับ-ส่งผู้โดยสาร เพื่อให้บริการในสนามบินหลัก ทั้งภูเก็ต เชียงใหม่ ดอนเมือง และสุวรรณภูมิ
V : Valuable Experiences การสร้างประสบการณ์การเดินทางที่น่าจดจำ
แกร็บพัฒนาศักยภาพให้กับพาร์ตเนอร์คนขับ ผ่านคอร์สอบรมออนไลน์ภายใต้โครงการ GrabAcademy ครอบคลุมทั้งด้านมาตรฐานการให้บริการ การสื่อสารภาษาต่างประเทศเบื้องต้น และการขับขี่อย่างปลอดภัย
นอกจากนี้ยังได้ยกระดับประสบการณ์การเดินทางให้พิเศษยิ่งขึ้น ผ่านบริการ GrabCar Premium ซึ่งเป็นที่นิยมในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยมอบความสะดวกสบายให้กับนักท่องเที่ยวในทุกการเดินทาง
E : Environmentally Friendly การส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบรักษ์โลก
จากการสำรวจของ Expedia ผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยว พบว่ากว่า 90% ของนักท่องเที่ยวให้ความสำคัญกับเรื่องความยั่งยืน โดยแกร็บได้พัฒนาและนำเสนอตัวเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้กับผู้ใช้บริการ ไม่ว่าจะเป็นการริเริ่มโครงการ Grab EV ที่ส่งเสริมให้พาร์ตเนอร์คนขับเปลี่ยนมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในการให้บริการเรียกรถ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้โดยสาร
และการพัฒนาฟีเจอร์ชดเชยการปล่อยคาร์บอน (Carbon Offset) ที่ผู้ใช้บริการสามารถร่วมบริจาคเงิน 2 บาทต่อการเดินทาง หรือ 1 บาทจากการสั่งอาหาร เพื่อนำไปปลูกต้นไม้เพื่อชดเชยคาร์บอน และจากการบริจาคเงินของผู้ใช้บริการในปี 2566 แกร็บสามารถนำไปปลูกต้นไม้ได้เป็นจำนวนกว่า 150,000 ต้น
L : Local Touch การผลักดันให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสประสบการณ์ท้องถิ่น
จากการสำรวจของ Expedia พบว่า 65% ของนักท่องเที่ยวให้ความสนใจกับการสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นการไปเทศกาลประจำจังหวัดต่าง ๆ การลองชิมอาหารพื้นบ้าน หรือการอุดหนุนสินค้าชุมชน ซึ่งแกร็บได้ทำหน้าที่เชื่อมโยงผู้บริโภคกับผู้ประกอบการรายย่อย และพาร์ตเนอร์คนขับ จึงได้มุ่งสนับสนุนการเข้าถึงประสบการณ์ท้องถิ่นและวัฒนธรรมไทยในมิติต่าง ๆ
ตัวอย่างเช่น การส่งเสริมการเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ผ่านการทำหนังสือไกด์บุ๊ก Grab & Go ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย การโปรโมตอาหารไทยเมนูเด็ดจากร้านอาหารรายย่อยผ่าน GrabFood และการจำหน่ายสินค้าท้องถิ่นฝีมือคนไทยผ่าน GrabMart เพื่อให้ชาวต่างชาติสามารถเลือกซื้อได้สะดวกยิ่งขึ้น เป็นต้น