3 บิ๊กเทค “Microsoft-AWS-Google” ปักหมุดลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคลาวด์-AI ใน “อาเซียน” เม็ดเงินสะพัดทะลุ 1 ล้านล้านบาท
วันที่ 31 พฤษภาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา คำว่า “ดาต้าเซ็นเตอร์” ได้กลายเป็น buzzword ที่ใคร ๆ ต่างก็พูดถึงกัน รวมถึงเหล่าบิ๊กเทคยังคงประกาศแผนการลงทุนด้านคลาวด์และ AI ในไทยอย่างต่อเนื่อง สะท้อนว่าเม็ดเงินการลงทุนจากต่างชาติยังคงไหลเข้าไทยเป็นมูลค่ามหาศาล
แต่ไม่ได้มีแค่ไทยเท่านั้นที่ได้รับอานิสงส์จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล เพราะประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็เป็นหนึ่งในฐานการลงทุนที่สำคัญของเหล่าบิ๊กเทคเช่นกัน
แล้วการประกาศลงทุนของบิ๊กเทคแต่ละรายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมา (รวบรวม ณ วันที่ 31 พ.ค. 2567) มีรายละเอียดอย่างไร ? “ประชาชาติธุรกิจ” รวบรวมข้อมูลมาสรุปไว้ดังนี้
ไมโครซอฟท์ (Microsoft)
- อินโดนีเซีย : ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคลาวด์และ AI ด้วยเงินลงทุน 1.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ (6.2 หมื่นล้านบาท) ในระยะเวลา 4 ปี
- ไทย : ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคลาวด์และ AI แต่ยังไม่ประกาศรายละเอียดการลงทุน
- มาเลเซีย : ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคลาวด์และ AI ด้วยเงินลงทุน 2.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ (8 หมื่นล้านบาท) ในระยะเวลา 4 ปี
นอกจากนี้ ไมโครซอฟท์ยังประกาศความมุ่งมั่นในการพัฒนาทักษะด้าน AI ให้บุคลากรจำนวน 2.5 ล้านคนในประเทศสมาชิกของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน (ASEAN) ภายในปี 2568
สอดรับกับแผนแม่บทอาเซียนด้านดิจิทัล 2025 (ASEAN Digital Masterplan 2025) ที่มุ่งพัฒนาบุคลากรที่มีความพร้อมด้าน AI ตลอดจนต่อยอดเป้าหมายสำคัญของไมโครซอฟท์ในการส่งเสริมให้กับบุคคล องค์กร และชุมชนในประเทศอาเซียน สามารถนำศักยภาพของ AI มาใช้ขับเคลื่อนนวัตกรรมและการเติบโตทางเศรษฐกิจ
นายธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย กล่าวถึงความคืบหน้าในการลงทุนของไมโครซอฟท์ว่า หลังจากไมโครซอฟท์ประกาศลงทุนตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ในไทยไปเมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2567 ที่ผ่านมา ก็กำลังอยู่ในช่วงของการตัดสินใจว่าจะลงทุนในรูปแบบใด ซึ่งการลงทุนจะมาในลักษณะคลัสเตอร์ที่มีการตั้งทั้งหมด 3 ศูนย์
“ตอนนี้มี 2 ทางเลือกให้ตัดสินใจ คือไมโครซอฟท์ลงทุนเองทั้งหมด หรือลงทุนร่วมกับพาร์ตเนอร์ ข้อดีของอย่างหลังคือลดระยะเวลาในการลงทุนตั้งแต่ต้น เพราะสามารถเข้าใช้โครงสร้างพื้นฐานของพาร์ตเนอร์ได้ทันที แต่ไมโครซอฟท์ก็มี Requirement ของตนเอง ถ้าจะลงทุนร่วมกัน พาร์ตเนอร์ก็ต้องผ่านเกณฑ์ของเราด้วย แต่ไม่ว่าจะลงทุนแบบใด เชื่อว่าเป็นประโยชน์กับประเทศไทยแน่นอน”
Amazon Web Services (AWS)
- ไทย : ลงทุนใน AWS Asia Pacific (Bangkok) Region ที่ตั้งในประเทศไทย ด้วยมูลค่ามากกว่า 5 พันล้านเหรียญสหรัฐ (1.9 แสนล้านบาท) จนถึงปี 2580 และจะเปิดให้บริการในช่วงต้นปี 2568
- สิงคโปร์ : ขยายการลงทุน 1.2 หมื่นล้านเหรียญสิงคโปร์ (3.25 แสนล้านบาท) ภายใน 4 ปีข้างหน้า จากแผนการลงทุนเดิมที่ 1.15 หมื่นล้านเหรียญสิงคโปร์ (3 แสนล้านบาท) ภายในปี 2566 ทำให้แผนการลงทุนในปัจจุบันอยู่ที่ 2.3 หมื่นล้านเหรียญสิงคโปร์ (6.25 แสนล้านบาท) ภายในปี 2571
นายวัตสัน ถิรภัทรพงศ์ ผู้จัดการประจำประเทศไทยของ AWS กล่าวว่า AWS Region ในประเทศไทยจะมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนศักยภาพด้านดิจิทัลของไทย และรองรับความต้องการของตลาดในด้านเทคโนโลยีคลาวด์
เพื่อส่งเสริมนวัตกรรมทั้งในประเทศไทยและทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งสอดคล้องไปกับวิสัยทัศน์ Ignite Thailand และนโยบาย Cloud First ของภาครัฐ ที่มุ่งพัฒนาประเทศไทยให้กลายเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัลด้วยการขับเคลื่อนนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ และเทคโนโลยี
“ความต้องการใช้งานเทคโนโลยีคลาวด์และ AI มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าโครงสร้างพื้นฐานแห่งใหม่นี้จะช่วยให้ลูกค้าตั้งแต่สตาร์ตอัพ ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ และหน่วยงานภาครัฐ สามารถร่วมมือ ทดลอง พัฒนา และเติบโตไปด้วยกัน การเข้าถึงเทคโนโลยีล่าสุด เช่น Generative AI, แมชีนเลิร์นนิ่ง (Machine Learning หรือ ML) และ Internet of Things (lOT) เป็นต้น”
กูเกิล (Google)
สำนักข่าวซีเอ็นบีซี (CNBC) รายงานว่า “กูเกิล” ประกาศลงทุนตั้งดาต้าเซ็นเตอร์แห่งแรกในมาเลเซียด้วยงบฯการลงทุน 2 พันล้านเหรียญสหรัฐ (7.3 หมื่นล้านบาท) เพื่อรองรับการเติบโตของเทคโนโลยีคลาวด์และ AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยในปัจจุบันเครือข่ายดาต้าเซ็นเตอร์ของกูเกิลมีอยู่ใน 40 ภูมิภาค และ 121 โซนทั่วโลก
นางสาวรูธ โพรัท (Ruth Porat) ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน Alphabet และ Google กล่าวว่า การลงทุนครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างกูเกิลกับรัฐบาลมาเลเซียในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล เพื่อผลักดันนโยบาย Cloud First และเพิ่มขีดความสามารถด้านดิจิทัลในประเทศ
“การลงทุนครั้งนี้ถือเป็นการลงทุนในมาเลเซียครั้งที่ใหญ่ที่สุดของ Google ในรอบ 13 ปี”
รายงานระบุด้วยว่า การลงทุนครั้งนี้และโครงการพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลอื่น ๆ จะช่วยให้ GDP ของมาเลเซียโตกว่า 3.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ (1.17 แสนล้านบาท) เกิดการจ้างงานภายในปี 2573 กว่า 26,500 ตำแหน่ง