เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
คลังจัดสินเชื่อบ้าน “คนละหลัง PLUS” หนุนผู้มีรายได้น้อย-ปานกลางมีบ้าน กู้ไม่เกิน 3 ล้าน คิดดอกเบี้ย 2 เรต
Finance คลังจัดสินเชื่อบ้าน “คนละหลัง PLUS” หนุนผู้มีรายได้น้อย-ปานกลางมีบ้าน กู้ไม่เกิน 3 ล้าน คิดดอกเบี้ย 2 เรต
เกษตรฯ ชู “ข้าวคาร์บอนต่ำ” รับมือโลกร้อน ดึงกลไกการเงิน-ตลาดเอกชน หนุนรายได้เกษตรกร
Economic เกษตรฯ ชู “ข้าวคาร์บอนต่ำ” รับมือโลกร้อน ดึงกลไกการเงิน-ตลาดเอกชน หนุนรายได้เกษตรกร
อนุทิน คุย รองนายกฯรัสเซีย ดัน Thai-EAEU FTA ร่วมมือเกษตร-พลังงาน-เทคโนโลยี
Politics อนุทิน คุย รองนายกฯรัสเซีย ดัน Thai-EAEU FTA ร่วมมือเกษตร-พลังงาน-เทคโนโลยี
“Siam Paragon Bangkok International Fashion Week 2026”ชูความสำเร็จ-ผนึกพลังดีไซเนอร์ไทย
Biz Movement “Siam Paragon Bangkok International Fashion Week 2026”ชูความสำเร็จ-ผนึกพลังดีไซเนอร์ไทย
สมเด็จพระเทพฯ บวงสรวงพระราชรถ และพระยานมาศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิง พระพันปีหลวง
ข่าวในพระราชสำนัก สมเด็จพระเทพฯ บวงสรวงพระราชรถ และพระยานมาศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิง พระพันปีหลวง
เมืองไทยประกันชีวิต รุกตลาดสายมู! ส่ง 8 แพ็กตามคำทำนาย เจาะวัยทำงาน
Finance เมืองไทยประกันชีวิต รุกตลาดสายมู! ส่ง 8 แพ็กตามคำทำนาย เจาะวัยทำงาน
ราคาทองวันนี้ (14 ต.ค. 69) ร่วงลง 550 บาท รูปพรรณขายออก 66,750 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (14 ต.ค. 69) ร่วงลง 550 บาท รูปพรรณขายออก 66,750 บาท
พระราชินี เสด็จฯ พระราชทานรางวัล นักกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งหญิง ชิงแชมป์เอเชีย
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี เสด็จฯ พระราชทานรางวัล นักกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งหญิง ชิงแชมป์เอเชีย
เปิด 12 หลักการ Bangkok Blueprint สกัดภัยการเงิน-ไซเบอร์
Finance เปิด 12 หลักการ Bangkok Blueprint สกัดภัยการเงิน-ไซเบอร์
หัตถการยุคใหม่มาแรง หนุน THE KLINIQUE GROUP เติบโตเด่น
Business หัตถการยุคใหม่มาแรง หนุน THE KLINIQUE GROUP เติบโตเด่น
ดูทั้งหมด

กฎหมายไซเบอร์-คุ้มครองข้อมูล เปิดเนื้อหา-บทลงโทษกระทบทุกภาคส่วน

23 ก.พ. 2562 | 22:49น.
การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เมื่อ 22 ก.พ.ที่ผ่านมา ได้มีวาระการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ซึ่งหาก สนช.ให้ความเห็นชอบในวาระ 2-3 ก็พร้อมประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาทันที 

ตั้งกรรมการพรึ่บ! คุมไซเบอร์

สำหรับร่าง พ.ร.บ.ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ หากประกาศใช้จะมีการตั้ง “กมช.” คณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ กรรมการโดยตำแหน่ง อาทิ รัฐมนตรีกลาโหม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นผู้กำหนดนโยบายและแผนงาน

แต่ในการดำเนินงานจะมี “กกม.” คณะกรรมการกำกับดูแลด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ซึ่งมีรัฐมนตรีดีอีเป็นประธาน มีกรรมการโดยตำแหน่ง อาทิ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ปลัดกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ผู้ว่าการ ธปท. เลขาธิการ ก.ล.ต. เลขาธิการ กสทช. กำหนดแนวทางปฏิบัติของหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ (CII) และประสานการเผชิญเหตุ

โดยหากเป็นภัยคุกคามระดับ “ร้ายแรง” อาจมอบอำนาจให้รัฐมนตรีดีอี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ปฏิบัติการได้

กำหนด CII 8 ด้าน

สาระสำคัญ คือ จะประกาศรายชื่อหน่วยงานที่มีภารกิจ หรือบริการใน 8 ด้าน เป็นหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ ได้แก่ ความมั่นคงของรัฐ บริการภาครัฐที่สำคัญ การเงินการธนาคาร ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและโทรคมนาคม การขนส่งและโลจิสติกส์ พลังงานและสาธารณูปโภค สาธารณสุข และด้านอื่น ๆ ตามที่บอร์ดกำหนดเพิ่มเติม ซึ่งมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยที่กำหนด

ทั้งยังได้แบ่งประเภทภัยคุกคามทางไซเบอร์ออกเป็น 3 ระดับ คือ “ไม่ร้ายแรง” หมายถึง ภัยคุกคามที่มีความเสี่ยงทำให้ระบบคอมพิวเตอร์ของ CII หรือบริการของรัฐด้อยประสิทธิภาพลง “ร้ายแรง” หมายถึง การโจมตีระบบ มุ่งเป้าที่ CII ทำให้บริการภาครัฐ ความมั่นคงของรัฐ การป้องกันประเทศ เศรษฐกิจ สาธารณสุข ความปลอดภัยสาธารณะ หรือความสงบเรียบร้อยของประชาชนเสียหายจนไม่สามารถทำงานหรือใช้บริการได้

“วิกฤต” มีการโจมตีที่ส่งผลกระทบรุนแรงในวงกว้าง ทำให้ระบบล้มเหลวจนรัฐไม่สามารถควบคุมได้ มีความเสี่ยงที่จะลามไปยังโครงสร้างพื้นฐานสำคัญอื่น ๆ หรือเป็นภัยที่กระทบต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนหรือความมั่นคงของรัฐ หรืออาจทำให้ประเทศหรือส่วนใดส่วนหนึ่งตกอยู่ในภาวะคับขัน ซึ่งจำเป็นต้องมีมาตรการเร่งด่วนเพื่อรักษาไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญ

ให้อำนาจเมื่อภัยร้ายแรง-วิกฤต

เมื่อ กกม.เห็นว่าเกิดหรือคาดว่าจะเกิดภัยคุกคามระดับร้ายแรง ให้ออกคำสั่งเพื่อรับมือได้  มีหนังสือขอความร่วมมือบุคคลมาให้ข้อมูล ขอเอกสาร เข้าไปในอสังหาริมทรัพย์หรือสถานประกอบการที่เกี่ยวข้อง หรือคาดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับภัยคุกคาม โดยได้รับความยินยอมจากผู้ครอบครองสถานที่นั้น กรณีจำเป็นต้องเข้าถึงข้อมูลคอมพิวเตอร์และระบบ รวมถึงการยึด-อายัดอุปกรณ์ ให้ยื่นคำร้องต่อศาล

หากเป็นภัย “วิกฤต” ให้สภาความมั่นคงแห่งชาติดำเนินการตามกฎหมายนี้ และหากจำเป็นเร่งด่วน ให้เลขาธิการดำเนินการได้ทันที ไม่ต้องยื่นคำร้องต่อศาลในระหว่างจัดตั้งสำนักงาน ให้สำนักงานปลัดกระทรวงดีอีทำหน้าที่ตาม พ.ร.บ.นี้ และให้ปลัดดีอีทำหน้าที่เป็นเลขาธิการ

ข้อมูลส่วนบุคคลต้องได้รับการยินยอม

ขณะที่ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ล่าสุดให้เวลาเตรียมตัว 1 ปี หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา ทั้งยัง “ตัดทิ้ง” ข้อยกเว้นการบังคับใช้ตามร่างเดิม แต่เพิ่มเรื่องเสรีภาพในการเสนอข่าวสารหรือการแสดงความคิดเห็นที่ไม่กระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจนเกินสมควร หรือเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะ

โดยหลังประกาศใช้จะมีการตั้งคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยประธานจะได้มาจากการสรรหาผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งนายกรัฐมนตรีและประธานรัฐสภา ผู้ตรวจการแผ่นดิน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นผู้แต่งตั้งกรรมการสรรหา

หลักสำคัญ คือ การเก็บรวบรวม การใช้ การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลอย่างชัดเจน และสามารถถอนความยินยอมได้ในภายหลัง รวมถึงเจ้าของข้อมูลมีสิทธิขอให้ลบหรือทำลาย เมื่อการเก็บ ใช้ เปิดเผย ทำโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือเมื่อถอนความยินยอม

ทั้งการระบุให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนหากฝ่าฝืนกฎหมายนี้ ไม่ว่าจะเกิดจากการจงใจหรือประมาท

ขณะเดียวกันได้กำหนดโทษทางอาญาของผู้ฝ่าฝืนด้วย โดยหากเก็บ-ใช้-เปิดเผยข้อมูล โดยไม่ได้รับการยินยอม ทำให้ผู้อื่นเกิดความเสียหาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หากเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ เพิ่มเป็นจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท แต่ยอมความได้

ส่วนผู้ควบคุมข้อมูลไม่ดำเนินการเกี่ยวกับการขอคำยินยอมตามแบบที่กำหนด มีโทษปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หากหลอกลวงหรือทำให้เข้าใจผิดเพื่อให้ความยินยอม หรือส่ง-โอนข้อมูลไม่ถูกต้อง โทษปรับไม่เกิน 3 ล้านบาท ในกรณีเป็นข้อมูลมีข้อกำหนดพิเศษในการจัดเก็บ หากฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 5 ล้านบาท

หากไม่เข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริงตามคำสั่งของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ หรือไม่อำนวยความสะดวกต่อเจ้าหน้าที่ ที่มีคำสั่งศาลให้เข้าไปในสถานที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ยึดหรืออายัดเอกสาร มีโทษปรับไม่เกิน 5 แสนบาท โดยคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญมีอำนาจในการพิจารณาลงโทษปรับทางปกครองได้

บทเฉพาะกาลให้สำนักงานปลัดดีอี ทำหน้าที่ในระหว่างการจัดตั้งสำนักงาน และให้รองปลัดดีอีเป็นเลขาธิการไปก่อน

มี ดีกว่าไม่มี

ด้าน นายสุธี ทวิรัตน์ กรรมการสมาคมความมั่นคงปลอดภัยระบบสารสนเทศ (TISA) เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กฎหมายทั้ง 2 ฉบับ “มี ดีกว่าไม่มี” แม้ว่าจะมีการแก้เนื้อหา เรื่องรวบอำนาจไว้เบ็ดเสร็จ แต่ก็ยังมีหลายส่วนที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากล เนื่องจากส่วนใหญ่เน้นไปที่การจัดตั้งสำนักงาน อย่าง พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มีแค่ราว 10 มาตราที่ระบุเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิประชาชนจริง ๆ

“สำคัญ ทุกวันนี้ยังไม่มีหน่วยงานที่จะกำกับดูแล CII ในแต่ละด้านที่มีมาตรฐาน และจะต้องมีกฎหมายลูกที่ออกตามมา แต่ก็ยังไม่เห็นเนื้อหา”

นางนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย กล่าวว่า เห็นด้วยในหลักการของกฎหมาย แต่มีหลายส่วนที่ท้าทายในการทำธุรกิจ เช่น หลังจากลูกค้าเข้ามาซื้อประกันแล้ว มาขอยกเลิกการยินยอมให้ข้อมูลในภายหลัง จะเกิดอะไรขึ้นกับธุรกิจ เป็นประเด็นที่กำลังรอดูผลกระทบ

ด้าน นางสาววิไลพร ทวีลาภพันทอง หุ้นส่วนสายงานธุรกิจที่ปรึกษา บริษัท PwC ประเทศไทย เปิดเผยว่า เป็นเรื่องดีที่จะมีกฎหมายคุ้มครอง แต่ภาคธุรกิจอาจได้รับผลกระทบที่ต้องปรับกระบวนการทำงาน และต้องออกแบบการทำงานเพิ่มขึ้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายไซเบอร์ ไอซีที ไอที