เฟซบุ๊ก ทุ่มพันล้านเหรียญสร้าง เมตาเวิร์ส หลังรายได้โฆษณาลดลง

เฟซบุ๊ก ทุ่มล้านเหรียญสร้าง เมตาเวิร์ส ขณะที่รายได้จากโฆษณาลดลง
ภาพจาก มติชน

เฟซบุ๊ก ทุ่มพันล้านเหรียญผุดหน่วยงานย่อย “เฟซบุ๊ก เรียลลิตี แล็บส์” ลุยสร้างเมตาเวิร์ส หลังรายได้การโฆษณาต่ำกว่าคาดการณ์

วันที่ 26 ตุลาคม 2564 รอยเตอรส์ รายงานว่า เฟซบุ๊ก อิงก์ แจ้งว่า เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาบริษัทได้เผยแพร่รายงานทางการเงินของ เฟซบุ๊ก เรียลลิตี แล็บส์ ซึ่งเป็นหน่วยงานย่อยของเฟซบุ๊ก ที่มีการลงทุนหลายพันล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อสร้างเมตาเวิร์ส หลังธุรกิจโฆษณาซึ่งเป็นรายได้หลักกำลังเผชิญกับ “การขาดเสถียรภาพครั้งยิ่งใหญ่”

เฟซบุ๊ก อิงก์ รายงานว่า กำไรในไตรมาส 3 เพิ่มขึ้น 17% สะท้อนว่าการเปลี่ยนแปลงด้านความเป็นส่วนตัวของ แอปเปิล อิงก์ ส่งผลต่อธุรกิจดิจิทัลในไตรมาสปัจจุบัน โดยเฟซบุ๊กมีรายรับรายไตรมาสต่ำกว่าการคาดการณ์ของตลาด ซึ่ง เชอร์รีล แซนด์เบิร์ก ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของเฟซบุ๊ก บอกกับนักวิเคราะห์ว่า เป็นเพราะการเปลี่ยนแปลงของระบบปฏิบัติการ iOS

เดวิด เวนเนอร์ หัวหน้าฝ่ายการเงินของเฟซบุ๊ก กล่าวว่า บริษัทคาดว่าจะลงทุนในแผนกฮาร์ดแวร์ เฟซบุ๊ก เรียลลิตี แล็บส์ (Facebook Reality Labs) ซึ่งจะส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานโดยรวมในปี 2564 ลดลงประมาณ 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

เป้าหมายในการก่อตั้งหน่วยงานด้านฮาร์ดแวร์นี้ เกิดขึ้นหลังจากเฟซบุ๊กถูกอดีตพนักงานอย่าง ฟรานเซส ฮาวเก้น นำเอกสารไปแฉให้ทั่วโลกเห็นว่า เฟซบุ๊กเลือกกำไรมากกว่าความปลอดภัยของผู้ใช้งาน

ด้าน มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ซีอีโอของเฟซบุ๊ก โต้ผ่าน Monday’s analyst call โดยปฏิเสธคำวิพากษ์วิจารณ์ที่เกิดจากเอกสารดังกล่าว ซึ่งเขาอ้างว่าเป็นการสร้างความเข้าใจแบบผิด ๆ ให้กับบริษัทของเขา

ซักเคอร์เบิร์ก กล่าวว่า อีกไม่กี่ปีข้างหน้า เฟซบุ๊กจะไม่ได้ถูกมองเป็นเพียงบริษัทโซเชียลมีเดีย แต่จะกลายเป็นบริษัทที่มุ่งเน้นไปที่การสร้างเมตาเวิร์ส ซึ่งเป็นคำศัพท์ที่แปลได้หลากหลาย แต่ทั่วไปคือการแบ่งปันสภาพแวดล้อมเสมือนที่ใช้ร่วมกันได้ ซึ่งสามารถเข้าถึงได้จากผู้ใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ

เฟซบุ๊ก ทุ่มลงทุนเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีความเป็นจริงเสมือน (VR) และเทคโนโลยีโลกเสมือนผสานโลกแห่งความจริง (AR) รวมถึงการซื้อบริษัทอย่าง โอคูลัส (Oculus) ซึ่งในปีนี้ได้สร้างทีมเพื่อทำงานเกี่ยวกับเมตาเวิร์ส ส่วนในเดือนนี้มีแผนที่จะจ้างพนักงาน 10,000 คน เพื่อทำงานในยุโรปเป็นเวลา 5 ปี เพื่อพัฒนาเมตาเวิร์ส

ซักเคอร์เบิร์ก กล่าวกับนักวิเคราะห์ว่า นี่ไม่ใช่การลงทุนที่จะสร้างผลกำไรให้กับเราในอนาคตอันใกล้นี้ แต่โดยพื้นฐานแล้วเราเชื่อว่าเมตาเวิร์สจะมาแทนที่อินเทอร์เน็ตบนมือถือ

เวนเนอร์ กล่าวว่าตั้งแต่การเริ่มต้นไตรมาส 4 ของปี 2564 ห้องปฏิบัติการเสมือนจริงจะแยกส่วนการรายงานผลออกจากกลุ่มแอปของเฟซบุ๊ก

การดัดแปลงครั้งใหม่

เครือข่ายโซเชียลมีเดียที่ใหญ่ที่สุดในโลก กำลังถูกพิจารณาจากผู้ร่างกฎหมายและหน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลก รวมถึงจากคณะกรรมาธิการว่าด้วยการค้าแห่งสหพันธรัฐ (Federal Trade Commission :FDC) ซึ่งได้ยื่นฟ้องเฟซบุ๊กในคดีต่อต้านการผูกขาด โดยอ้างว่าเป็นการต่อต้านการแข่งขัน

เอกสารแฉของอดีตพนักงาน ซึ่งถูกรายงานครั้งแรกโดยวอลล์ สตรีท ทำให้หน่วยงานเหล่านี้ตรวจสอบเฟซบุ๊กเข้มงวดขึ้น ซึ่งรวมถึงการตรวจสอบงานวิจัยภายใน และรายงานเกี่ยวกับผลกระทบของอินสตาแกรมที่มีผลต่อสุขภาพจิตของวัยรุ่น และแพลตฟอร์มของเฟซบุ๊กนั้นยุยงให้เกิดการแตกแยกหรือไม่ ตลอดจนเหตุจลาจลที่รัฐสภาสหรัฐ เมื่อวันที่ 6 มกราคม

สำหรับไตรมาส 3 เฟซบุ๊กรายงานผู้ใช้งานรายเดือน 2.91 พันล้านคน เพิ่มขึ้น 6% จากปีที่แล้ว แต่ไม่ถึงประมาณการของนักวิเคราะห์

ในการให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ ซักเคอร์เบิร์กเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของบริษัท ในการดึงดูดคนหนุ่มสาว รวมถึงการดึงดูดผ่านวิดีโอสั้นอย่าง “Reels”

ซักเคอร์เบิร์ก กล่าวว่า เรากำลังพัฒนาทีมของเราเพื่อให้บริการคนหนุ่มสาว แทนที่จะปรับให้เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุจำนวนมาก ซึ่งจะใช้เวลาเป็นปี ไม่ใช่แค่หลักเดือน ในการดำเนินการได้อย่างเต็มที่

เอกสารที่รั่วไหลออกมาแสดงให้เห็นถึงความกังวลอย่างต่อเนื่องของเฟซบุ๊กเกี่ยวกับการดึงดูดผู้ใช้ที่อายุน้อย เนื่องจากคู่แข่งอย่าง TikTok ได้รับความนิยมจากวัยรุ่น พวกเขายังแสดงให้เห็นถึงความยากลำบากของบริษัทในการจัดการกับผู้ใช้ที่สร้างหลายบัญชีบนแพลตฟอร์มของตน

เฟซบุ๊ก คาดว่ารายรับในไตรมาส 4 จะอยู่ในช่วง 31.5 พันล้านเหรียญถึง 34 พันล้านเหรียญ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์รายรับ 34.84 พันล้านเหรียญ หรือเพิ่มขึ้น 24.1% ตามฐานข้อมูลไอเบส (IBES) จาก Refinitiv บริษัทเทคโนโลยีการเงินและการจัดการความเสี่ยงระดับโลก

ชอริล แซนด์เบิร์ก รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปฏิบัติการของเฟซบุ๊ก กล่าวว่า รายได้ในไตรมาส 3 ของบริษัท ต้องเผชิญกับกฎความเป็นส่วนตัวที่เข้มงวดของแอปเปิลเช่นกัน ซึ่งทำให้แบรนด์ต่าง ๆ กำหนดเป้าหมายและวัดผลโฆษณาบนเฟซบุ๊กได้ยากขึ้น เฟซบุ๊กคาดว่า จะสามารถแก้ปัญหานี้ได้เกินครึ่งภายในสิ้นปีนี้

แฮริส อันวาร์ นักวิเคราะห์จากเว็บไซต์ Investing.com กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวของแอปเปิล ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเฟซบุ๊กแต่อย่างใด แม้ว่ารายได้และจำนวนผู้ใช้จะได้รับผลกระทบเล็กน้อยในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา แต่อำนาจการสร้างรายได้ของบริษัทยังคงไม่เปลี่ยนแปลง

รายรับรวมของบริษัท ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบด้วยการขายโฆษณา เพิ่มขึ้นเป็น 29.01 พันล้านเหรียญสหรัฐในไตรมาส 3 จาก 21.47 พันล้านเหรียญสหรัฐในปีก่อนหน้า ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ประมาณไว้ คือ 29.57 พันล้านเหรียญสหรัฐ

แซนด์เบิร์ด กล่าวว่าผู้โฆษณาของเฟซบุ๊ก ยังได้รับผลกระทบจากการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกและการขาดแคลนแรงงาน ซึ่งส่งผลกระทบต่อความต้องการโฆษณาในภาคส่วนและภูมิภาคต่าง ๆ

ทั้งนี้ เฟซบุ๊ก รายงานว่าได้ซื้อคืนหุ้น 14.37 พันล้านเหรียญสหรัฐในช่วงไตรมาส 3 และประกาศการซื้อคืนหุ้นเพิ่มอีก 50 พันล้านเหรียญสหรัฐ

เฟซบุ๊ก เรียลลิตี แล็บส์ คืออะไร ?

ข้อมูลจาก [email protected] ระบุว่า เฟซบุ๊ก เรียลลิตี แล็บส์ เป็นการรวมตัวกันของนักวิจัย นักพัฒนาและวิศวกรระดับโลก เพื่อสร้างอนาคตทางการเชื่อมต่อผ่านทางความเป็นจริงเสมือนและความเป็นจริงเสริมที่เป็นโลกเสมือนผสมผสานระหว่างความเป็นจริง

Virtual Reality (VR)

ด้วยกราฟิกล้ำสมัย ฮาร์ดแวร์ที่ดีที่สุดในระดับเดียวกัน และประสบการณ์การเรนเดอร์อย่างมีศิลปะ VR ช่วยให้เราสำรวจโลกใหม่ ท้าทายอุปสรรค และพยายามทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ และด้วยความมหัศจรรย์ของการมีอยู่ ความรู้สึกว่าคุณกำลังแบ่งปันพื้นที่เดียวกันกับผู้อื่น โดยเราสามารถทำทุกอย่างร่วมกันได้

Augmented Reality (AR)


ในขณะที่ชุดหูฟัง VR สมัยใหม่จะนำผู้คนเข้าสู่สภาพแวดล้อมเสมือนจริง 3 มิติอย่างเต็มที่ แต่ความจริงเสริมจะนำภาพที่สร้างจากคอมพิวเตอร์มาซ้อนทับกับมุมมองของคุณที่มีต่อโลก ทุกวันนี้ โดยทั่วไปแล้วจะใช้กล้องในสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรืออุปกรณ์เคลื่อนที่อื่น ๆ

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ