เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘วิทยุ-หลังสวน’ ย่านมหาเศรษฐี ‘ตระกูลใหญ่’ ผุดโปรเจ็กต์แสนล้าน
Real Estate ‘วิทยุ-หลังสวน’ ย่านมหาเศรษฐี ‘ตระกูลใหญ่’ ผุดโปรเจ็กต์แสนล้าน
เสก โลโซ x เนเน่ คอนเสิร์ตข้ามรุ่น @ราชมังฯ
Biz Movement เสก โลโซ x เนเน่ คอนเสิร์ตข้ามรุ่น @ราชมังฯ
หลบภัยหุ้น Domestic Play ผสานหุ้นเด่นรับ Golden Week-งานระดับโลก
Finance หลบภัยหุ้น Domestic Play ผสานหุ้นเด่นรับ Golden Week-งานระดับโลก
เจาะลึก ‘แมวบิน นักจัดระเบียบบ้าน’ คิวแน่นข้ามปี มองฟื้นฟูบ้านหลังน้ำลด ผ่านมิติ ‘เศรษฐกิจ-จิตวิทยา’
Interview เจาะลึก ‘แมวบิน นักจัดระเบียบบ้าน’ คิวแน่นข้ามปี มองฟื้นฟูบ้านหลังน้ำลด ผ่านมิติ ‘เศรษฐกิจ-จิตวิทยา’
‘ตลาดอสังหาฯ’ 4 จังหวัดอืดคอนโดเพชรบุรีขายหมด 19 ปี
Real Estate ‘ตลาดอสังหาฯ’ 4 จังหวัดอืดคอนโดเพชรบุรีขายหมด 19 ปี
ฝ่ายค้าน เปิดศึกไม่ไว้วางใจขุดปมทุจริต เขย่าระบอบน้ำเงิน
Politics ฝ่ายค้าน เปิดศึกไม่ไว้วางใจขุดปมทุจริต เขย่าระบอบน้ำเงิน
“อานันท์ ปันยารชุน” ย้อนรอย 35 ปี เจ้าภาพประชุม IMF–World Bank ฝ่าวิกฤตความเชื่อมั่น
Finance “อานันท์ ปันยารชุน” ย้อนรอย 35 ปี เจ้าภาพประชุม IMF–World Bank ฝ่าวิกฤตความเชื่อมั่น
“อนุทิน” มั่นใจ ศึกซักฟอก ลั่น “สาธุ” กล้าธรรม ยกมือหนุน เชื่อรัฐมนตรีทุกคนแจงได้
Politics “อนุทิน” มั่นใจ ศึกซักฟอก ลั่น “สาธุ” กล้าธรรม ยกมือหนุน เชื่อรัฐมนตรีทุกคนแจงได้
“นายกฯ” ยอมรับทำหนังสือถาม เลขา กสทช. เหตุเรียกประชุม ค้านคำสั่งศาลปกครอง
Politics “นายกฯ” ยอมรับทำหนังสือถาม เลขา กสทช. เหตุเรียกประชุม ค้านคำสั่งศาลปกครอง
ตลท.ปรับใหญ่ 8 กฎเทรดหุ้น! คุมชอร์ตเซล-ปลดล็อก HFT เริ่ม 16 พ.ย.นี้
Finance ตลท.ปรับใหญ่ 8 กฎเทรดหุ้น! คุมชอร์ตเซล-ปลดล็อก HFT เริ่ม 16 พ.ย.นี้
ดูทั้งหมด

1 มิ.ย. ดีเดย์ บังคับใช้ กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

13 พ.ค. 2565 | 17:24น.

ไม่เลื่อนแน่ 1 มิ.ย. พร้อมบังคับใช้ “พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” เดินหน้าให้ความรู้ “ประชาชน” และกระตุ้นผู้ประกอบการ สร้างมาตรฐานการจัดการข้อมูลอย่างเหมาะสม เชื่ออัพสปีดขีดความสามารถในการแข่งขันด้านเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ ตามรอย GDPR

วันที่ 13 พ.ค.2565 นายเธียรชัย ณ นคร ประธานกรรมการ คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เปิดเผยว่า พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (พ.ศ.2562) หรือ PDPA (Personal Data Protection Act (B.E.2562) จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มิถุนายน 2565 นี้แน่นอน หลังจากเลื่อนการประกาศใช้มาแล้ว 2 ปี ซึ่งหลังจากนี้จะเร่งเดินหน้าให้ความรู้ และสร้างความตระหนักในเรื่องสิทธิ์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลแก่ประชาชน และส่งเสริมให้องค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐ และเอกชน ตระหนักถึงการปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าว

สำหรับเนื้อหาหลักของกฎหมายฉบับนี้ คือการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลใดจะต้องมีการขอจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือตามที่มีการบัญญัติไว้ในกฎหมายฉบับนี้ โดยต้องมีการบอกกล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการนำข้อมูลไปใช้ และใช้ตรงตามวัตถุประสงค์ที่ระบุ

ทั้งยังให้ความสำคัญกับการให้สิทธิ “เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล” ที่สามารถขอให้เปลี่ยนแปลง แก้ไข ขอสำเนา ขอให้ลบได้ หากไม่ขัดกับหลักการหรือข้อกฎหมายใด ๆ และองค์กรที่ได้ข้อมูลส่วนบุคคลมาต้องมีมาตรการ และมาตรฐานในการบริหารจัดการดูแลข้อมูลเหล่านี้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย

“ประเทศไทยจำเป็นต้องมีพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพราะเป็นหลักสากลที่ประเทศต่าง ๆ ให้ความสำคัญ โดยเฉพาะคู่ค้าสำคัญของประเทศไทยที่ต่างนำหลักการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมาตราเป็นกฎหมายเพื่อคุ้มครองประชาชนในประเทศของตนเอง เริ่มจากสหภาพยุโรปที่มีกฎหมายชื่อ General Data Protection Regulation หรือ GDPR บังคับใช้ตั้งแต่ปี 2561 ทำให้ประเทศต่าง ๆ เริ่มมีกฎหมายลักษณะเดียวกัน เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนิเซีย ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ฮ่องกง และจีน

ขณะที่ประเทศไทยมีการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลเพิ่มมากขึ้น และองค์กรต่างๆ ยังไม่ตระหนักถึงการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลที่เก็บจากประชาชนหรือลูกค้าของตนทำให้ข้อมูลมีการรั่วไหลออกไปยังผู้ที่ไม่ประสงค์ดีต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ดังนั้นการมีกฎหมาย PDPA

นอกจากจะช่วยคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลแล้ว ยังทำให้องค์กรที่เก็บข้อมูลส่วนบุคคลต้องทบทวนถึงความจำเป็นของการเก็บ ประมวลผล และใช้ข้อมูลว่ามีความจำเป็นมากน้อยเพียงใด และต้องให้ความสำคัญกับข้อมูลส่วนบุคคลว่าได้มาอย่างไร เก็บรักษาอย่างไร และใช้อย่างไร เพื่อลดต้นทุนในการบริหารจัดการ การเก็บ ประมวลผล และใช้ รวมทั้งให้สิทธิเจ้าของข้อมูลและการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล ซึ่งจะทำให้องค์กรใช้ประโยชน์จากข้อมูลส่วนบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว

“ความเป็นสากลของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ระบุใน PDPA ยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้การทำธุรกิจที่อาศัยข้อมูลผ่านสื่อและอุปกรณ์ดิจิทัลระหว่างไทยกับประเทศต่างๆ เป็นไปโดยราบรื่น และมีฐานะที่เท่าเทียมกันมากขึ้น

และทำให้ไม่ว่าองค์กรต่างๆ ที่อยู่ต่างประเทศ หากมีการเก็บข้อมูลคนในประเทศไทย ต้องปฏิบัติตามกฎหมายฉบับนี้”

นายเธียรชัย กล่าวต่อว่าหลายองค์กรกังวลกับกฎหมายฉบับนี้ว่ามีบทลงโทษที่มากเกินไป เช่น การลงโทษทางอาญาที่มีโทษจำคุกสูงสุด 1 ปี หรือโทษทางปกครองที่ปรับได้ถึง 5 ล้านบาท และคิดว่าการลงโทษในลักษณะนี้ไม่มีในต่างประเทศ

แต่โดยข้อเท็จจริงแล้ว หลายประเทศในอาเซียนมีบทลงโทษทางอาญาเช่นกัน ส่วนโทษทางปกครอง ทางคณะกรรมการกำลังยกร่างเพื่อกำหนดโทษแบบจากเบาไปหาหนัก เพื่อไม่ให้สร้างความตระหนกแก่องค์กรต่าง ๆ มากเกินไป

“ก่อน 1 มิ.ย.นี้ คณะกรรมการฯจะทยอยประกาศกฎหมายรองที่จะทำให้เกิดความชัดเจนในการปฎิบัติ เพื่อให้องค์กรต่าง ๆ ปรับตัวเข้าสู่การใช้ PDPA ได้อย่างราบรื่น”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข้อมูลส่วนบุคคล