เจาะลึก 10 เทรนด์ อาชีพสายดิจิทัล

คอลัมน์ : Pawoot.com
ผู้เขียน : ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ

ทุกวันนี้ลองไปถามเด็กรุ่นใหม่ ๆ ว่าอยากเป็นอะไร จะพบว่าคำตอบที่ได้เปลี่ยนไปจากรุ่นผู้ใหญ่ เกิดอาชีพใหม่ ๆ เช่น ยูทูบเบอร์ โปรแกรมเมอร์ อินฟลูเอนเซอร์ เริ่มมีคำแปลก ๆ ที่ผู้ใหญ่หลายคนออกจะงงว่าคืออะไร เกิดคำถามว่าเป็นอาชีพได้หรือ เลี้ยงตัวเองได้จริงหรือเปล่า จนอาจไม่ส่งเสริมหรือสนับสนุนคนรุ่นใหม่ เพราะไม่คุ้นกับอาชีพใหม่เหล่านี้

ผมอยากพูดถึง 10 อาชีพที่เป็นเทรนด์โดยเฉพาะกับคนรุ่นใหม่ในยุคนี้

1.สายเซลส์หรือฝ่ายขาย ต้องบอกว่างานขายวันนี้ต่างจาก 10 ปีก่อนมาก เพราะต้องพ่วงคำว่าเซลส์และดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งไว้ด้วยกัน เมื่อก่อนงานขายเน้นการโทร.หรือเทเลเซลส์หรือต้องไป visit ลูกค้า แต่ปัจจุบันไปดู SMEs เดี๋ยวนี้ แทบไม่มีพนักงานขายสักคนเดียว

เพราะใช้ออนไลน์เป็นเครื่องมือ ไม่ใช้คนเป็น call center แล้ว แต่ใช้ contact center หรือ chat center แทน เพราะลูกค้าเริ่มโทร.เข้ามาหรือโทร.หาลูกค้าน้อยลง ใช้วิธีแชตไปหาลูกค้าหรือลูกค้าแชตมาทางออนไลน์มากกว่า

ใช้เครื่องมือทางออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น Facebook, LINE ทักไปหาลูกค้า ปิดการขาย โอนเงินก็ใช้ออนไลน์หมด ทุกอย่างจบที่ออนไลน์โดยไม่ต้องไปพบลูกค้าเลยด้วยซ้ำ หรือบางทีก็ใช้วิธี remote meetings กับลูกค้าแทน

คนที่จะเป็นเซลส์ดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง นอกจากต้องมีทักษะการขาย การสื่อสารแล้ว ยังต้องมีทักษะ marketing skill, technical skill มีความรู้เรื่องเทคโนโลยี, ทักษะในการเป็นที่ปรึกษาได้ บางครั้งต้องมีทักษะด้านครีเอทีฟ และ data analytics วิเคราะห์ข้อมูล รวมถึง digital presentation skill ด้วย ต้องสามารถนำเสนอโดยใช้เครื่องมือดิจิทัลได้ด้วย

ใครที่ทำงานขายตอนนี้ถึงเวลาที่ต้อง upskill เรียนรู้เพิ่มมากขึ้น หรือ reskill ปรับทักษะตัวเองให้เก่งขึ้น บางทีต้อง unskill ลืมทักษะที่เคยมีแล้วเติมอันใหม่เข้าไปแทน จะคิดแบบเดิมไม่ได้

2.digital marketing analytics เป็นอาชีพที่โตแรงมาก เพราะผสมกันระหว่าง data analytics และ digital marketing คนกลุ่มนี้ทำหน้าที่ไปหาดาต้าและวิเคราะห์ข้อมูลการตลาดออกมา เอาข้อมูลมาวิเคราะห์ insight ทำให้เราเข้าใจลูกค้า รวมถึงบางทีเอามายิงโฆษณาต่าง ๆ

เรตเงินเดือนอาชีพนี้ บางทีสูงถึง 50,000-80,000 บาท เด็กรุ่นใหม่ที่จบมาร์เก็ตติ้งมาทุกมหาวิทยาลัย ไม่ใช่มาร์เก็ตติ้งแบบเดิมอีกแล้ว เป็นมาร์เก็ตติ้งที่เสริมดิจิทัลเข้าไปทั้งนั้น



3.สาย AI และ software development เป็นสายที่ต้องมีทักษะการเขียนซอฟต์แวร์ หรือที่เรียกว่าโปรแกรมเมอร์ ตอนนี้สายโปรแกรมเมอร์เริ่มมีทักษะด้านลึกมากขึ้นคือ ด้าน AI และ machine learning สายนี้จะเริ่มเขียนโปรแกรมที่มีทักษะระดับสูงมากขึ้น

ทักษะจำเป็นที่ต้องมี อาจเป็นพวกการเขียน coding ทักษะต่อมาคือ marketing skill บางทีต้องลึกลงไปเรียกว่า deep learning ต้องเขียนโปรแกรมในเชิงลึก อาจต้องมีภาษาพวก NLP ฯลฯ ตอนนี้เด็กรุ่นใหม่ที่ไปเรียนต่อเมืองนอกหลายคนจะเรียนด้านนี้เลย เช่น สาย data science, machine learning, AI ฯลฯ ต่อไปจะกลายเป็นตำแหน่งงานที่ทุกธุรกิจต้องใช้เครื่องมือเหล่านี้

4.information technology service เป็นตำแหน่งที่เหมือนการพัฒนาซอฟต์แวร์ อย่างเมื่อก่อนเราต้องมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลเซิร์ฟเวอร์ เดี๋ยวนี้ไม่ต้องแล้ว เพราะใช้ระบบการเช่าคลาวด์ที่มีคนคอยมาดูแลให้ทั้งหมด เป็นเอาต์ซอร์ซที่คอยดูแลแทนให้ ช่วยองค์กรประหยัดเงินไปได้มาก ใช้คนแค่ 1 คนดูแลแทนให้

5.data analyst สายวิเคราะห์ข้อมูลโดยเฉพาะ เดี๋ยวนี้ตามเว็บหางานจะมีตำแหน่งพวกนี้ให้เห็นมากขึ้น เงินเดือนเริ่มต้น 40,000 บาทขึ้นไป ถ้ามีประสบการณ์มากกว่า 5 ปีขึ้นไปเงินเดือนเป็นแสนเลยทีเดียว ฉะนั้นใครที่อยู่สายบัญชีหรือสายที่ต้องวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ

ผมอยากให้คุณไปเติม ไปเรียนรู้ ไปอัพสกิลของคุณ เช่น เป็นนักบัญชีก็ไปเติมความรู้ใหม่ ๆ เข้ามาให้กลายเป็น data analyst หรือ accounting analyst ได้

6.data scientist นักวิทยาศาสตร์ด้านข้อมูล ทำหน้าที่วิเคราะห์ข้อมูลโดยสร้างข้อมูลเป็นโมเดลขึ้นมา เริ่มจาก data analyst ที่ไปหาข้อมูลเอามากองไว้ แล้ว data scientist จะนำข้อมูลมาวิเคราะห์ เอามา predictive หรือคาดการณ์ข้อมูลจากปัจจัยทั้งภายในและภายนอกว่าจะเป็นอย่างไร ปรับกระบวนการการทำงานต่าง ๆ หาเครื่องมือทำให้เป็น automation

ถ้ามีประสบการณ์ 1-5 ปี เงินเดือนกลุ่มนี้จะประมาณ 35,000-40,000 บาท ถ้าประสบการณ์ 5 ปีขึ้นไปอาจขึ้นถึง 80,000 บาทเลยทีเดียว นี่เป็นข้อมูลจาก Adecco บริษัทที่ทำเกี่ยวกับการวิเคราะห์เรื่องงาน

7.organization และ management คือ สายงานบริหาร เป็นสายงานด้านการเข้าใจเรื่ององค์กร

8.data digital transformation consultant เราได้ยินเรื่องความต้องการที่จะทรานส์ฟอร์เมชั่น ดังนั้นจึงมีตำแหน่งที่ปรึกษาเกิดขึ้น คนกลุ่มนี้จะเข้าไปช่วยดูช่วยวิเคราะห์ วางกลยุทธ์ ทำ digital journeys คอยเป็นที่ปรึกษาให้กับธุรกิจ

ทำให้งานในองค์กรหรือลูกค้าสะดวกสบายขึ้น อาชีพนี้เริ่มมีมากขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนที่จะปรับองค์กรเข้าสู่ดิจิทัลควรเอาคนกลุ่มนี้มาคุย เข้าเพื่อปรับองค์กรก่อนนำตำแหน่งอื่น ๆ เข้ามาในองค์กร

9.general business operation manager เป็นคนที่คอยดูโอเปอเรชั่นในองค์กร คอยดู work flow หรือทำงานของแต่ละแผนก เป็นคนช่วย cross หรือผ่าตรงกลางของทุกแผนก เป็นคนคอยเคลียร์ทุก ๆ ปัญหาทำให้งานเดินหน้า และ work flow มากขึ้น

เป็นตำแหน่งที่ใหม่ บางคนเรียกว่า project management office หรือ PMO มีหน้าที่ มีดาบอาญาสิทธิ์ที่ทุกคนต้องฟัง โดยเฉพาะองค์กรใหญ่ต้องมีคนลักษณะนี้ที่ต้องคอยดูแลด้าน project management

10.organization development specialist อารมณ์เหมือน HR ยุคใหม่ เป็นคนคอยดูว่าจะพัฒนาคนในองค์กรให้เก่งขึ้นได้อย่างไร เช่น จะใช้เครื่องมืออะไร เดี๋ยวนี้การพัฒนาคนในองค์กรเริ่มเป็นรายบุคคลมากขึ้น เป็นการสอนแบบ 1 ต่อ 1 หรือใช้การอบรมแบบ e-Learning ฯลฯ ทำแบบสอบถามเพื่อประเมินการนำมาใช้ต่าง ๆ ฯลฯ


นี่คือ 10 อาชีพในอนาคตที่น่าสนใจ วันนี้ผมเริ่มเห็นหลายองค์กรเริ่มเปลี่ยนแปลง ขยับตัวเองให้กระฉับกระเฉง มีทีมเล็กลง เริ่มแคบเริ่มแบนลง ทำให้การทำงานในองค์กรเร็วขึ้น ท่านที่เป็นผู้บริหารถึงเวลาที่จะต้องกลับมาดูว่าจะเขย่าองค์กรของคุณอย่างไรให้เหมาะสมกับการทำงานในยุคนี้ที่ทุกอย่างเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงครับ

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ