เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

“มหาสงกรานต์” ตะวันออก กางแผน 21 วัน 9 จังหวัด สะพัดหมื่นล้าน

07 เม.ย. 2567 | 18:05น.
Songkran

Songkran

สงกรานต์ปีนี้ รัฐบาล โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เตรียมจัดงานเฉลิมฉลองยิ่งใหญ่ หลังองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ประกาศขึ้นทะเบียน “สงกรานต์ในประเทศไทย” อยู่ในรายการบัญชีตัวแทนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ

โดย ททท.กำหนดจัดงานถึง 21 วัน ตั้งแต่วันที่ 1-21 เมษายน 2567 ซึ่งหลายจังหวัดเตรียมการจัดงานกันอย่างยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคตะวันออก 9 จังหวัด

เที่ยว 21 วันสะพัดกว่าหมื่นล้าน

นายสมชาย ชมภูน้อย ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในเทศกาลมหาสงกรานต์ 9 จังหวัดของภาคตะวันออก 4 เมืองหลัก คือ ชลบุรี สมุทรปราการ ระยอง ฉะเชิงเทรา และ 5 เมืองรอง จันทบุรี ตราด สระแก้ว ปราจีนบุรี นครนายก ต่างชูอัตลักษณ์ ทำ Content Marketing เพื่อสร้างจุดขายกระตุ้นให้มีการเดินทางตลอดเดือนเมษายน สงกรานต์ของภาคตะวันออก จะรองรับสงกรานต์ต่อจากถนนข้าวสาร กรุงเทพฯ

ตั้งแต่วันที่ 13-15 เมษายน เริ่มจาก “สมุทรปราการ” สงกรานต์มอญที่พระประแดง มีประเพณีแห่หงส์-ธงตะขาบ อัตลักษณ์ไทย-รามัญพระประแดง

“ชลบุรี” จะเป็นประเพณีวันไหลวันที่ 11-23 เมษายน ที่จัดในตัวเมืองชลบุรี และไหลไปหลายสถานที่ เช่น พนัสนิคม เกาะโพธิ์ บางแสน นาเกลือ พัทยา บางพระ เกาะสีชัง พัทยา บางเสร่ บ้านบึง มีกิจกรรมต่าง ๆ ประเพณีแห่งพระพุทธสิหิงค์ ปีนี้เกาหลีใต้

นำโคลนที่ใช้ทำเครื่องสำอางมาร่วมงานประเพณีก่อพระทรายวันไหลวันที่ 16-17 เมษายน ก่อพระเจดีย์ทรายที่บางแสน ประเพณีแห่พญายม สงกรานต์บางพระ และประเพณีอุ้มสาวลงน้ำและสงกรานต์เกาะสีชัง Unseen New Chapters ของ ททท.เป็นประเพณี จึงต้องขออนุญาตอุ้มสาวลงน้ำทะเล ช่วงอุ้มมีการอวยพรให้ กุศโลบายที่ประหยัดน้ำที่จะนำมาเล่นสาดกันเพราะเกาะสีชังอยู่กลางทะเล และต่อด้วยงานสงกรานต์ศรีมหาราชาประเพณีกองข้าว

“ระยอง” ส่วนใหญ่อยู่ชายหาดแหลมเจริญ ใช้ชื่อ “สงกรานต์ออนเดอะบีช” และมีสงกรานต์วันไหลอำเภอต่าง ๆ

“จันทบุรี” มีสงกรานต์กลางคืน “อาบน้ำพระจันทร์ สงกรานต์ราตรี วิถีจันท์” เพื่อผ่อนคลายภาวะโลกร้อนเป็นสงกรานต์ยามค่ำคืน เป็นแห่งแรก เป็นจุดขายใหม่ และมีประเพณีชักเย่อเกวียนพระบาท เป็นกิมมิก ตราด มีเกาะ 50 เกาะ เดือนเมษายนมีนักท่องเที่ยวพักเต็มเกาะอยู่แล้ว ทั้งเกาะช้าง เกาะกูด เกาะหมาก และที่เกาะช้างมีงานวันไหล

เป็นที่มา “สงกรานต์ติดเกาะ” บนฝั่ง วันที่ 12-13 เมษายน มีสงกรานต์วัดบุปผาราม และชุมชนรักษ์คลองบางพระ จัดงานสืบสานประเพณีไทย วิถีคนตราด และมีงาน เฮฮา มหาสงกรานต์สระสีเสียด จัดพื้นที่ให้การเล่นน้ำสนุกสนาน ปลอดภัยไร้แอลกอฮอล์

ส่วน “ฉะเชิงเทรา” ใกล้ ๆ กรุงเทพฯ มี “สงกรานต์มหาเทพ” เพราะมีพระพุทธโสธร พระพิฆเนศรูปนั่ง นอน ยืน เทพเจ้าแห่งความสำเร็จ และท้องมังกรที่วัดเล่งฮกยี่ เพื่อขอพร แก้ปีชง

“นครนายก” เรียกว่า “สงกรานต์ติดดาว” มีการประยุกต์พิธีกรรม “สูดเสื้อสูดผ้าของไทยพวน” ใช้เสื้อผ้าใหม่ในขบวนแห่ โดยปรับนำดาวไปติดเสื้อผ้าใหม่ด้วย เพื่อที่สาว ๆ จะหวังสอยดาว

“ปราจีนบุรี” เมืองสมุนไพรอภัยภูเบศร สงกรานต์ที่ประจันตคาม จะใช้น้ำสมุนไพรเล่นน้ำ อาบน้ำ เพื่อสุขภาพ เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว Wellness Tourism ที่กำลังมาแรง

และ สระแก้ว เป็นสงกรานต์สองแผ่นดิน โดยด้านอรัญประเทศติดกัมพูชา มีผู้คนข้ามไป-มาหาสู่กันอยู่แล้ว ให้มาสนุกสนานกับงานสงกรานต์ร่วมกัน คาดเดือนเมษายนรายได้รวม 15,000 ล้านบาท อัตราการจองห้องพัก 70%

Songkran

เทศกาลสงกรานต์ภาคตะวันออก 9 จังหวัด มีคอนเทนต์มาร์เก็ตติ้งจุดขายแต่ละจังหวัดมีความแตกต่างกัน พยายามให้นักท่องเที่ยวกระจายตัวเดินทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงทั้ง 9 จังหวัด เพราะการเดินทางไม่ไกลกัน สามารถท่องเที่ยวเทศกาลสงกรานต์ได้ตลอดเดือนเมษายน โดยเฉพาะสวนนงนุชเปิดรับนักท่องเที่ยวให้เล่นน้ำสงกรานต์ทุกวันตลอดเดือนเมษายน

ช่วงสงกรานต์อัตราการจองที่พักประมาณ 70-80% เมืองหลักแถบชายทะเล พัทยา ระยอง ตามเกาะต่าง ๆ และเกาะช้าง จ.ตราด ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่มาพักผ่อนอยู่แล้ว ส่วนนักท่องเที่ยวไทยจะเข้ามาเติมเต็มเมืองรอง

นักท่องเที่ยวต่างประเทศตอนนี้จะมี ยุโรป และกลุ่มเอเชีย จีน อินเดีย เวียดนาม เกาหลี ญี่ปุ่น ลาว ที่นิยมเล่นสงกรานต์ เช่น อินเดีย เดือนมีนาคมเข้ามาเล่นสงกรานต์สาดสีที่พัทยา นักท่องเที่ยวลาวตอนนี้เพิ่งทำ Fam Trip เปิดเที่ยวบินเส้นทางปฐมฤกษ์ สุวรรณเขต-ภาคตะวันออก ต่อไปจะมีบินตรงมาลงที่สนามบินอู่ตะเภา เทศกาลสงกรานต์เป็น กลุ่มนักท่องเที่ยวไทยยังเป็นหลักและตรงกับช่วงปิดเทอม

ไทยปีแรกที่ได้รับการยกย่องขึ้นทะเบียนมรดกโลกจากยูเนสโก สงกรานต์คือ Soft Power คาดหวังว่า หลังวันที่ 13-15 ถึงสิ้นเดือนเมษายน จะทำให้มีการเดินทางท่องเที่ยว ขยายวันพัก การใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ต่อจากนี้ ททท.จะทำการตลาดตามเทรนด์โลก คือ การท่องเที่ยวที่ยั่งยืน ปลอดภัย เรียนรู้ประสบการณ์ โดยเฉพาะความเป็นสยามเมืองยิ้ม

“ช่วงเทศกาลมหาสงกรานต์เดือนเมษายน คาดการณ์ว่าจะมีการเดินทางเข้าท่องเที่ยว 4 ล้านคน มากกว่าปี 2566 กว่า 50% ที่มีระยะเวลาสั้น ๆ และมีรายได้รวม 15,000 ล้านบาท อัตราการเข้าพักโดยเฉลี่ย 70% จากตัวเลขห้องพักประมาณ 140,000 ห้อง เป็นไปตามเป้าหมาย เมืองหลักจะทำรายได้สูง พัทยาถือว่าเป็นแม็กเนตสำหรับการตลาดของ ททท.ภูมิภาคตะวันออก เป็นแบรนด์ในแผนที่โลก ส่วนเมืองรอง จ.จันทบุรี ถือว่ามาแรงที่จะก้าวขึ้นสู่เมืองหลัก เป็นเมืองที่มีความพร้อม มีเสน่ห์ มีศักยภาพ ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ YEC ที่เข้มแข็ง” นายสมชายกล่าว