จีน-ยุโรปดีลซื้อโรงแรม 5 ดาว สบช่องกดราคา “ภูเก็ต-สมุย”

แฟ้มภาพ

พิษโควิด-19 ทุบธุรกิจโรงแรมไม่หยุด ระดับ 4-5 ดาว เฉียดหมื่นล้านยังเดี้ยง “ภูเก็ต-เกาะสมุย-พัทยา” ประกาศขายผ่านเว็บอื้อ เผยกองทุนต่างชาติจีน-ยุโรป ส่งตัวแทนนายหน้าสแกนรายโปรเจ็กต์ เล็งกว้านซื้อ สบช่องกดราคาแหลก ดีลซื้อขายไม่จบ เจ้าของโรงแรมภูเก็ต-พัทยาวอนรัฐอุ้ม

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า แม้การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ภายในประเทศจะคลี่คลาย แต่สถานการณ์เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจภายในประเทศ กับโควิด-19 หลายประเทศทั่วโลกที่ยังแพร่ระบาดรุนแรง ทำให้ภาคการท่องเที่ยว โรงแรม ยังได้รับผลกระทบต่อเนื่อง ล่าสุดจากการสำรวจพบว่า มีผู้ประกอบการประกาศขายโรงแรมผ่านทางเว็บไซต์ สื่อโซเชียล สื่อสิ่งพิมพ์ ติดป้ายประกาศขายในพื้นที่จำนวนมาก

อย่างเว็บไซต์ ddproperty.co.th พบว่า ในพื้นที่เชียงใหม่ ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย) และชลบุรี (พัทยา) เฉพาะช่วงเดือน ต.ค. 2563 มีการประกาศขายโรงแรม รีสอร์ต เกสต์เฮาส์ และวิลล่ามากถึง 98 แห่ง โดยเฉพาะโรงแรมระดับ 4-5 ดาว ระดับ 1,000 ล้านบาท ถึงกว่า 7,000 ล้านบาท จากก่อนหน้านี้จะบอกขายผ่านนายหน้ารายใหญ่ หรือใช้วิธีบอกต่อแบบปากต่อปาก แต่ในภาวะวิกฤตโควิด-19 ซึ่งธุรกิจโรงแรมทั่วประเทศต่างประสบปัญหา ทำให้หลายโรงแรมหันมาประกาศขายผ่านเว็บไซต์ เพราะต้องการสื่อให้นักธุรกิจนักลงทุนที่สนใจทราบในวงกว้าง

โดย จ.เชียงใหม่ มีโรงแรมประกาศขายรวม 27 แห่ง ภูเก็ต 28 แห่ง เกาะสมุย 9 แห่ง พัทยา 34 แห่ง ราคาตั้งแต่ 50-7,500 ล้านบาทขึ้นไป แบ่งเป็นระดับราคา 50-100 ล้านบาท มีเชียงใหม่ 15 แห่ง ภูเก็ต 4 แห่ง เกาะสมุย 1 แห่ง พัทยา 8 แห่ง รวม 28 แห่ง ราคา 100-500 ล้านบาท เชียงใหม่ 11 แห่ง ภูเก็ต 6 แห่ง เกาะสมุย 5 แห่ง พัทยา 18 แห่ง รวม 40 แห่ง ราคา 500-1,000 ล้านบาท เชียงใหม่ 1 แห่ง ภูเก็ต 4 แห่ง เกาะสมุย 2 แห่ง พัทยา 3 แห่ง รวม 10 แห่ง ราคา 1,000-2,500 ล้านบาท ภูเก็ต 7 แห่ง เกาะสมุย 1 แห่ง พัทยา 4 แห่ง รวม 12 แห่ง ราคา 2,500 ล้านบาทขึ้นไป ภูเก็ต 7 แห่ง พัทยา 1 แห่ง รวม 8 แห่ง

ยกตัวอย่าง หาดป่าตอง จ.ภูเก็ต ประกาศขาย Wua Lai Boutique Hotel Chiang Mai ระดับ 4 ดาว มูลค่า 85 ล้านบาท, ภูเก็ต ประกาศขาย The Lantern Resorts Patong ระดับ 4 ดาว มูลค่า 1,000 ล้านบาท, Katina Hotel ระดับ 3 ดาว มูลค่า 850 ล้านบาท เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ประกาศขาย Nova Gold Hotel Pattaya ระดับ 3 ดาว มูลค่า 225 ล้านบาท, Novotel Pattaya Modus Beachfont Resort ระดับ 5 ดาว มูลค่า 1,800 ล้านบาท เป็นต้น

Hostel เชียงใหม่ขายอื้อ

นางละเอียด บุ้งศรีทอง นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือ เปิดเผยว่า ธุรกิจโรงแรมในเชียงใหม่ยังอยู่ในภาวะต้องประคองตัวให้รอด แม้การท่องเที่ยวเริ่มดีขึ้นมาบ้าง แต่ไม่ได้ทำให้ผู้ประกอบการสามารถอยู่ได้ เมื่อเทียบกับรายจ่ายประจำที่เป็นต้นทุนคงที่ (fixed cost) ส่งผลให้โรงแรมหลายแห่งต้องปิดกิจการลง ผู้ประกอบการรายเล็ก ๆ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจ hostel ประกาศขายกิจการเป็นจำนวนมาก เนื่องจากนักท่องเที่ยวกลุ่มหลักของเชียงใหม่ คือ ชาวต่างชาติ ไม่เดินทางเข้ามา รายไหนสายป่านไม่ยาวพอก็ไม่สามารถแบกภาระต้นทุนต่อได้ พบว่าโรงแรมที่เริ่มมีการประกาศขายในช่วงเวลานี้ ส่วนใหญ่เป็นโรงแรมในลักษณะ hostel และ boutique ซึ่งทั้ง 2 กลุ่มนี้คาดว่ามีมากกว่า 600 แห่งในเชียงใหม่

นางวัชราภรณ์ จงเผ่าพันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด โรงแรมเชียงใหม่ ออคิด กล่าวว่า สถานการณ์ธุรกิจโรงแรมในเชียงใหม่ยังอยู่ในภาวะลำบาก ในส่วนของโรงแรมเชียงใหม่ ออคิด ได้เลิกจ้างพนักงานแล้ว 50% จากเดิมมีพนักงาน 183 คน เหลือไม่ถึง 90 คน เนื่องจากไม่สามารถแบกต้นทุนค่าใช้จ่ายได้ ปัจจุบันอัตราการเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ราว 10-15% เท่านั้น

นอกจากนี้พบว่า เริ่มมีการปิดกิจการของโรงแรมในรูปแบบ hostel หลายแห่ง โดยเฉพาะย่านถนนนิมมานเหมินทร์ ซึ่งเป็นย่านที่มีการลงทุนธุรกิจ hostel มากที่สุดนับพันห้อง และกลุ่มลูกค้าหลักคือ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติโดยเฉพาะชาวจีน เท่าที่ประเมินมีการประกาศขายกิจการ hostel แล้วราว 80%

รร.พัทยาหวั่นต่างชาติกว้านซื้อ

นายพิสูนจ์ แซ่คู นายกสมาคมโรงแรมภาคตะวันออก เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เมืองพัทยาตอนนี้เริ่มมีการประกาศขายโรงแรมเช่นเดียวกัน หลายแห่งมีนักทุนต่างชาติเข้ามาสอบถามราคา เพราะทราบว่าภาพรวมธุรกิจโรงแรมกำลังแย่ หากต้องการลงทุนก็ต้องอาศัยช่วงนี้ซื้อโรงแรมในประเทศไทย ซึ่งผู้ประกอบการโรงแรมที่ประกาศขายส่วนใหญมองว่า หากมีนักทุนสนใจและเสนอซื้อในราคาที่พอใจจะยอมขายทิ้ง แต่ส่วนใหญ่อยู่ระหว่างเจรจาต่อรองราคา ยังไม่เห็นภาพโรงแรมเปลี่ยนมือชัดเจน และในอนาคตจะเห็นการประกาศขายกันมากขึ้น

ปัจจุบันโรงแรมในเมืองพัทยาเปิดให้บริการ 60% ยังปิดให้บริการอีก 40% ที่เปิดให้บริการส่วนใหญ่เป็นโรงแรมขนาดใหญ่ ส่วนโรงแรมขนาดเล็กแข่งขันราคาไม่ได้ เพราะขณะนี้การแข่งขันทางการตลาดสูง รายใหญ่ลดราคาห้องพักลงมา ตอนนี้อัตราการเข้าพักมีอยู่ประมาณ 30% จะให้ธุรกิจอยู่ได้ต้องมีอัตราการเข้าพักไม่ต่ำกว่า 50%

โรงแรม 4-5 ดาวป่าตองเร่ขาย

สำหรับในภาคใต้ นายก้องศักดิ์ คู่พงศกร นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ เปิดเผยว่า มีโรงแรมล้มหายตายจากไปแล้ว 30-40% ส่วนใหญ่เป็นโรงแรมขนาดกลาง และขนาดเล็กที่เช่าทำธุรกิจ โดยผู้เช่าถอนตัวและยอมให้ยึดเงินมัดจำ ให้พนักงานออกจากงาน กลุ่มพวกนี้มีจำนวนมาก แต่ไม่มีการเก็บตัวเลข นอกนั้นมีการเปลี่ยนมือกันบางส่วน ซึ่งมีเจ้าสัวรายใหญ่ของไทยเข้ามาเลือกซื้อเฉพาะทำเลดี ๆ ตามที่เป็นข่าว รวมทั้งมีนายทุนต่างชาติทั้งจีน และยุโรปสนใจสอบถามผ่านตัวแทนนายหน้าด้วย แต่ยังไม่เห็นรูปธรรมที่เจรจากันได้สำเร็จ

“คิดว่าโรงแรมหลายแห่งใช้วิกฤตครั้งนี้ประกาศขายผ่านเว็บไซต์ โดยไม่ต้องหลบซ่อน เพราะประสบปัญหากันถ้วนหน้า ยกตัวอย่างโรงแรมระดับ 4-5 ดาว ประกาศขายมี 7-8 แห่ง แต่ราคาบอกขายไม่ได้ลดลงมาก อย่างโรงแรมในป่าตอง 2-3 แห่ง ประกาศขาย 2,000-3,000 ล้านบาท ยังเป็นราคาที่มีกำไร อยากให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือโดยเฉพาะเรื่องการพักชำระหนี้เงินต้น 3 ปี ลดดอกเบี้ยเหลือ 2% รอให้ธุรกิจท่องเที่ยวฟื้นกลับมา และช่วยเหลือโรงแรมในพื้นที่อันดามัน”

ปัจจุบันโรงแรมภูเก็ตมีประมาณ 3,500 แห่ง มีห้องพักทั้งหมด 150,000 ห้อง มีโรงแรมเปิดให้บริการ 20% ห้องพักไม่เกิน 20,000 ห้อง อัตราการเข้าพักเฉลี่ย 20% โรงแรมขนาดใหญ่ส่วนใหญ่ยังปิดตัวอยู่ แต่โรงแรมขนาดใหญ่ถือเป็นโรงแรมที่มีศักยภาพพร้อมที่จะเปิดให้บริการถ้าเศรษฐกิจฟื้นกลับมาเหมือนเดิม

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ