น้ำท่วม 7 จังหวัดภาคใต้ กระทบ 1.2 หมื่นครัวเรือน ปภ. เร่งระบายน้ำ
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานอุทกภัย 7 จังหวัดภาคใต้ พบกระทบ 1.2 หมื่นครัวเรือน เร่งลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย ช่วยเหลือประชาชน
วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานสถานการณ์อุทกภัยภาคใต้รวม 7 จังหวัด เมื่อวันที่ 24-27 กุมภาพันธ์ 2565
ประกอบด้วย จังหวัด นราธิวาส ยะลา นครศรีธรรมราช พัทลุง ปัตตานี สงขลา และตรัง รวม 30 อำเภอ 127 ตำบล 440 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 12,129 ครัวเรือน ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต
ขณะที่ภาพรวมสถานการณ์ระดับน้ำลดลงทุกจังหวัด ซึ่ง ปภ.ได้ร่วมกับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่สำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง โดยมีรายละเอียดแต่ละจังหวัด ดังนี้
1. จังหวัดนราธิวาส เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่ 8 อำเภอ ได้แก่ อำเภอรือเสาะ อำเภอแว้ง อำเภอศรีสาคร อำเภอยี่งอ อำเภอสุคิริน อำเภอจะแนะ อำเภอระแงะ และอำเภอสุไหงโก-ลก รวม 32 ตำบล 108 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 4,264 ครัวเรือน
2. จังหวัดยะลา เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่ 6 อำเภอ ได้แก่ อำเภอรามัน อำเภอเมืองยะลา อำเภอยะหา อำเภอกรงปีนัง อำเภอบันนังสตา และอำเภอธารโต รวม 43 ตำบล 184 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 4,810 ครัวเรือน
3. จังหวัดนครศรีธรรมราช เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอปากพนัง อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช อำเภอชะอวด และอำเภอจุฬาภรณ์ รวม 8 ตำบล 22 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 730 ครัวเรือน
4. จังหวัดพัทลุง เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอควนขนุน อำเภอเขาชัยสน อำเภอบางแก้ว และอำเภอกงหรา รวม 15 ตำบล 42 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 576 ครัวเรือน
5. จังหวัดปัตตานี เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ 6 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองปัตตานี อำเภอแม่ลาน อำเภอหนองจิก อำเภอโคกโพธิ์ อำเภอทุ่งยางแดง และอำเภอสายบุรี รวม 27 ตำบล 81 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,730 ครัวเรือน
6. จังหวัดสงขลา เกิดน้ำท่วมในอำเภอสะบ้าย้อย รวม 1 ตำบล 1 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 7 ครัวเรือน
7. จังหวัดตรัง เกิดน้ำท่วมในอำเภอนาโยง รวม 1 ตำบล 2 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 12 ครัวเรือน
ปัจจุบันสถานการณ์ภาพรวมระดับน้ำลดลงทุกจังหวัด สำหรับการแก้ไขปัญหาและให้การช่วยเหลือประชาชน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยทหารในพื้นที่ อปท. อปพร.อาสาสมัคร มูลนิธิ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง
พร้อมนำเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการและเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัย เช่น เรือ รถไฟฟ้าส่องสว่าง สะพานแบรีย์ เครื่องสูบน้ำ เร่งระบายน้ำท่วมขังในทุกพื้นที่ รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่สำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง
ทั้งนี้ ประชาชนสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM และสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง