สยามแม็คโคร โชว์กำไรไตรมาส 2 โต 20% รับธุรกิจค้าปลีกเริ่มฟื้น

แม็คโคร ฟู้ดเซอร์วิส

กลุ่มธุรกิจแม็คโคร เผยผลประกอบการครึ่งปีโตทั้งแม็คโคร โลตัส หลังปรับตัวเพิ่มอาหารสด ขยายสาขาไทย-ไทศ ขณะที่ยอดขาย O2O โตกว่า 141% รับกำลังซื้อเริ่มฟื้น

วันที่ 9 สิงหาคม 2565 นายธานินทร์ บูรณมานิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจแม็คโคร เปิดเผยว่า ไตรมาสสองของปี 2565 กลุ่มธุรกิจแม็คโคร ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว ทำให้กลุ่มค้าส่งแม็คโครเติบโตได้จากธุรกิจร้านอาหาร โรงแรมที่กลับมาฟื้นตัว

ประกอบกับการเติบโตของยอดขายจากทั้งสาขาเดิม และการเปิดสาขาใหม่ทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะแม็คโคร กัมพูชา ที่มีผลประกอบการเป็นบวกมาหลายไตรมาส รวมถึงธุรกิจฟู้ดเซอร์วิสที่ปรับตัวดีขึ้น

ธานินทร์ บูรณมานิต

ส่วนกลุ่มค้าปลีกโลตัส กลับมาเติบโตจากการที่สามารถเปิดให้บริการศูนย์การค้าได้ตามปกติ การรีแบรนด์สาขา การพัฒนาสินค้าอาหารสด รวมทั้งการเปิดตัวแพลตฟอร์มจัดจำหน่ายออนไลน์ “โลตัส สมาร์ท แอปพลิเคชั่น”

ทำให้บริษัทมีรายได้รวมในไตรมาสสอง 118,463 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 115.6% และมีกำไรสุทธิ 1,573 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.2% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ครึ่งปีแรกมีรายได้รวมทั้งสิ้น 229,680 ล้านบาท กำไรสุทธิ 3,623 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 19.9% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

สำหรับยุทธศาสตร์ที่ผลักดันให้ธุรกิจค้าส่งค้าปลีกเติบโต ประกอบด้วย

จุดแข็งของอาหารสดที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าผู้ประกอบการและลูกค้าทั่วไป ด้วยสินค้าที่หลากหลาย ในราคาที่คุ้มค่า โดยปี 2565 ที่ผ่านมา “โลตัส” มีการพัฒนาสินค้าอาหารสดเพิ่มขึ้น ส่งผลให้มียอดขายสินค้าประเภทอาหารสดในไตรมาสสองเติบโตถึง 14%

รวมถึง O2O การขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ยังมีแนวโน้มเติบโตได้ดี ตามการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค จะเห็นได้จากที่แพลตฟอร์ม แม็คโครคลิก มีการเติบโต และในช่วงที่ผ่านมา แม็คโครยังได้เปิดตัวแพลตฟอร์ม “maknet” B2B Marketplace ด้านโลตัส ได้สร้าง Online Grocery แพลตฟอร์ม หรือบริการสั่งซื้อของสดออนไลน์ ซึ่งการเติบโตของช่องทาง O2O เป็นสัญญาณบวก เพิ่มโอกาสในการสร้างยอดขาย ทำให้ยอดขายออนไลน์ของโลตัสประเทศไทย เติบโตเพิ่มขึ้นถึง 141.9% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน

นอกจากนี้ ยังได้ขยายสาขาทั้งในและต่างประเทศเพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าทั้ง B2B และ B2C แล้ว พร้อมใช้ศักยภาพเข้าไปช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากผ่านโครงการแพลตฟอร์มแห่งโอกาส ให้ทั้ง SME และเกษตรกรรายย่อย

Advertisement

ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ Economic Intelligence Center (EIC) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจค้าปลีกในปี 2565 จะกลับมาขยายตัวอยู่ที่ราว 11% คิดเป็นมูลค่า 3.45 ล้านล้านบาท จากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรค การเพิ่มขึ้นของรายได้ภาคเกษตร และการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว ทำให้ภาพรวมธุรกิจค้าส่งค้าปลีกมีแนวโน้มเติบโต และเข้าสู่การฟื้นตัวเต็มรูปแบบ

โลตัส