เซเว่นฯเดินเกม “รุกฆาต” ปูพรมสาขาบิ๊กไซซ์…กุญแจเพิ่มรายได้

7-11

ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2565 ไปเป็นที่เรียบร้อย สำหรับบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) เจ้าตลาดร้านสะดวกซื้อ “เซเว่นอีเลฟเว่น” ที่แม้จะเป็นโลว์ซีซั่นของธุรกิจค้าปลีก แต่ก็สามารถเติบโตได้อย่างสวนกระแส

บริษัท ซีพี ออลล์ แจ้งผลการดำเนินงานต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ (11 พ.ย.) ว่า มีรายได้รวม 213,808 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 64% สาเหตุมาจากรายได้ของธุรกิจร้านสะดวกซื้อ และธุรกิจค้าส่งค้าปลีก แม็คโคร ที่เติบโตดีขึ้น รวมถึงการรับรู้รายได้ของธุรกิจโลตัสส์ ซึ่งได้ปัจจัยบวกอย่างต่อเนื่องจากการเปิดประเทศ การกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจ การบริโภคภายในประเทศปรับตัวดีขึ้น

และมีกำไรสุทธิ 3,677 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 146% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน

ขณะที่ผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกของปี 2565 มีรายได้รวม 627,195 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 56% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 10,134 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 61% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ส่วนการดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจร้านสะดวกซื้อ หรือเซเว่นอีเลฟเว่น ช่วงไตรมาส 3 มีการเปิดสาขาใหม่ 227 สาขา ทำให้ ณ สิ้นไตรมาส 3 เซเว่นฯมีจำนวนสาขาทั่วประเทศ 13,660 สาขา และสำหรับช่วงเวลาที่เหลืออยู่ เซเว่นฯยังมีแผนจะเดินหน้าพัฒนาช่องทางจำหน่ายอย่างต่อเนื่องทั้งออฟไลน์และออนไลน์

ตารางเซเว่น

“โรดแมป” ย้ำเจ้าตลาด

“ปัณฑารีย์ นันทนาคม” ผู้จัดการฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ ร่วมกับ “จิราพรรณ ทองตัน” ผู้จัดการทั่วไปอาวุโส สำนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) กล่าวในงาน Opportunity Day (24 พ.ย.) ว่า 9 เดือนแรกที่ผ่านมา บริษัทได้เปิดไปสาขาไปแล้วรวม 526 สาขา หรือประมาณ 75% ของเป้า 700 สาขา และมั่นใจว่าจะเป็นไปตามเป้าแน่นอน ในไตรมาส 4 นี้ ส่วนปีหน้า 2566 บริษัทยังคงมีวางแผนจะเปิดสาขาใหม่เพิ่มประมาณ 700 สาขา ภายใต้งบฯการลงทุนประมาณ 11,000-12,000 ล้านบาท

โดยการเปิดสาขาใหม่ดังกล่าวจะเน้นการเปิดสาขาหรือร้านที่มีขนาดใหญ่ขึ้น หรือสแตนด์อะโลน ที่มีพื้นที่สำหรับจอดรถด้านหน้าร้าน เรื่องที่จอดรถ วัตถุประสงค์หลักคือ การเพิ่มหรือการอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าที่ขับรถ จอดรถแล้วก็ซื้อของเป็นแพ็กใหญ่ ๆ กลับไป

กลยุทธ์นี้นอกจากจะเป็นปัจจัยที่จะสนับสนุนในแง่ของยอดขายที่ดีแล้ว ยังจะสามารถซัพพอร์ตแผนงานต่าง ๆ ในอนาคตได้ด้วย ธุรกิจใหม่ ๆ คือ EV ชาร์จจิ้ง หรือสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งในอนาคตอันใกล้ หลัก ๆ ก็คงจะเป็นเรื่องของการทดลองทำไปเรื่อย ๆ หลัก ๆ ก็เพื่อสนับสนุนในเรื่องของความยั่งยืน (sustainability) และเป็นการใช้ fixed asset ที่มีอยู่ให้เกิดรายได้

นอกจากนี้ ในอนาคตจะเน้นเรื่องอาหารปรุงสดมากขึ้น ที่ผ่านมาเริ่มมีแล้วหลาย ๆ ร้าน เช่น พิซซ่าอบสด ข้าวหน้าไข่ข้น ฯลฯ จะเข้ามาเสริม ชงสด ก็คือ ออลล์ คาเฟ่ และในอนาคตหลาย ๆ สาขาอาจจะเริ่มเห็นมีผลไม้ที่เป็นแพ็กใหญ่ อันนี้ก็จะเป็นหลาย ๆ สิ่งที่เกิดจากการมองโอกาสจากการที่มีร้านใหญ่ขึ้น

Advertisement

ปูพรมสาขาในกัมพูชา-ลาว

สำหรับสาขาร้านสะดวกซื้อในต่างประเทศ ที่ปัจจุบัน ซีพี ออลล์ มีไลเซนส์อยู่ใน 2 ประเทศ คือ กัมพูชา (ในนามบริษัท ซีพี ออลล์ (กัมพูชา) จำกัด) และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (ในนามบริษัท ซีพี ออลล์ ลาว จำกัด)

ผู้จัดการฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ซีพี ออลล์ กล่าวว่า ในส่วนของประเทศกัมพูชา ที่ผ่านมาได้ทยอยเปิดสาขาเพิ่มเป็นระยะ ๆ ปัจจุบันมีมากกว่า 30 สาขา และมีแผนจะขยายสาขาเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ในลาว ภายในปีนี้อาจจะยังไม่พร้อมมากนัก โดยเฉพาะปัจจัยจากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ อัตราแลกเปลี่ยน ค่าเงินที่มีความผันผวนค่อนข้างมาก และยังต้องมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

อย่างไรก็ตาม เมื่อทุกอย่างพร้อมและเข้าที่เข้าทาง ปีหน้าคาดว่าน่าจะได้เห็นสาขาแรกในลาว (จากเดิมวางแผนจะเปิดในปี 2565) เบื้องต้นตามแผนมีโอกาสที่จะนำโมเดลร้านเซเว่นฯ ที่เปิดอยู่ในเมืองไทยไปเปิดในลาว

เพิ่มโฟกัสสาขาบิ๊กไซซ์

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจร้านเซเว่นฯสาขาที่เพิ่งเปิดใหม่เมื่อเร็ว ๆ นี้ บริเวณปากซอยรัตนาธิเบศร์ 17 ถนนรัตนาธิเบศร์ (ต.บางกะสอ อ.เมืองนนทบุรี) พบว่า สาขานี้เป็นสาขาในรูปแบบสแตนด์อะโลน ประเมินคร่าว ๆ คาดว่ามีพื้นที่โดยรวมประมาณ 2-3 ไร่ ร้านมีขนาดประมาณ 3 คูหา และมีพื้นที่จอดรถสำหรับลูกค้าค่อนข้างมาก รวมทั้งยังมีพื้นที่สำคัญให้เช่าสำหรับร้านค้าของผู้ประกอบการรายย่อยอีกจำนวนหนึ่งด้วย นอกจากนี้ภายในสาขานอกจากสินค้าอุปโภคบริโภคทั่ว ๆ ไป ยังมีมุมกาแฟสด ออลล์ คาเฟ และมุมสำหรับปรุงอาหารแบบง่าย ๆ เป็นที่น่าสังเกตว่า ยังมีการจัดเชลฟ์สำหรับสินค้าไซซ์ใหญ่ อาทิ ผงซักฟอก (ขนาด 1,500, 2,600 กรัม) น้ำยาปรับผ้านุ่ม (1.25 ลิตร) น้ำยาล้างจาน (ขวดใหญ่ 3,600 มล.) เป็นต้น

จากโรดแมปของเซเว่นฯดังกล่าว หากย้อนกลับไปจะพบว่า ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา แม้ออนไลน์จะเป็นช่องทางกาขายที่เข้ามามีบทบาท และมีความสำคัญมากขึ้น แต่เซเว่นฯยังให้ความสำคัญกับการขยายร้านสาขาใหม่ และเน้นในเรื่องของทำเลที่มีศักยภาพ เพื่อรองรับการขยายตัวของชุมชนเมืองและความต้องการอุปโภคบริโภคของลูกค้า แต่ละปีเซเว่นฯจะเปิดสาขาเพิ่มโดยเฉลี่ยประมาณ 700 สาขา โดยมุ่งเน้นการขยายสาขาไปยังหัวเมืองรองที่มีศักยภาพ รวมถึงการเน้นการเปิดสาขาหรือร้านที่มีขนาดใหญ่ มีพื้นที่จอดรถมากขึ้น พร้อมทั้งมีการเพิ่มพื้นที่ขายในร้าน เพื่อเพิ่มความหลากหลายของสินค้า โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคภายในครัวเรือน สินค้าแพ็กใหญ่ ขนาดใหญ่ รวมถึงการใช้สาขาเป็นจุดกระจายสินค้าให้กับบริการดีลิเวอรี่

นอกจากนี้ ภายในร้านยังมีการจัดสรรพื้นที่จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม ที่เป็นการประกอบหรือปรุงสดมากขึ้น ทั้งมุมกาแฟ ภายใต้แบรนด์ “All Cafe” และเบเกอรี่อบสด ภายใต้แบรนด์ “Kudsan” รวมถึงการมีเมนูใหม่ ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง และที่ผ่านมาได้ขยายกาแฟสด “All Cafe” และร้าน “Kudsan” ไปทุกร้านสาขาทั่วประเทศ พร้อมทั้งให้บริการเบเกอรี่อบสดรวมแล้วกว่า 3,000 สาขา

สำหรับร้านที่มีพื้นที่ใหญ่และมีลูกค้าหนาแน่นตามย่านอยู่อาศัย อาคารสำนักงาน ก็จะจัดสรรให้มีพื้นที่มุม Food Place สำหรับประกอบอาหารสดแบบง่าย ๆ พร้อมพื้นที่รับประทานอาหารภายในร้าน เพื่อความสะดวกสำหรับลูกค้า ที่ผ่านมามีการเปิดมุม Food Place ไปแล้วมากกว่า 1,500 สาขา รวมทั้งการมีมุมสินค้าสุขภาพ (Eat Well Corner) จำหน่ายผักผลไม้สด สมุนไพร และสินค้าสุขภาพครบวงจร เน้นการเปิดในพื้นที่ที่มีศักยภาพและมีความต้องการ อาทิ สาขาในโรงพยาบาล เป็นต้น ปัจจุบันมีราว 1,500 สาขา

ขณะเดียวกันก็ยังมีมุมจำหน่ายยาสามัญประจำบ้าน และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ eXta ที่ปัจจุบันมีครบทุกสาขาทั่วประเทศ ขณะเดียวกันก็ยังเร่งขยายร้านขายยา “eXta Plus” ที่มีเภสัชกรประจำร้านเป็นผู้ให้คำปรึกษาและพร้อมให้บริการ ไม่เพียงเท่านี้ ที่ผ่านมา (2564) เซเว่นฯยังได้รุกคืบเข้ามาในตลาดสินค้าและผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม ด้วยการเปิดตัว All Guardian ร้านอันดับ 1 ด้านสุขภาพและความงามจากสิงคโปร์ โดยนำสินค้าเข้ามาวางจำหน่ายในร้าน 7-Eleven ร้านยา eXta Plus รวมทั้งช่องทางออนไลน์ด้วย

บริการและมุมจำหน่ายสินค้าต่าง ๆ ดังกล่าวนี้ ไม่นับรวมถึงพื้นที่ให้บริการรูปแบบอื่น ๆ ที่ช่วยเพิ่มรายได้และยอดขายให้เซเว่นฯได้ไม่รู้จบ ไม่ว่าจะเป็นการบริการรับฝากเงินแทนธนาคาร (Bank Agent) การบริการรับชำระและจองตั๋ว การบริการรับส่งพัสดุ การให้บริการรับฝากซักอบรีด รวมถึงตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ จำหน่ายสินค้า อาหาร เครื่องดื่ม ที่อำนวยความสะดวกกับลูกค้าในพื้นที่ที่ไม่มีร้านสาขา ซึ่งวันนี้มีมากกว่า 2,700 ตู้ทั่วประเทศ รวมทั้งธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มนอกร้าน Bellinee’s Bake & Brew ร้านเบเกอรี่เฮาส์ระดับพรีเมี่ยม ซึ่งปัจจุบันมีมากกว่า 100 ร้าน และยังเดินหน้าเปิดเพิ่มอย่างต่อเนื่อง

ถึงนาทีนี้ อาจจะกล่าวว่าการขยายสาขาที่โฟกัสไปที่ร้านขนาดใหญ่ จะเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญที่ช่วยเพิ่มยอดขายของสาขานั้น ๆ ได้อย่างไม่รู้จบ