อายิโนะโมะโต๊ะ เปิดไลน์อาหารเสริมสูงวัย ชิงตลาดหมื่นล้าน

อายิโนะโมะโต๊ะ เปิดไลน์อาหารเสริมสูงวัย

อายิโนะโมะโต๊ะ เปิดไลน์อาหารเสริมสูงวัยแบรนด์ Amino หวังชิงเค้กตลาด 1 หมื่นล้าน พร้อมสปีดรายได้บริษัท-บาลานซ์พอร์ต หลังอุปโภค-บริโภคชะลอ

วันที่ 28 พฤศจิกายน ​2566 อายิโนะโมะโต๊ะ เปิดฉากชิงเค้กตลาดอาหารเสริมสูงวัย 1 หมื่นล้านบาท เตรียมส่งทัพสินค้าใหม่กว่า 10 ตัวลงตลาดต่อเนื่องถึงปี 2573 ประเดิมด้วย AminoMOF อาหารเสริมโปรตีน เจาะกลุ่มวัย 60 ปี

นายวันนเรศวร์ สุขีลักษณ์ ผู้จัดการแผนกธุรกิจใหม่ บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย​) จำกัด​ กล่าวว่า ตลาดอาหารเสริมสำหรับกลุ่มสูงวัยนั้นมีศักยภาพสูง ด้วยการมีมูลค่าประมาณ 1 หมื่นล้านบาท หรือ 1 ใน 3 ของตลาดอาหารเสริมทั้งหมด และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง 7-10% ตามกระแสสังคมสูงวัย

หนึ่งในช่องว่างสำคัญของตลาดคือ ผลิตภัณฑ์​เสริมโปรตีน ซึ่งตอบโจทย์ภาวะกล้ามเนื้อสลายตัวที่พบได้บ่อยในผู้สูงวัย แต่ยังไม่มีแบรนด์ใดส่งสินค้ามาตอบโจทย์นี้โดยตรง จึงยังเป็นบลูโอเชี่ยนที่การแข่งขันต่ำ

อายิโนะโมะโต๊ะจึงต่อยอดโนว์ฮาวด้านการแปรรูปกรดอะมิโน​ มาปั้นกลุ่มผลิตภัณฑ์​เสริมอาหารที่เน้นเสริมโปรตีน ซึ่งเป็นสารอาหารที่ร่างกายของกลุ่มสูงวัยต้องการ ในชื่อแบรนด์อะมิโน (Amino)

โดยเตรียมส่งผลิตภัณฑ์​เสริม​อาหารรูปแบบต่าง ๆ กว่า ​10 ตัวเข้าสู่ตลาดประเทศไทยต่อเนื่องจนถึงปี 2573 เพื่อชิงเม็ดเงินในตลาด พร้อมกับกระตุ้นการเติบโตของรายได้บริษัท หลังกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคนั้นการแข่งขันสูงและการชะลอตัว

ประเดิมด้วย AminoMOF (อะมิโนมอฟ) ที่เริ่มวางจำหน่ายในเดือนพฤศจิกา​ยนนี้ เพื่อเป็นหัวหอกบุกตลาด

ผู้บริหาร อายิโนะโมะโต๊ะ อธิบายว่า อะมิโนมอฟนี้จะเน้นจุดเด่นด้านปริมาณกรดอะมิโนลิวซีน และกรดอะมิโนที่ร่างกายสร้างเองไม่ได้อีก 8 ชนิด รวม 3 พันมิลลิกรัม และคอลลาเจนเปปไทด์ ควบคู่กับความสะดวกในการทานที่สามารถละลายน้ำดื่มได้ทันทีด้วยการใส่รสมิกส์เบอร์รี่

โดยอะมิโนมอฟจะวางจำหน่ายในรูปแพ็กเกจกล่องบรรจุ 15 ซอง ราคา 795 บาท ในทุกช่องทางออนไลน์ ทั้งลาซาด้า ช้อปปี้ ติ๊กต๊อก ไลน์ ฯลฯ

พร้อมเน้นสื่อสารเข้าไปในกลุ่มชุมชนผู้สูงวัยทั้งทางออฟไลน์และออนไลน์ เช่น กลุ่มท่องเที่ยว รวมกับการสื่อสารผ่านสื่ออื่น ๆ ทั้งออนไลน์และออฟไลน์แบบ 360 องศา


ทั้งนี้ ยักษ์สินค้าอุปโภค-บริโภคย้ำความมั่นใจว่า จะสามารถสร้างฐานลูกค้าได้ไม่น้อยกว่า 1 หมื่นคน และสร้างยอดขาย 80 ล้านบาท ภายในปี 2567 ก่อนจะขยายต่อเนื่องเป็น 1 แสนราย พร้อมยอดขาย 800 ล้านบาทในปี 2573